บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
0.67
0.02 (2.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7229 out_tok=2875 at=2026-07-25T13:51:19 -->
# CPL พลิกขาดทุนสุทธิ 32 ล้านบาท Q1/66 รับแรงกดดันเศรษฐกิจโลก-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้ธุรกิจรองเท้านิรภัยทรงตัว แต่ธุรกิจหนังวัว-ฟอกหนังวัวเผชิญความท้าทายหนัก
บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 32 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ผันผวน ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในทุกกลุ่มธุรกิจหลัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ CPL ในไตรมาส 1 ปี 2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนสุทธิ 32 ล้านบาท มาจากการหดตัวอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้นในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสสำเร็จรูปที่กำไรขั้นต้นลดลงจาก 23 ล้านบาท เหลือเพียง 1 ล้านบาท และธุรกิจฟอกหนังที่ขาดทุนขั้นต้น 0.4 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 5 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจรองเท้านิรภัย แม้รายได้จะเติบโต แต่กำไรขั้นต้นก็ลดลงเช่นกัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสสำเร็จรูป:** ยอดขายลดลง 8 ล้านบาท เป็น 328 ล้านบาท เนื่องจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เงินเฟ้อ และการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนเคมีภัณฑ์และต้นทุนอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น 15% (จากสัดส่วน 25:15 ของต้นทุนขาย) แม้บริษัทจะพยายามควบคุมต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพ แต่ไม่สามารถผลักภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นไปยังผู้ผลิตขั้นถัดไปได้ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก
* **ธุรกิจฟอกหนัง:** ธุรกิจฟอกหนังวัวเผชิญกับลูกค้าที่ชะลอการนำเข้าเนื่องจากความต้องการใช้หนังในตลาดโลกลดลง ทำให้บริษัทต้องลดการรับจ้างฟอกหนังวัวบางส่วนชั่วคราวเพื่อบริหารต้นทุน แม้จะมีการนำหนังเข้ามาผลิตเพื่อใช้เองในธุรกิจหนังสสำเร็จรูป แต่ก็ไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด ส่วนธุรกิจฟอกหนังหมูมีทิศทางดีขึ้นจากการส่งออกไปจีน แต่ภาพรวมยังต้องเฝ้าระวัง ขณะที่ต้นทุนเคมีและต้นทุนอื่นๆ ที่สูงขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจฟอกหนังโดยรวมขาดทุนขั้นต้น
* **ธุรกิจรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย:** แม้รายได้จะเติบโต 12 ล้านบาท เป็น 174 ล้านบาท จากการกลับมาของยอดขายรองเท้านิรภัยที่ชดเชยสินค้าอุปกรณ์นิรภัยที่ลดลง แต่ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อก็ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 66 ล้านบาท เหลือ 61 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงมีความไม่แน่นอนสูง และต้นทุนการผลิตต่างๆ ยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น การที่บริษัทไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด ประกอบกับความต้องการใช้หนังในตลาดโลกลดลง เป็นปัจจัยกดดันที่ยังคงมีอยู่ อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการบริหารจัดการต้นทุนและพยายามเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต รวมถึงการเจรจาต่อรองกับคู่ค้าเพื่อลดค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้า ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้างในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 32 ล้านบาท:** พลิกจากกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท ใน Q1/65 โดยมีสาเหตุหลักจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มธุรกิจ
* **รายได้รวม 510 ล้านบาท:** ลดลงเล็กน้อยจาก 517 ล้านบาท ใน Q1/65
* **ธุรกิจหนังสสำเร็จรูปยอดขายลด:** รายได้ 328 ล้านบาท ลดลง 8 ล้านบาท จากผลกระทบเศรษฐกิจโลกและต้นทุนที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจรองเท้านิรภัยรายได้เติบโต:** รายได้ 174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท ชดเชยสินค้าอุปกรณ์นิรภัยที่ลดลง
* **ธุรกิจฟอกหนังรายได้หดตัว:** รายได้ 8 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจาก 23 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าชะลอการนำเข้า
* **ต้นทุนเคมีภัณฑ์และต้นทุนอื่นๆ ปรับสูงขึ้น:** เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้นในทุกกลุ่มธุรกิจ
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่ม 3 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่ม 15 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการส่งออก ค่าส่งเสริมการขาย และการตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 510 ล้านบาท ลดลง 7 ล้านบาท หรือ 1.35% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน (517 ล้านบาท) โดยมีรายละเอียดดังนี้:
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสสำเร็จรูป:** รายได้ 328 ล้านบาท ลดลง 8 ล้านบาท
* **ธุรกิจฟอกหนัง:** รายได้ 8 ล้านบาท ลดลง 15 ล้านบาท
* **ธุรกิจผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย:** รายได้ 174 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท
ต้นทุนขายรวมอยู่ที่ 448 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 93 ล้านบาท (18.00% ของรายได้) ใน Q1/65 เหลือเพียง 62 ล้านบาท (12.18% ของรายได้) ใน Q1/66
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 3 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านบาท เป็น 11 ล้านบาท
ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 32 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท ในงวดเดียวกันของปีก่อน คิดเป็นการเปลี่ยนแปลงลดลง 58 ล้านบาท
## โอกาส
* **การกลับมาของยอดขายรองเท้านิรภัย:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยยอดขายสินค้าอุปกรณ์นิรภัยที่ลดลง และทำให้ภาพรวมธุรกิจรองเท้าทรงตัว
