2/

เดือนนี้ / เดือนก่อน

2/78

ปีนี้ / ปีก่อน

  • set
  • thunhoon

    CFARM ทุ่มงบ 120 ล.  ลุยฟาร์มไก่ไข่ทำเงิน 08/01/69

    #CFARM #ทันหุ้น – CFARM ทุ่มงบ 120 ล้านบาท เดินเกม “ฟาร์มไก่ไข่” เล็งเปิดเชิงพาณิชย์ต้นปี 2569 ตั้งเป้าคืนทุนราว 5 ปี ฟากผู้บริหาร “มธุชา จึงธนสมบูรณ์” หวังปั้นรายได้ประจำ ลดข้อจำกัดรอบเลี้ยงไก่เนื้อ พร้อมสตาร์ตกำลังผลิต 200,000 ตัว นางสาวมธุชา  จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน)หรือCFARMเปิดเผยกับ“ทันหุ้น”ว่า บริษัทอยู่ระหว่างเดินหน้าโครงการลงทุน “ฟาร์มไก่ไข่” ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มเข้ามาขยายพอร์ต โดยได้เริ่มก่อสร้างโรงเรือนฟาร์มแห่งใหม่แล้ว คาดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ได้ช่วงต้นปี 2569 ใช้งบลงทุนราว 119–120 ล้านบาท ตั้งเป้าคืนทุนประมาณ 5 ปี มองเป็นการสร้างฐานรายได้ประจำระยะยาว เนื่องจากธุรกิจไก่ไข่สามารถสร้างรายได้ต่อเนื่องทุกวันจากการจำหน่ายไข่ไก่ แตกต่างจากธุรกิจไก่เนื้อที่มีรอบการเลี้ยงจำกัด ลุยฟาร์มไข่ไก่

  • mitihoon

    CFARM กางแผนเลี้ยงไก่ไข่ ดันผลงานโตระเบิด 21/12/68

    CFARM หรือ บมจ.ชูวิทย์ ฟาร์ม (2019) โดย นางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงาน Q4/68 คาดว่าจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง รอบเลี้ยงไก่เพิ่มขึ้นเนื่องจากพื้นที่ภาคกลางประสบปัญหาโรคระบาด บริษัทคาดว่าในปี 68 จะมีปริมาณไก่ในระบบทั้งหมด 15.8 ล้านตัว บริษัทได้รับผลประโยชน์ทางอ้อมจากราคาอาหารสัตว์ปรับตัวลดลง ทำให้ต้นทุนของคู่สัญญาลดลง ทำให้ได้อาหารสัตว์ที่มีคุณภาพ สำหรับรายได้ในปี 68 คาดว่าจะทำได้ไม่น้อยกว่า 230 ลบ. สำหรับแผนปี 69 บริษัทตั้งเป้าหมายปริมาณการเลี้ยงไก่เนื้อใกล้เคียงปี 68 แต่จะมีส่วนเพิ่มจากการที่บริษัทเริ่มเลี้ยงไก่ไข่ ตั้งแต่ Q2-Q3/69 หรือราว 2 แสนตัว กลายเป็นรายได้ส่วนเพิ่ม แต่คาดว่าจะเห็นผลดีเต็มปีตั้งแต่ปี 70 เป็นต้นไป เพราะรับรู้การเลี้ยงไก่ไข่เต็มปี

