บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
0.67
0.02 (2.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5077 out_tok=2425 at=2026-07-25T13:17:40 -->
# NEP อ่วม! ขาดทุนเพิ่ม 15.69 ล้านบาทปี 64 ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง-กำลังผลิตไม่เต็ม
## รายได้โต 12.54% แต่ต้นทุนพุ่งแซงหน้า ฉุดกำไรขั้นต้นติดลบ ฝ่ายบริหารเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
บริษัท เอ็นอีพี อสังหาริมทรัพย์และอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ NEP รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 15.69 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังการผลิตที่ยังไม่เต็มประสิทธิภาพ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีก็ตาม ด้านฐานะการเงินมีหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อรองรับราคาที่สูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ NEP ในปี 2564 ขาดทุนเพิ่มขึ้น 15.69 ล้านบาท มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้จากการขาย** ส่งผลให้ **กำไรขั้นต้นติดลบ** โดยมีสาเหตุมาจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และการที่กำลังการผลิตยังไม่ครอบคลุมต้นทุนคงที่
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 12.54%** เป็นผลจากการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ การประมูลงานจากลูกค้ารายใหญ่ได้กลับมา และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่ม Flexible Packaging
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 18.44%** ซึ่งสูงกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบ เช่น เม็ดพลาสติกและสีพิมพ์ ที่ปรับตัวสูงขึ้น 15-20% ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2563 และมีแนวโน้มสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน นอกจากนี้ การที่ยอดขายยังน้อยกว่าเป้าหมายทำให้ต้นทุนคงที่ (Fixed Cost) ไม่ถูกกระจายไปในปริมาณการผลิตที่เพียงพอ และการควบคุมของเสียยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน
* **กำไรขั้นต้นติดลบที่ -5.83%** เป็นผลโดยตรงจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น** จากการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรและการเกษียณอายุก่อนกำหนด
* **ค่าตอบแทนผู้บริหารเพิ่มขึ้น** เพื่อรองรับการจ้างบุคลากรฝ่ายการตลาด ขาย และพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 27.13%** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลขาดทุนโดยรวมได้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตามใกล้ชิด**
ฝ่ายจัดการระบุว่าราคาวัตถุดิบมีแนวโน้มที่จะปรับตัวสูงขึ้นอีกตามราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม บริษัทมีแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้า และวางแผนการรับคำสั่งซื้อและการยืนราคาขายให้สอดคล้องกับแผนการสั่งซื้อวัตถุดิบ ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระยะสั้นถึงกลาง แต่หากราคาน้ำมันและวัตถุดิบยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำลังการผลิตยังไม่เต็มที่ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะยาวได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 15.69 ล้านบาท เป็น 40.07 ล้านบาท** เทียบกับปีก่อนขาดทุน 24.39 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายปี 2564 เติบโต 12.54% เป็น 409.45 ล้านบาท** จากการฟื้นตัวเศรษฐกิจและการประมูลงานลูกค้าใหญ่ได้
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 18.44%** สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้ **กำไรขั้นต้นติดลบที่ -5.83%**
* **ราคาวัตถุดิบ (เม็ดพลาสติก, สีพิมพ์) ปรับสูงขึ้น 15-20%** เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนอย่างมีนัยสำคัญ
* **หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 50.26%** ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นสำหรับซื้อวัตถุดิบ (TR) และเจ้าหนี้การค้า เพื่อสำรองวัตถุดิบในช่วงราคาแพง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 27.13%** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยลดผลขาดทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท NEP มีผลขาดทุนสุทธิ 40.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน 24.39 ล้านบาท คิดเป็นการขาดทุนที่เพิ่มขึ้น 15.69 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขาย 409.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.54% จาก 363.83 ล้านบาทในปี 2563 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าถึง 18.44% ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้นถึง -5.83% ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารปรับตัวสูงขึ้นจากการปรับโครงสร้างองค์กรและการจ้างบุคลากรเพิ่มเพื่อขยายตลาด ในขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเติบโตได้ดีถึง 27.13%
## โอกาส
* **การขยายกลุ่มลูกค้า Flexible Packaging ในอุตสาหกรรมข้าวสารและอาหารสัตว์เลี้ยง:** เป็นตลาดขนาดใหญ่ที่บริษัทมีโอกาสได้รับ Order กระสอบพิมพ์หรือกระสอบกราเวียร์เพิ่มเติม และเป็นสินค้าที่มีความซับซ้อนไม่มาก ช่วยในการควบคุมของเสียและการจัดการวัตถุดิบ
* **การเพิ่มผลิตภัณฑ์รูปแบบใหม่สำหรับ Flexible Packaging:** เพื่อเพิ่มความหลากหลาย ขยายฐานลูกค้า ยกระดับระบบการผลิตให้เข้าถึงลูกค้าระดับบน และเพิ่ม Order ให้เต็มกำลังการผลิตเพื่อลดต้นทุนต่อหน่วย
* **การฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจ:** เป็นปัจจัยสนับสนุนการเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์กระสอบพลาสติก
