บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · แฟชั่น
0.67
0.02 (2.90%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7123 out_tok=2967 at=2026-07-25T14:21:17 -->
# CPL กำไรสุทธิ Q1/2565 ลดลง 35% รับแรงกดดันต้นทุน-เศรษฐกิจ
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรสุทธิหดตัว 14 ล้านบาท เหตุต้นทุนผลิตพุ่ง-ผลกระทบเศรษฐกิจโลก
บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท ลดลง 14 ล้านบาท หรือ 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการผลิตที่สูงขึ้น รวมถึงความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ CPL ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลง มาจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับ **ผลกระทบจากรายการทางการเงินและรายการพิเศษ** ที่ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง คือ **ต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้น** โดยเฉพาะในธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสสำเร็จรูป แม้ว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท เป็น 336 ล้านบาท แต่กำไรขั้นต้นกลับลดลงจาก 32 ล้านบาท เหลือ 23 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้จากการขายลดลงจาก 24.15% ในปีก่อน เหลือ 18.00% ในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ยังมีผลกระทบจาก **รายการขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์** จำนวน 9 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ส่งผลกระทบต่อตัวเลขกำไรสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายการผลิตที่สูงขึ้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า แม้จะพยายามรักษาต้นทุนให้ใกล้เคียงเดิม แต่ต้นทุนการผลิตต่างๆ ได้ปรับตัวสูงขึ้นตามแรงกดดันของเงินเฟ้อ เช่น เคมีภัณฑ์ พลังงาน และค่าใช้จ่ายจากการซ่อมบำรุง ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายและกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจฟอกหนัง:** ในส่วนของการฟอกหนังวัว แม้จะมีการผลิตเพื่อใช้เองเพื่อลดต้นทุน แต่ก็ยังต้องปิดหน่วยงานรับจ้างฟอกหนังวัวบางส่วนชั่วคราวเพื่อบริหารจัดการต้นทุน ขณะที่การฟอกหนังหมูมีปริมาณการฟอกต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย
* **รายการทางการเงินและรายการพิเศษ:** บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 26 ล้านบาท จากเงินบาทที่อ่อนค่า แต่ก็มีขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์ 9 ล้านบาท ซึ่งรายการหลังนี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ปัจจัยด้านต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากเงินเฟ้อและราคาพลังงานมีแนวโน้มที่จะยังคงเป็นแรงกดดันต่อไปในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมีนโยบายควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ส่วนผลกระทบจากรายการทางการเงินและสัญญาอนุพันธ์นั้น เป็นรายการที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง และอาจผันผวนได้ตามสภาวะตลาด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 35%:** กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 26 ล้านบาท ลดลง 14 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 40 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.15% เป็น 18.00% เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
* **รายได้รวมเติบโตเล็กน้อย:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท เป็น 336 ล้านบาท โดยหลักมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสสำเร็จรูป
* **ธุรกิจรองเท้าทรงตัว:** รายได้จากรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัยใกล้เคียงปีก่อน แม้ยอดขายรองเท้าลดลง แต่ชดเชยได้ด้วยอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการ
* **ธุรกิจฟอกหนังวัวชะลอตัว:** ลูกค้ารายใหญ่ชะลอการนำเข้า ทำให้บริษัทต้องผลิตเพื่อใช้เองและปิดบางส่วนชั่วคราว