  • kaohoon

    CFARM วิ่ง 8% ลุ้นรายได้ Q4 สดใส รับแผนลดต้นทุน-บริหารเวลาเลี้ยงไก่ 08/12/68

    ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารเวลาในการเลี้ยงได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 42.7 วันต่อรอบ ลดลงเหลือรอบละ 42.47 วัน (ลดลง 0.2 วัน) ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดต้นทุนการถือครองได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตราการสูญเสียที่ลดลงในระดับ 0.19% จากเดิม 0.43% คาดว่าจะทำให้รายได้ในช่วงปลายปีเติบโตขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนคงที่ของบริษัท ด้านอุตสาหกรรมไก่ประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด และความเชื่อมั่นของคู่ค้า อีกทั้งเนื้อไก่เป็นโปรตีนยอดนิยมเพราะราคาย่อมเยา เหมาะกับทุกศาสนา และ สอดรับกับเทรนด์การบริโภคที่เน้นสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยการระบาดของไข้หวัดนก (Avian Flu) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ราคาไก่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าสินค้าโปรตีนชนิดอื่นในตลาดโลก คาดว่าปริมาณการบริโภคไก่ทั่วโลกในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3% “ภาพรวมอุตสาหกรรมไก่ไทยในขณะนี้อยู่ในช่วงที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นในระบบการผลิตและคุณภาพ ถือเป็นโอกาสของบริษัทในการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงาน และ ขยายตลาดการส่งออกเนื้อไก่เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทได้รับการรับรองคุณภาพในโครงการ Farm First Assurance Scheme จาก LRQA (Lloyd’s Register Quality Assurance) ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานอาหาร พร้อมมุ่งเน้นเรื่องสวัสดิภาพสัตว์และความยั่งยืน ถือเป็นมาตรฐานในการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป และสหราชอาณาจักร นอกเหนือจากตลาดญี่ปุ่นที่เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ

  • oppday
  • thunhoon

    CFARM โค้งท้ายวิ่งแรง  เพิ่มรอบเลี้ยงไก่ล้านตัว หนุนอุตสาหกรรมส่งออก 21/11/68

    ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารเวลาในการเลี้ยงได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 42.7 วันต่อรอบ ลดลงเหลือรอบละ 42.47 วัน (ลดลง 0.2 วัน) ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดต้นทุนการถือครองได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตราการสูญเสียที่ลดลงในระดับ 0.19% จากเดิม 0.43% คาดว่าจะทำให้รายได้ในช่วงปลายปีเติบโตขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนคงที่ของบริษัท ด้านอุตสาหกรรมไก่ประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด และ ความเชื่อมั่นของคู่ค้า อีกทั้งเนื้อไก่เป็นโปรตีนยอดนิยมเพราะราคาย่อมเยา เหมาะกับทุกศาสนา และสอดรับกับเทรนด์การบริโภคที่เน้นสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยการระบาดของไข้หวัดนก(Avian Flu)ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ราคาไก่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าสินค้าโปรตีนชนิดอื่นในตลาดโลก คาดว่าปริมาณการบริโภคไก่ทั่วโลกในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3% กำไรทะยาน452%

  • mitihoon

    CFARM รอบเลี้ยงไก่เร็วขึ้น ยืนยันQ4ฟอร์มสวย 20/11/68

    ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารเวลาในการเลี้ยงได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 42.7 วันต่อรอบ ลดลงเหลือรอบละ 42.47 วัน (ลดลง 0.2 วัน) ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดต้นทุนการถือครองได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตราการสูญเสียที่ลดลงในระดับ 0.19% จากเดิม 0.43% คาดว่าจะทำให้รายได้ในช่วงปลายปีเติบโตขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนคงที่ของบริษัท อุตสาหกรรมไก่ประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด และ ความเชื่อมั่นของคู่ค้า ประกอบกับปัจจัยการระบาดของไข้หวัดนกในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ราคาไก่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าสินค้าโปรตีนชนิดอื่นในตลาดโลก คาดว่าปริมาณการบริโภคไก่ทั่วโลกในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3% ถือเป็นโอกาสของบริษัทในการขยายตลาดการส่งออกเนื้อไก่เพิ่มขึ้น ไปยังยุโรป สหราชอาณาจักร นอกเหนือจากตลาดญี่ปุ่นที่เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