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเม็ดพลาสติกและสีพิมพ์ที่ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมันโลก เป็นปัจจัยกดดันต้นทุนและกำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **กำลังการผลิตไม่เต็มประสิทธิภาพ:** หากยอดขายยังไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนคงที่ได้ จะส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนขั้นต้น
* **การควบคุมของเสีย:** การควบคุมของเสียที่ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐานส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกและในประเทศยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า
* **การบริหารจัดการสต็อกวัตถุดิบ:** การสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าในช่วงราคาแพง อาจมีความเสี่ยงหากราคาวัตถุดิบปรับลดลงในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะเม็ดพลาสติกและสีพิมพ์ ว่าจะปรับตัวสูงขึ้นหรือลดลงในไตรมาสถัดไป
* **ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการผลิต:** โดยเฉพาะการควบคุมของเสีย และการบริหารจัดการต้นทุนคงที่
* **ความคืบหน้าในการขยายตลาด Flexible Packaging:** การได้รับ Order จากลูกค้ารายใหญ่ และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่
* **อัตราการใช้กำลังการผลิต:** ว่าจะสามารถเพิ่มขึ้นจนครอบคลุมต้นทุนคงที่ได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการหนี้สินระยะสั้น:** โดยเฉพาะการกู้ยืมเพื่อซื้อวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
สำหรับ NEP ซึ่งอยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค (แม้จะเน้นภาคอุตสาหกรรมเป็นหลัก) การดำเนินงานในปี 2564 แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารต้นทุนท่ามกลางภาวะราคาวัตถุดิบที่ผันผวน การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขาย 12.54% เป็นสัญญาณที่ดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการปรับกลยุทธ์การขาย แต่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ ทำให้กำไรขั้นต้นติดลบ การที่ฝ่ายบริหารเน้นการขยายตลาด Flexible Packaging และการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ สะท้อนความพยายามในการเพิ่มมูลค่าและขยายฐานลูกค้า ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญสำหรับธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคที่ต้องการสร้างความแตกต่างและเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 784.79 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.62% โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 6.19% เนื่องจากเงินสดลดลงตามผลประกอบการที่ขาดทุน ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 0.64% จากการลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 40.20% เป็น 122.77 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 50.26% จากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมระยะสั้นสำหรับซื้อวัตถุดิบ (TR) และเจ้าหนี้การค้า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการสำรองวัตถุดิบในช่วงราคาแพงและยอดขายที่สูงขึ้น หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลงจากการจ่ายชำระตามสัญญาเช่าซื้อ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 5.71% เป็น 662.02 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ NEP เผชิญความท้าทายจากต้นทุนวัตถุดิบที่พุ่งสูงและกำลังการผลิตที่ยังไม่เต็มที่ แม้รายได้จะเติบโต แต่ก็ไม่สามารถพลิกสถานการณ์ให้มีกำไรได้ โดยมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ฝ่ายบริหารได้วางกลยุทธ์ในการขยายตลาด Flexible Packaging และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาว่า จะสามารถช่วยพลิกฟื้นผลประกอบการให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPL ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
408.69
ล้านบาท
↓ 53.9% YoY
กำไรขั้นต้น
65.97
ล้านบาท
↓ 44.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.14
%
กำไรสุทธิ
-34.19
ล้านบาท
↓ 62.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.37
%
D/E Ratio
2.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
409
↓ -53.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
66
↓ -44.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-34
↓ -62.8%
YoY
D/E Ratio
2.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.35
ROE (%)
-21.89
ROA (%)
-2.54
Book Value/หุ้น
1.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-151
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.47
+361.94%
|
-32.79
-4.98%
|
-34.51
-87.90%
|
-285.21
+286.10%
|
-73.87
-131.58%
|
233.91
-35.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.54
+311.63%
|
0.86
-98.63%
|
62.74
-923.36%
|
-7.62
+101.59%
|
-3.78
-89.77%
|
-36.94
+122.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
172.31
+740.13%
|
20.51
-47.79%
|
39.28
-83.32%
|
235.51
-240.32%
|
-167.84
+42.59%
|
-117.71
+33.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
16.63
-243.24%
|
-11.61
-117.27%
|
67.23
-215.22%
|
-58.35
-73.69%
|
-221.79
+632.46%
|
-30.28
-70.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
53.38
+55.67%
|
34.29
-53.19%
|
73.25
+49.09%
|
49.13
-29.21%
|
69.40
+63.87%
|
42.35
-70.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
70.01
+31.15%
|
53.38
+55.67%
|
34.29
-42.28%
|
59.41
+20.92%
|
49.13
-29.21%
|
69.40
+63.87%
|