* **รายการพิเศษกระทบกำไร:** มีผลขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์ 9 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท ซีพีแอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CPL รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 26 ล้านบาท ลดลง 14 ล้านบาท หรือ 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้รวม 4.97% ลดลงจาก 9.08% ในปีก่อน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตขึ้น 76 ล้านบาท เป็น 336 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายหนังสสำเร็จรูปที่ปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ แต่ถูกกดดันจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ เคมีภัณฑ์ และพลังงาน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างชัดเจน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากช่วงปลายปีที่ผ่านมา เป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายผลิตภัณฑ์หนังสำเร็จรูป
* **การชดเชยยอดขายรองเท้า:** ยอดขายอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการที่เพิ่มขึ้น สามารถชดเชยยอดขายรองเท้านิรภัยที่ลดลงได้
* **การผลิตหนังเพื่อใช้เอง:** การสั่งหนังเข้ามาผลิตเพื่อใช้เองในธุรกิจหนังสสำเร็จรูป ช่วยลดต้นทุนการผลิตได้บางส่วน
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การลงทุนในบริษัทอิทธิ 3 ฤทธิ์ จำกัด และบริษัทอีเลฟเฟ่นท์ แคนน์ จำกัด เป็นการมองหาโอกาสในการเติบโตในธุรกิจใหม่
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอก:** สถานการณ์ COVID-19, สงครามระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และการปรับตัวเพิ่มขึ้นของเงินเฟ้อ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างความไม่แน่นอนและกดดันตลาด
* **ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น:** แรงกดดันจากเงินเฟ้อส่งผลให้ต้นทุนวัตถุดิบ เคมีภัณฑ์ พลังงาน และค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การชะลอตัวของธุรกิจฟอกหนังวัว:** ลูกค้ารายใหญ่ยังคงจับตาดูสถานการณ์ตลาดและชะลอการนำเข้าหนังดิบ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการทำสัญญาป้องกันความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** การปรับตัวขึ้นของต้นทุนเหล่านี้จะส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไปอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนในธุรกิจฟอกหนัง:** การปรับแผนการผลิตและการบริหารต้นทุนในหน่วยงานฟอกหนังวัวที่ปิดชั่วคราว
* **ผลประกอบการของธุรกิจรองเท้าและอุปกรณ์นิรภัย:** การเติบโตของอุปกรณ์นิรภัยจะสามารถชดเชยยอดขายรองเท้าที่อาจผันผวนได้หรือไม่
* **ความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจใหม่:** ผลตอบแทนจากการลงทุนในบริษัทอิทธิ 3 ฤทธิ์ จำกัด และบริษัทอีเลฟเฟ่นท์ แคนน์ จำกัด
* **ผลกระทบจากรายการทางการเงิน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและสัญญาอนุพันธ์จะส่งผลต่อกำไรสุทธิอย่างไรในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุปโภคบริโภค)
**การผลิตและจำหน่ายหนังสสำเร็จรูป:**
* **ยอดขาย:** เพิ่มขึ้น 76 ล้านบาท เป็น 336 ล้านบาท (YoY) จากภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มดีขึ้น
* **ต้นทุนขาย:** ต้นทุนวัตถุดิบหนังวัวหมักเกลือ (70%), เคมีภัณฑ์ (20%), อื่นๆ (10%) ปรับตัวสูงขึ้นตามเงินเฟ้อ
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลงจาก 32 ล้านบาท เหลือ 23 ล้านบาท (YoY) ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 24.15% เป็น 18.00%
**การฟอกหนัง:**
* **การฟอกหนังวัว:** ลูกค้าชะลอการนำเข้า บริษัทผลิตเพื่อใช้เอง ลดต้นทุนบางส่วน และปิดบางหน่วยงานชั่วคราว
* **การฟอกหนังหมู:** ยอดฟอกส่งไปจีนมากขึ้น แต่ปริมาณต่ำกว่าเป้าหมายเล็กน้อย
* **รายได้บริการฟอกหนัง:** เพิ่มขึ้นจาก 12 ล้านบาท เป็น 23 ล้านบาท (YoY)
* **กำไรขั้นต้นบริการฟอกหนัง:** ทรงตัวที่ 5 ล้านบาท (YoY) แม้รายได้เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น
**การผลิตและจำหน่ายรองเท้านิรภัยและอุปกรณ์นิรภัย:**
* **รายได้:** 162 ล้านบาท ใกล้เคียงปีก่อน (168 ล้านบาท)
* **ปัจจัย:** ยอดขายรองเท้าลดลงจากกำลังซื้อหดตัว แต่ชดเชยด้วยยอดขายอุปกรณ์นิรภัยและงานบริการที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนขาย:** หนังรองเท้า (55%), พื้นรองเท้า (20%), อื่นๆ (25%) อยู่ในเกณฑ์ปกติ
* **กำไรขั้นต้น:** ลดลงเล็กน้อยจาก 69 ล้านบาท เหลือ 66 ล้านบาท (YoY)
**รายได้อื่น (ค่าใช้จ่ายอื่น):**
* **รายการรวม:** 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 8 ล้านบาท (YoY)
