บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
0.67
0.02 (2.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6684 out_tok=2929 at=2026-07-25T14:30:31 -->
# CPL พลิกกำไร Q3/2564 รับอานิสงส์เศรษฐกิจโลกฟื้น-คุมต้นทุนได้ดี
## รายได้หนังฟื้น-กำไรขั้นต้นพุ่ง หนุนผลงาน CPL กลับมาเป็นบวกในไตรมาส 3/2564
บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 6 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 14 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของยอดขายผลิตภัณฑ์หนังสำเร็จรูปที่ได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจโลกที่เริ่มกลับมาดำเนินกิจกรรมตามปกติ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจหนังปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ CPL ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 6 ล้านบาท (เทียบกับขาดทุน 14 ล้านบาทใน Q3/2563) และมีกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 ที่ 58 ล้านบาท (เทียบกับ 14 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2563) มาจาก **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังส าเร็จรูป** ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก คิดเป็น 62% ของรายได้รวม โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 75 ล้านบาทในไตรมาส 3 และ 143 ล้านบาทใน 9 เดือนแรก เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ควบคู่ไปกับการ **บริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การผลิตและจำหน่ายหนังส าเร็จรูป:** ยอดขายที่เพิ่มขึ้นมาจากสภาพเศรษฐกิจโลกที่ปรับตัวดีขึ้น ประชาชนเริ่มกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ ทำให้การจับจ่ายใช้สอยเพิ่มสูงขึ้น แม้สถานการณ์ COVID-19 ยังคงสร้างความไม่แน่นอน แต่บริษัทได้ดำเนินนโยบายควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนวัตถุดิบหนังเฉลี่ยอยู่ในระดับใกล้เคียงราคาตลาด และบริษัทสามารถเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นจาก 18 ล้านบาทใน Q3/2563 เป็น 40 ล้านบาทใน Q3/2564 และจาก 53 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2563 เป็น 88 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2564
* **การผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย:** ธุรกิจนี้มีรายได้เพิ่มขึ้น 163 ล้านบาทใน Q3/2564 (เทียบกับ 130 ล้านบาทใน Q3/2563) และ 500 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2564 (เทียบกับ 470 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2563) แม้ว่ายอดขายรองเท้านิรภัยจะลดลงจากการหดตัวของกำลังซื้อในประเทศ แต่ยอดขายอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 เพิ่มสูงขึ้นมาก สามารถชดเชยยอดขายที่หายไปได้ กำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้ก็ปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน จาก 50 ล้านบาทใน Q3/2563 เป็น 71 ล้านบาทใน Q3/2564 และจาก 191 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2563 เป็น 211 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2564
* **การบริหารค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 11.89% ของรายได้ใน Q3/2563 เป็น 8.05% ใน Q3/2564 ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการส่งออกและส่งเสริมการขาย ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังส าเร็จรูป เนื่องจากฝ่ายจัดการระบุว่าสภาพเศรษฐกิจโลกในตลาดโลกดีขึ้น และประชาชนเริ่มกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่สนับสนุนการใช้จ่าย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความไม่แน่นอนในตลาด ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนธุรกิจรองเท้าและอุปกรณ์นิรภัย การเพิ่มขึ้นของยอดขายอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 อาจเป็นลักษณะครั้งคราว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การระบาด
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** CPL มีกำไรสุทธิ 6 ล้านบาทใน Q3/2564 จากที่ขาดทุน 14 ล้านบาทใน Q3/2563 และมีกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 ที่ 58 ล้านบาท จาก 14 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ธุรกิจหนังโตเด่น:** รายได้จากการผลิตและจำหน่ายหนังส าเร็จรูปเพิ่มขึ้น 75 ล้านบาทใน Q3/2564 และ 143 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกปี 2564 จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก
* **กำไรขั้นต้นธุรกิจหนังพุ่ง:** กำไรขั้นต้นธุรกิจหนังเพิ่มขึ้นจาก 18 ล้านบาทใน Q3/2563 เป็น 40 ล้านบาทใน Q3/2564
* **ธุรกิจรองเท้าชดเชยได้:** แม้รองเท้าจะยอดขายลด แต่ยอดขายอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการที่เกี่ยวข้อง COVID-19 เพิ่มขึ้น ชดเชยการขาดหายไปได้
* **ค่าใช้จ่ายขายลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงจาก 11.89% ของรายได้ใน Q3/2563 เป็น 8.05% ใน Q3/2564
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** ต้นทุนทางการเงินลดลงจาก 10 ล้านบาทใน Q3/2563 เป็น 8 ล้านบาทใน Q3/2564
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8 ล้านบาทเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 14 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมที่ -1.29% จาก -3.84% ในปีก่อนหน้า
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 58 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44 ล้านบาทเมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 14 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวมที่ 4.15% จาก 1.17% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** การที่ประชาชนส่วนใหญ่เริ่มกลับมาดำเนินชีวิตตามปกติและการจับจ่ายใช้สอยที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังส าเร็จรูป
* **ประสิทธิภาพการผลิต:** การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลในกระบวนการผลิต ช่วยให้บริษัทสามารถทำกำไรขั้นต้นได้เพิ่มขึ้น