  • hoonsmart

    CFARM ผู้นำฟาร์มไก่ ชูศักยภาพการผลิต มั่นใจโค้งสุดท้ายโตต่อเนื่อง 20/11/68

    ขณะเดียวกันบริษัท บริหารเวลาในการเลี้ยงได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาเฉลี่ย 42.7 วัน/รอบ ลดลงเหลือรอบละ 42.47 วัน (ลดลง 0.2 วัน) ถือเป็นหนึ่งปัจจัยช่วยลดต้นทุนการถือครองได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตราการสูญเสียที่ลดลงในระดับ 0.19% จากเดิม 0.43% คาดว่าจะทำให้รายได้ในช่วงปลายปีเติบโตขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนคงที่ของบริษัท ด้านอุตสาหกรรมไก่ประเทศไทย ยังเติบโตต่อเนื่อง จากระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด และ ความเชื่อมั่นของคู่ค้า อีกทั้งเนื้อไก่เป็นโปรตีนยอดนิยมเพราะราคาย่อมเยา เหมาะกับทุกศาสนา และ สอดรับกับเทรนด์การบริโภคที่เน้นสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยการระบาดของไข้หวัดนก (Avian Flu) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ราคาไก่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าสินค้าโปรตีนชนิดอื่นในตลาดโลก คาดว่าปริมาณการบริโภคไก่ทั่วโลกในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3% สำหรับภาพรวมอุตสาหกรรมไก่ไทย กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นในระบบการผลิตและคุณภาพ ถือเป็นโอกาสของบริษัทในการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงาน และ ขยายตลาดการส่งออกเนื้อไก่เพิ่มขึ้น บริษัทได้รับการรับรองคุณภาพในโครงการ Farm First Assurance Scheme จาก LRQA (Lloyd’s Register Quality Assurance) ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานอาหาร พร้อมมุ่งเน้นเรื่องสวัสดิภาพสัตว์และความยั่งยืน ถือเป็นมาตรฐานในการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป และ สหราชอาณาจักร นอกเหนือจากตลาดญี่ปุ่นที่เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ

  • thunhoon

    CFARM โค้งสุดท้ายปี 68 โตแกร่ง! รุกเพิ่มศักยภาพผลิต รับดีมานด์ทั่วโลก 20/11/68

    ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารเวลาในการเลี้ยงได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 42.7 วันต่อรอบ ลดลงเหลือรอบละ 42.47 วัน (ลดลง 0.2 วัน) ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดต้นทุนการถือครองได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตราการสูญเสียที่ลดลงในระดับ 0.19% จากเดิม 0.43% คาดว่าจะทำให้รายได้ในช่วงปลายปีเติบโตขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนคงที่ของบริษัท ด้านอุตสาหกรรมไก่ประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด และ ความเชื่อมั่นของคู่ค้า อีกทั้งเนื้อไก่เป็นโปรตีนยอดนิยมเพราะราคาย่อมเยา เหมาะกับทุกศาสนา และ สอดรับกับเทรนด์การบริโภคที่เน้นสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยการระบาดของไข้หวัดนก (Avian Flu) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ราคาไก่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าสินค้าโปรตีนชนิดอื่นในตลาดโลก คาดว่าปริมาณการบริโภคไก่ทั่วโลกในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3% “ภาพรวมอุตสาหกรรมไก่ไทยในขณะนี้อยู่ในช่วงที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นในระบบการผลิตและคุณภาพ ถือเป็นโอกาสของบริษัทในการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงาน และ ขยายตลาดการส่งออกเนื้อไก่เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทได้รับการรับรองคุณภาพในโครงการ Farm First Assurance Scheme จาก LRQA (Lloyd’s Register Quality Assurance) ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานอาหาร พร้อมมุ่งเน้นเรื่องสวัสดิภาพสัตว์และความยั่งยืน ถือเป็นมาตรฐานในการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป และ สหราชอาณาจักร นอกเหนือจากตลาดญี่ปุ่นที่เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ อีกทั้งบริษัทมีจุดแข็งด้านระบบความปลอดภัยทางชีวภาพที่เข้มงวด ส่งผลให้ฟาร์มของบริษัทปลอดโรคไข้หวัดนกมาโดยตลอด รวมถึงการมีมาตรการเชิงรุกที่รัดกุม ตั้งแต่การควบคุมทางเข้าออก การฆ่าเชื้อยานพาหนะ การอาบน้ำเปลี่ยนชุด 100% ของบุคลากร ไปจนถึงการใช้โรงเรือนระบบปิด EVAP (Evaporative cooling system) ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยง ลดความเสี่ยงในการบริหารต้นทุน และ ช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืนในอนาคต” ผศ.ดร.ศิริรักษ์ กล่าว

