บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
0.67
0.02 (2.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7003 out_tok=3387 at=2026-07-25T13:47:34 -->
CPL พลิกขาดทุน Q2/65 รับแรงกดดันต้นทุนพุ่ง-FX ผันผวน
ฝ่ายบริหาร CPL ชี้ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 12 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีกำไร 24 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่ปรับสูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์ ขณะที่รายได้รวมยังเติบโตได้ดีจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสัตว์สำเร็จรูป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CPL ในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจากแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและสัญญาอนุพันธ์ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของบริษัทลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ การปรับตัวสูงขึ้นของต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ อันเนื่องมาจากภาวะเงินเฟ้อ โดยเฉพาะในธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสัตว์สำเร็จรูป ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.82% ใน Q2/64 เป็น 12.28% ใน Q2/65 และกำไรสุทธิพลิกเป็นขาดทุน 12 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 24 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์ที่ 12 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในงวดนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นส่งผลให้ยอดขายหนังสำเร็จรูปเพิ่มขึ้น 295 ล้านบาท และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าช่วยหนุนตัวเลขยอดขายต่อหน่วย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่เข้ามามีน้ำหนักมากกว่าคือ สถานการณ์ COVID-19, สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการปรับตัวเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ ทำให้ต้นทุนวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ พลังงาน และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก แม้บริษัทจะพยายามควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงผลกระทบได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ในส่วนของธุรกิจฟอกหนัง แม้การฟอกหนังหมูมีทิศทางดีขึ้น แต่การชะลอการสั่งซื้อของลูกค้าเนื่องจากราคาต้นทุนวัตถุดิบผันผวน ทำให้ยอดการฟอกต่ำกว่าเป้าหมาย ส่วนการฟอกหนังวัวยังคงได้รับผลกระทบจากการชะลอการนำเข้าของลูกค้ารายใหญ่ ทำให้ยอดบริการฟอกหนังโดยรวมลดลง และกำไรขั้นต้นหายไป
สำหรับธุรกิจรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย ยอดขายฟื้นตัวได้ดีจากสถานการณ์หลัง COVID-19 แต่ยอดขายอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ลดลงเล็กน้อย
ส่วนรายการอื่น ๆ ที่กระทบกำไรสุทธิ คือ ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์ 12 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการที่เงินบาทอ่อนค่าลงมากในช่วงไตรมาสนี้ แม้บริษัทจะมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยงไว้บางส่วนแล้วก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว**
จากคำอธิบายของฝ่ายจัดการ ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยลบส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นครั้งคราวและได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก เช่น ภาวะเงินเฟ้อ, สงคราม, และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่าต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอาจส่งผลต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง แต่การฟื้นตัวของยอดขายในธุรกิจหลักและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง อาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ ส่วนผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์ เป็นรายการที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นจริง และมีแนวโน้มจะผันผวนตามสภาวะตลาด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 10.7% YoY:** จาก 642 ล้านบาทใน Q2/64 เป็น 711 ล้านบาทใน Q2/65 โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสัตว์สำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น 295 ล้านบาท
* **กำไรขั้นต้นลดลง 54.7% YoY:** จาก 106 ล้านบาทใน Q2/64 เป็น 48 ล้านบาทใน Q2/65 ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 16.5% เป็น 6.8%