* **การบริหารต้นทุน:** นโยบายควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19:** ยอดขายอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ COVID-19 ที่เพิ่มสูงขึ้น เป็นโอกาสในการชดเชยยอดขายในส่วนอื่น
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจาก COVID-19:** สถานการณ์ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความไม่แน่นอนในตลาด และอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์
* **การปิดหน่วยงานรับจ้างฟอกหนังวัว:** การปิดหน่วยงานรับจ้างฟอกหนังวัวบางส่วนเป็นการชั่วคราวเพื่อบริหารจัดการต้นทุน อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ในส่วนนี้
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้บริษัทจะมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ โดยเฉพาะการอ่อนค่าของเงินบาท อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
* **การชะลอการนำเข้าของลูกค้า:** การที่ลูกค้าชะลอการนำเข้าหนังดิบเนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจการฟอกหนังในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **สถานการณ์ COVID-19:** เฝ้าระวังผลกระทบจากการระบาดของโรคต่อการดำเนินธุรกิจและอุปสงค์ของตลาด
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** การรักษาประสิทธิภาพการผลิตและการควบคุมค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง
* **ทิศทางธุรกิจการฟอกหนัง:** การฟื้นตัวของธุรกิจการฟอกหนังหมู และการบริหารจัดการหน่วยงานฟอกหนังวัวที่ปิดชั่วคราว
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทและผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและรายได้จากการส่งออก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังส าเร็จรูป:** รายได้เพิ่มขึ้น 75 ล้านบาทใน Q3/2564 เป็น 295 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้นและกำลังซื้อที่เพิ่มขึ้น บริษัทสามารถควบคุมต้นทุนวัตถุดิบและเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 18 ล้านบาท เป็น 40 ล้านบาท
* **ธุรกิจการฟอกหนัง:** รายได้จากการฟอกหนังใกล้เคียงปีก่อน โดยการฟอกหนังหมูมีทิศทางดีขึ้นจากการส่งออกไปจีน แต่การฟอกหนังวัวยังคงชะลอตัวเนื่องจากลูกค้าไม่กล้าสั่งซื้อ บริษัทจึงปิดหน่วยงานฟอกหนังวัวบางส่วนชั่วคราว กำไรขั้นต้นในส่วนนี้ลดลงจาก 7 ล้านบาท เป็น 4 ล้านบาทใน Q3/2564
* **ธุรกิจรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 33 ล้านบาทใน Q3/2564 เป็น 163 ล้านบาท โดยยอดขายรองเท้านิรภัยลดลงจากการหดตัวของกำลังซื้อในประเทศ แต่ยอดขายอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 เพิ่มขึ้นมาก ชดเชยยอดขายที่หายไปได้ กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 50 ล้านบาท เป็น 71 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สินทรัพย์รวม ณ สิ้นสุด Q3/2564 อยู่ที่ 2,556 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,132 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยมีรายการเพิ่มขึ้นจากสินค้าคงเหลือ 312 ล้านบาท และเงินสด 76 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,571 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 1,197 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 โดยหนี้สินส่วนใหญ่เป็นสัญญาทรัสต์รีซีท (trust receipt) ซึ่งเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นจากการซื้อวัตถุดิบนำเข้า จำนวน 978 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวมอยู่ที่ 0.61 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.56 เท่า
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.22 เท่า ลดลงเล็กน้อยจาก 1.30 เท่า ณ สิ้นปี 2563 แต่บริษัทยังมีเงินสดหมุนเวียนจากการขายสินค้า และมีแผนสำรองวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินเพื่อรองรับสภาพคล่อง
## สรุปท้าย
CPL พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 จากการฟื้นตัวของธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังส าเร็จรูปที่ได้รับอานิสงส์จากเศรษฐกิจโลกที่ดีขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นของธุรกิจหลักปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะยังมีความไม่แน่นอนจากสถานการณ์ COVID-19 และความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการดำเนินงานที่ปรับตัวดีขึ้นนี้มีโอกาสที่จะต่อเนื่องได้ หากปัจจัยภายนอกยังคงสนับสนุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPL ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
408.69
ล้านบาท
↓ 53.9% YoY
กำไรขั้นต้น
65.97
ล้านบาท
↓ 44.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.14
%
กำไรสุทธิ
-34.19
ล้านบาท
↓ 62.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.37
%
D/E Ratio
2.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
409
↓ -53.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
66
↓ -44.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-34
↓ -62.8%
YoY
D/E Ratio
2.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.35
ROE (%)
-21.89
ROA (%)
-2.54
Book Value/หุ้น
1.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-151
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.47
+361.94%
|
-32.79
-4.98%
|
-34.51
-87.90%
|
-285.21
+286.10%
|
-73.87
-131.58%
|
233.91
-35.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.54
+311.63%
|
0.86
-98.63%
|
62.74
-923.36%
|
-7.62
+101.59%
|
-3.78
-89.77%
|
-36.94
+122.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
172.31
+740.13%
|
20.51
-47.79%
|
39.28
-83.32%
|
235.51
-240.32%
|
-167.84
+42.59%
|
-117.71
+33.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
16.63
-243.24%
|
-11.61
-117.27%
|
67.23
-215.22%
|
-58.35
-73.69%
|
-221.79
+632.46%
|
-30.28
-70.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
53.38
+55.67%
|
34.29
-53.19%
|
73.25
+49.09%
|
49.13
-29.21%
|
69.40
+63.87%
|
42.35
-70.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
70.01
+31.15%
|
53.38
+55.67%
|
34.29
-42.28%
|
59.41
+20.92%
|
49.13
-29.21%
|
69.40
+63.87%
|