  • mitihoon

    CFARM ทิศทางโค้งสุดท้ายปี 68 โตแกร่ง ชูแผนศักยภาพการผลิต รับดีมานด์ส่งออกทั่วโลก 20/11/68

    ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารเวลาในการเลี้ยงได้เร็วขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 42.7 วันต่อรอบ ลดลงเหลือรอบละ 42.47 วัน (ลดลง 0.2 วัน) ถือเป็นหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดต้นทุนการถือครองได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งอัตราการสูญเสียที่ลดลงในระดับ 0.19% จากเดิม 0.43% คาดว่าจะทำให้รายได้ในช่วงปลายปีเติบโตขึ้น โดยไม่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนคงที่ของบริษัท ด้านอุตสาหกรรมไก่ประเทศไทยยังคงเติบโตต่อเนื่อง จากระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวด และ ความเชื่อมั่นของคู่ค้า อีกทั้งเนื้อไก่เป็นโปรตีนยอดนิยมเพราะราคาย่อมเยา เหมาะกับทุกศาสนา และ สอดรับกับเทรนด์การบริโภคที่เน้นสุขภาพมากขึ้น ประกอบกับปัจจัยการระบาดของไข้หวัดนก (Avian Flu) ในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ราคาไก่ปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าสินค้าโปรตีนชนิดอื่นในตลาดโลก คาดว่าปริมาณการบริโภคไก่ทั่วโลกในปี 2568 จะเพิ่มขึ้นประมาณ 3% “ภาพรวมอุตสาหกรรมไก่ไทยในขณะนี้อยู่ในช่วงที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง จากความเชื่อมั่นในระบบการผลิตและคุณภาพ ถือเป็นโอกาสของบริษัทในการพัฒนาศักยภาพการดำเนินงาน และ ขยายตลาดการส่งออกเนื้อไก่เพิ่มขึ้น ที่ผ่านมาบริษัทได้รับการรับรองคุณภาพในโครงการ Farm First Assurance Scheme จาก LRQA (Lloyd’s Register Quality Assurance) ซึ่งเป็นการให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยและความมั่นคงในห่วงโซ่อุปทานอาหาร พร้อมมุ่งเน้นเรื่องสวัสดิภาพสัตว์และความยั่งยืน ถือเป็นมาตรฐานในการส่งออกสินค้าไปยังยุโรป และ สหราชอาณาจักร นอกเหนือจากตลาดญี่ปุ่นที่เป็นตลาดส่งออกอันดับหนึ่งของประเทศ อีกทั้งบริษัทมีจุดแข็งด้านระบบความปลอดภัยทางชีวภาพที่เข้มงวด ส่งผลให้ฟาร์มของบริษัทปลอดโรคไข้หวัดนกมาโดยตลอด รวมถึงการมีมาตรการเชิงรุกที่รัดกุม ตั้งแต่การควบคุมทางเข้าออก การฆ่าเชื้อยานพาหนะ การอาบน้ำเปลี่ยนชุด 100% ของบุคลากร ไปจนถึงการใช้โรงเรือนระบบปิด EVAP (Evaporative cooling system) ล้วนเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเลี้ยง ลดความเสี่ยงในการบริหารต้นทุน และ ช่วยผลักดันการเติบโตของบริษัทอย่างยั่งยืนในอนาคต” ผศ.ดร.ศิริรักษ์ กล่าวเพิ่มเติม