* **ปัจจัย:** กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 26 ล้านบาท (เงินบาทอ่อนค่า) แต่มีขาดทุนจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสัญญาอนุพันธ์ 9 ล้านบาท
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:**
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** คิดเป็น 7.77% ของรายได้ (เทียบกับ 8.40% ปีก่อน) เพิ่มขึ้น 4 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากค่าขนส่งและส่งเสริมการขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** คิดเป็น 6.76% ของรายได้ (เทียบกับ 7.69% ปีก่อน) เพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 2,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 2,439 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยเพิ่มขึ้นจากสินค้าคงคลังและลูกหนี
* **หนี้สินรวม:** 1,421 ล้านบาท ลดลงจาก 1,443 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยหนี้สินส่วนใหญ่คือสัญญาทรัสต์รีซีท (Trust Receipt)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** 1.39 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.31 เท่า
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** 1.26 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.24 เท่า แสดงถึงสภาพคล่องที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **กระแสเงินสด:** มีเงินสดหมุนเวียนจากการขายสินค้าที่สามารถเรียกเก็บเงินจากลูกค้าได้ ทำให้ไม่เกิดปัญหาขาดสภาพคล่องทางการเงิน มีแผนสำรองวงเงินสินเชื่อจากสถาบันการเงิน
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ CPL ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้นอันเป็นผลมาจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อ ประกอบกับผลกระทบจากรายการทางการเงิน แม้รายได้รวมจะเติบโตขึ้นจากธุรกิจหนังสสำเร็จรูป แต่ก็ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านต้นทุนได้ทั้งหมด ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ธุรกิจรองเท้าทรงตัว และธุรกิจฟอกหนังวัวยังคงเผชิญความท้าทายจากอุปสงค์ที่ชะลอตัว นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนการผลิตและผลกระทบจากปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจใหม่
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPL ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
408.69
ล้านบาท
↓ 53.9% YoY
กำไรขั้นต้น
65.97
ล้านบาท
↓ 44.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.14
%
กำไรสุทธิ
-34.19
ล้านบาท
↓ 62.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.37
%
D/E Ratio
2.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
409
↓ -53.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
66
↓ -44.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-34
↓ -62.8%
YoY
D/E Ratio
2.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPL
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.35
ROE (%)
-21.89
ROA (%)
-2.54
Book Value/หุ้น
1.35
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPL
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-151
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+4
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPL
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-151.47
+361.94%
|
-32.79
-4.98%
|
-34.51
-87.90%
|
-285.21
+286.10%
|
-73.87
-131.58%
|
233.91
-35.14%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.54
+311.63%
|
0.86
-98.63%
|
62.74
-923.36%
|
-7.62
+101.59%
|
-3.78
-89.77%
|
-36.94
+122.13%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
172.31
+740.13%
|
20.51
-47.79%
|
39.28
-83.32%
|
235.51
-240.32%
|
-167.84
+42.59%
|
-117.71
+33.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
16.63
-243.24%
|
-11.61
-117.27%
|
67.23
-215.22%
|
-58.35
-73.69%
|
-221.79
+632.46%
|
-30.28
-70.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
53.38
+55.67%
|
34.29
-53.19%
|
73.25
+49.09%
|
49.13
-29.21%
|
69.40
+63.87%
|
42.35
-70.92%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
70.01
+31.15%
|
53.38
+55.67%
|
34.29
-42.28%
|
59.41
+20.92%
|
49.13
-29.21%
|
69.40
+63.87%
|