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 12 ล้านบาท:** จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 24 ล้านบาท สาเหตุหลักจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ธุรกิจฟอกหนังหดตัว:** ยอดบริการฟอกหนังลดลง โดยเฉพาะหนังวัวที่ลูกค้าชะลอการนำเข้า ขณะที่หนังหมูเผชิญความผันผวนของราคาวัตถุดิบ
* **ธุรกิจรองเท้าฟื้นตัว:** ยอดขายรองเท้านิรภัยเริ่มกลับมาหลัง COVID-19 แต่ยอดขายอุปกรณ์นิรภัยลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 711 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (Q2/64: 642 ล้านบาท) โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสัตว์สำเร็จรูปที่เพิ่มขึ้น 295 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 54.7% จาก 106 ล้านบาท เป็น 48 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16.5% เป็น 6.8%
เมื่อรวมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลงเล็กน้อย และรายการอื่น ๆ บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 12 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 24 ล้านบาท คิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิต่อรายได้รวม -1.51% เทียบกับอัตรากำไรสุทธิ 3.74% ในปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 1,365 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.4% จาก 1,236 ล้านบาทในงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรขั้นต้น 102 ล้านบาท ลดลง 47.7% จาก 195 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 14 ล้านบาท ลดลง 78.1% จาก 64 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาสก่อน เป็นปัจจัยหนุนให้ยอดขายหนังสำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้น
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนตัวเลขยอดขายต่อหน่วยของธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสัตว์สำเร็จรูป
* **การฟื้นตัวของธุรกิจรองเท้านิรภัย:** ลูกค้าเริ่มกลับมาสั่งซื้อรองเท้านิรภัยหลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การจัดตั้งบริษัทย่อยเพื่อรองรับการลงทุนในธุรกิจใหม่ อาจเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น:** ภาวะเงินเฟ้อ, สงครามรัสเซีย-ยูเครน, และราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นแรงกดดันต่อต้นทุนวัตถุดิบ เคมีภัณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลกระทบต่อผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์
* **ความต้องการหนังในตลาดโลก:** ความต้องการใช้หนังในตลาดโลกยังไม่กลับมาเท่าช่วงก่อน COVID-19 ส่งผลกระทบต่อธุรกิจฟอกหนัง
* **การชะลอการสั่งซื้อของลูกค้า:** ลูกค้าในธุรกิจฟอกหนังหมูชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอราคาต่ำ และลูกค้าในธุรกิจฟอกหนังวัวชะลอการนำเข้า
* **การหยุดดำเนินการของบริษัทร่วม:** บริษัทอินทิเกรเต็ด เลเธอร์ เน็ตเวอร์ค จำกัด ยังคงหยุดดำเนินการ ส่งผลให้รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบเคมีภัณฑ์ พลังงาน และค่าใช้จ่ายในการผลิตที่อาจได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อต่อเนื่อง
* **ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน:** จับตาสถานการณ์ค่าเงินบาทและความผันผวนที่จะส่งผลต่อผลขาดทุน/กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การฟื้นตัวของความต้องการหนังในตลาดโลก:** ประเมินแนวโน้มการกลับมาของอุปสงค์หนังในตลาดโลก ซึ่งจะส่งผลต่อธุรกิจฟอกหนัง
* **การบริหารจัดการสต็อกสินค้าคงเหลือ:** ติดตามการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่ลดลง 155 ล้านบาท เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** ติดตามความคืบหน้าและผลตอบรับจากการลงทุนในบริษัทใหม่ของ CPL Venture Plus
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสัตว์สำเร็จรูป:**
* **ยอดขาย:** เพิ่มขึ้น 295 ล้านบาท (YoY) เป็น 605 ล้านบาทใน Q2/65 โดยได้รับแรงหนุนจากภาวะเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **ต้นทุนขาย:** ประกอบด้วย หนังวัวหมักเกลือ (65%), เคมีภัณฑ์ (25%), และอื่น ๆ (10%) ต้นทุนวัตถุดิบหนังใกล้เคียงราคาตลาด แต่ต้นทุนเคมีภัณฑ์ พลังงาน และซ่อมบำรุงปรับสูงขึ้น
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลงเหลือ 35 ล้านบาท (Q2/65) จาก 16 ล้านบาท (Q2/64) (ตัวเลขในเอกสารหน้า 2 ระบุ 16 ล้านบาทสำหรับ Q2/64 แต่ในหน้า 5 ระบุ 22.82% ซึ่งหากคำนวณจากรายได้ 310 ล้านบาท จะได้กำไร 70.7 ล้านบาท อาจมีความคลาดเคลื่อนในการตีความตัวเลข หรือเป็นกำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้โดยเฉพาะ) อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่ากำไรขั้นต้นลดลง