* **การผลิตหนังเพื่อใช้เอง:** การนำหนังเข้ามาผลิตเพื่อใช้เองในธุรกิจหนังสสำเร็จรูป อาจช่วยลดต้นทุนวัตถุดิบบางส่วนได้ในระยะยาว
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การจัดตั้งบริษัทย่อย CPL Venture Plus เพื่อรองรับการลงทุนในธุรกิจใหม่ อาจเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก:** ภาวะเศรษฐกิจถดถอย เงินเฟ้อ และการขึ้นอัตราดอกเบี้ย เป็นปัจจัยกดดันหลักต่ออุปสงค์และต้นทุน
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะต้นทุนเคมีภัณฑ์และต้นทุนอื่นๆ ที่ไม่สามารถผลักภาระไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด
* **การชะลอการนำเข้าของลูกค้าในธุรกิจฟอกหนังวัว:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไรของธุรกิจฟอกหนัง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนในบริษัทร่วม:** บริษัทอินทิเกรเต็ด เลเธอร์ เน็ตเวิร์ค หยุดดำเนินการชั่วคราว ทำให้บริษัทรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนเต็มมูลค่าเงินลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** จะส่งผลต่อกำลังซื้อและต้นทุนการผลิตโดยตรง
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมและลดต้นทุนจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูกำไร
* **ทิศทางอุปสงค์ในตลาดหนังวัว:** การฟื้นตัวของความต้องการใช้หนังในตลาดโลก
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจรองเท้านิรภัย:** การเติบโตต่อเนื่องและการรักษาอัตรากำไร
* **แผนการลงทุนในธุรกิจใหม่:** ความคืบหน้าและการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทย่อย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
* **การผลิตและจำหน่ายหนังสสำเร็จรูป:** รายได้ลดลง 8 ล้านบาท เป็น 328 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอน ต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนเคมีภัณฑ์และต้นทุนอื่นๆ ที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 23 ล้านบาท เหลือเพียง 1 ล้านบาท
* **การฟอกหนัง:** รายได้ลดลง 15 ล้านบาท เป็น 8 ล้านบาท เนื่องจากลูกค้าชะลอการนำเข้าหนังดิบจากการที่ความต้องการใช้หนังในตลาดโลกลดลง ส่งผลให้ธุรกิจฟอกหนังวัวต้องปิดหน่วยงานบางส่วนชั่วคราว แม้ธุรกิจฟอกหนังหมูจะดีขึ้น แต่ภาพรวมยังขาดทุนขั้นต้น 0.4 ล้านบาท จากเดิมมีกำไร 5 ล้านบาท
* **การผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย:** รายได้เพิ่มขึ้น 12 ล้านบาท เป็น 174 ล้านบาท จากยอดขายรองเท้านิรภัยที่กลับมาดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 66 ล้านบาท เหลือ 61 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 2,511 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้หมุนเวียนอื่น
* **หนี้สินรวม:** 1,549 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59 ล้านบาท จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินส่วนใหญ่เป็นสัญญาทรัสต์รีซีท (trust receipt) ซึ่งเป็นเงินกู้ยืมระยะสั้นเพื่อซื้อวัตถุดิบนำเข้า บริษัทมีการกู้ยืมเงินระยะยาวจากบุคคลและกิจการที่เกี่ยวข้องกันเพิ่ม 50 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้นจาก 1.50 เท่า เป็น 1.61 เท่า
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** ทรงตัวที่ 1.19 เท่า แม้สภาพคล่องกระแสเงินสดจะลดลง แต่ธุรกิจมีเงินสดหมุนเวียนจากการขายสินค้าที่สามารถเรียกเก็บเงินได้ ทำให้ไม่เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน บริษัทมีแผนสำรองโดยทำสัญญาขอวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงินหลายแห่ง
## สรุปท้าย
CPL ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่กดดันผลประกอบการอย่างหนัก โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจโลกที่ไม่แน่นอนและต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ทุกกลุ่มธุรกิจหลักมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ พลิกจากกำไรสุทธิเป็นขาดทุนสุทธิ 32 ล้านบาท แม้ธุรกิจรองเท้านิรภัยจะยังคงเติบโตได้ แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหนังได้ทั้งหมด ความเสี่ยงจากต้นทุนที่สูงขึ้นและอุปสงค์ที่ชะลอตัวยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการลงทุนในธุรกิจใหม่จะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูกำไรของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPL ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
408.69
ล้านบาท
↓ 53.9% YoY
กำไรขั้นต้น
65.97
ล้านบาท
↓ 44.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.14
%
กำไรสุทธิ
-34.19
ล้านบาท
↓ 62.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.37
%
D/E Ratio
2.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
409
↓ -53.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
66
↓ -44.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-34
↓ -62.8%
YoY
D/E Ratio
2.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.35
ROE (%)
-21.89
ROA (%)
-2.54
Book Value/หุ้น
1.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-151
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.47
+361.94%
|
-32.79
-4.98%
|
-34.51
-87.90%
|
-285.21
+286.10%
|
-73.87
-131.58%
|
233.91
-35.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.54
+311.63%
|
0.86
-98.63%
|
62.74
-923.36%
|
-7.62
+101.59%
|
-3.78
-89.77%
|
-36.94
+122.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
172.31
+740.13%
|
20.51
-47.79%
|
39.28
-83.32%
|
235.51
-240.32%
|
-167.84
+42.59%
|
-117.71
+33.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
16.63
-243.24%
|
-11.61
-117.27%
|
67.23
-215.22%
|
-58.35
-73.69%
|
-221.79
+632.46%
|
-30.28
-70.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
53.38
+55.67%
|
34.29
-53.19%
|
73.25
+49.09%
|
49.13
-29.21%
|
69.40
+63.87%
|
42.35
-70.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
70.01
+31.15%
|
53.38
+55.67%
|
34.29
-42.28%
|
59.41
+20.92%
|
49.13
-29.21%
|
69.40
+63.87%
|