* **S<bos>s/volume:** ไม่ได้ระบุตัวเลข SSS/volume โดยตรง แต่ระบุว่ายอดขายหนังเพิ่มขึ้น
**ธุรกิจฟอกหนัง:**
* **ยอดบริการฟอกหนัง:** ลดลงเหลือ 35 ล้านบาท (Q2/65) จาก 53 ล้านบาท (Q2/64)
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลงเหลือ 0 ล้านบาท (Q2/65) จาก 26 ล้านบาท (Q2/64)
* **ปัจจัยกดดัน:** ลูกค้ารายใหญ่ชะลอการนำเข้าหนังวัว, ราคาต้นทุนวัตถุดิบหนังหมูผันผวน ทำให้ลูกค้าชะลอการสั่งซื้อ
**ธุรกิจผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย:**
* **รายได้:** ลดลงเล็กน้อย 162 ล้านบาท (Q2/65) จาก 169 ล้านบาท (Q2/64)
* **ปัจจัย:** ยอดขายรองเท้านิรภัยฟื้นตัว แต่ยอดขายอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการลดลง
* **ต้นทุนขาย:** หนังรองเท้า (55%), พื้นรองเท้า (20%), อื่น ๆ (25%) ต้นทุนอยู่ในเกณฑ์ปกติ
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลงเหลือ 61 ล้านบาท (Q2/65) จาก 71 ล้านบาท (Q2/64)
**ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับช่องทาง modern trade หรือออนไลน์โดยเฉพาะ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 2,408 ล้านบาท (ณ 30 มิ.ย. 65) ลดลงเล็กน้อยจาก 2,439 ล้านบาท (ณ 31 ธ.ค. 64) โดยมีเงินสดเพิ่มขึ้น 54 ล้านบาท และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 91 ล้านบาท ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง 155 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** 1,420 ล้านบาท (ณ 30 มิ.ย. 65) ลดลงเล็กน้อยจาก 1,443 ล้านบาท (ณ 31 ธ.ค. 64) หนี้สินส่วนใหญ่เป็นสัญญาทรัสต์รีซีท (851 ล้านบาท) และเจ้าหนี้การค้า (395 ล้านบาท)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** 1.44 เท่า (ทรงตัวจาก 1.45 เท่า ณ สิ้นปี 64)
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** 1.22 เท่า (ลดลงเล็กน้อยจาก 1.24 เท่า ณ สิ้นปี 64)
* **กระแสเงินสด:** มีเงินสดหมุนเวียนจากการขายสินค้า และมีวงเงินสินเชื่อสำรองจากสถาบันการเงิน
## สรุปท้าย
CPL เผชิญแรงกดดันด้านต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อ ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ส่งผลให้ผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 พลิกขาดทุน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้จากการฟื้นตัวของธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสัตว์สำเร็จรูปและรองเท้านิรภัย อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบส่วนใหญ่มีลักษณะครั้งคราว และบริษัทมีแผนบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องอย่างต่อเนื่อง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบ ทิศทางอัตราแลกเปลี่ยน และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดโลก เพื่อประเมินผลประกอบการในระยะถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPL ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
408.69
ล้านบาท
↓ 53.9% YoY
กำไรขั้นต้น
65.97
ล้านบาท
↓ 44.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.14
%
กำไรสุทธิ
-34.19
ล้านบาท
↓ 62.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.37
%
D/E Ratio
2.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
409
↓ -53.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
66
↓ -44.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-34
↓ -62.8%
YoY
D/E Ratio
2.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.35
ROE (%)
-21.89
ROA (%)
-2.54
Book Value/หุ้น
1.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-151
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.47
+361.94%
|
-32.79
-4.98%
|
-34.51
-87.90%
|
-285.21
+286.10%
|
-73.87
-131.58%
|
233.91
-35.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.54
+311.63%
|
0.86
-98.63%
|
62.74
-923.36%
|
-7.62
+101.59%
|
-3.78
-89.77%
|
-36.94
+122.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
172.31
+740.13%
|
20.51
-47.79%
|
39.28
-83.32%
|
235.51
-240.32%
|
-167.84
+42.59%
|
-117.71
+33.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
16.63
-243.24%
|
-11.61
-117.27%
|
67.23
-215.22%
|
-58.35
-73.69%
|
-221.79
+632.46%
|
-30.28
-70.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
53.38
+55.67%
|
34.29
-53.19%
|
73.25
+49.09%
|
49.13
-29.21%
|
69.40
+63.87%
|
42.35
-70.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
70.01
+31.15%
|
53.38
+55.67%
|
34.29
-42.28%
|
59.41
+20.92%
|
49.13
-29.21%
|
69.40
+63.87%
|