บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
CFARM ปี 2568 โชว์ฟอร์มร้อนแรง! รายได้โต 15-20% กำไรสุทธิพุ่ง 9% พร้อมเปิดประตูสู่ตลาดยุโรปด้วยมาตรฐาน LRQA
P/E 42.78 YIELD 2.50 ราคา 0.80 (0.00%)
CFARM ปี 2568 โชว์ฟอร์มร้อนแรง! รายได้โต 15-20% กำไรสุทธิพุ่ง 9% พร้อมเปิดประตูสู่ตลาดยุโรปด้วยมาตรฐาน LRQA
บริษัทชูวิทย์ฟาร์ม(2019)จำกัด(มหาชน) หรือ CFARM โชว์ศักยภาพเติบโตอย่างก้าวกระโดดในปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 แม้เผชิญความท้าทายจากโรคระบาดในภาคเกษตรกรรมและต้นทุนพลังงานโลกที่ผันผวน แต่กลับสามารถรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ได้ถึง 9% และเพิ่มขึ้นกว่า 9% จากปีก่อนหน้า พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการผลิตให้อยู่ในเกณฑ์ยอมรับได้ด้วยอัตราการเลี้ยงรอด (Feed Conversion Ratio) ที่ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ ~1.67 จากเดิม ~1.60 แม้จะสูงกว่าปีก่อนหน้า แต่ยังคงอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ดี โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับอัตราการเลี้ยงรอดเฉลี่ยของอุตสาหกรรมที่อยู่ที่ ~1.75
“แม้รายได้จากไก่เนื้อจะลดลง 6% จากปีก่อนหน้า แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9% — นั่นคือสัญญาณชัดเจนว่า CFARM ไม่ได้เติบโตด้วยปริมาณ แต่เติบโตด้วยประสิทธิภาพ”
จุดเปลี่ยนสำคัญของปีนี้คือการปรับโครงสร้างต้นทุนอย่างมีระบบ โดยเฉพาะการลดค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารลงถึง 2.7 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงกว่า 3.4 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงวินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง ขณะเดียวกัน การลงทุนในระบบสมาร์ทฟาร์ม (Smart Farming) ช่วยลดแรงงานได้ถึง 17% และเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตโดยรวมอย่างชัดเจน พร้อมยกระดับระบบ Biosecurity จนสามารถรักษาอัตราการเลี้ยงรอด (Live Rate) เกินเกณฑ์ที่ตั้งไว้ที่ >94%
“การลงทุนในฟาร์มปิดควบคุมอุณหภูมิและชื้น ไม่ใช่แค่เพื่อควบคุมโรค แต่คือการสร้าง ‘ความได้เปรียบเชิงกลยุทธ์’ ที่ทำให้ CFARM สามารถส่งออกได้ถึงยุโรป”
ไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการเริ่มทดลองดำเนินธุรกิจไก่ไข่ในไตรมาสแรกของปี 2568 โดยใช้ฟาร์มขนาดเล็ก 20,000 ตัว ซึ่งแม้รายได้ยังไม่ถูกเปิดเผยอย่างชัดเจนในไตรมาสแรก แต่คาดว่าจะเข้าสู่ระบบการบริหารจัดการอย่างเป็นทางการภายในไตรมาสที่ 4 และเริ่มเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในปี 2569–2571 โดยเฉพาะเมื่อถึงปี 2570 ธุรกิจไก่ไข่จะมีส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 60% จากรายได้รวม จากเดิมเพียง 15%
“การขยายธุรกิจไก่ไข่ไม่ใช่การกระจายความเสี่ยง แต่คือการสร้าง ‘แหล่งรายได้ใหม่’ ที่มีอัตรากำไรสูงกว่าไก่เนื้อ และสามารถรองรับการเติบโตอย่างยั่งยืนใน 3 ปีข้างหน้า”
เป้าหมายระยะสั้นของ CFARM คือการเติบโตของรายได้และกำไรเฉลี่ย 15–20% ต่อปี ภายในระยะเวลา 1–3 ปี โดยอาศัยแรงขับเคลื่อนจากไก่ไข่ที่มีศักยภาพสูง และการขยายโรงเรือนไก่เนื้อเพิ่มเติมด้วยเงินเหลือจากการระดมทุน IPO จำนวน ~441 ล้านบาท ซึ่งจะใช้สนับสนุนโครงการใหม่ ๆ ในระยะยาว โดยบริษัทยังคงเน้นการเติบโตภายใน (organic growth) มากกว่าการเข้าซื้อกิจการ (M&A)
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- มีแผนขยายโรงเรือนไก่เนื้อหรือไม่? ใช่ มีแผนขยายโรงเรือนเพิ่มเติม โดยใช้เงินเหลือจาก IPO (~441 ล้านบาท) เพื่อสนับสนุนการลงทุนในโครงการใหม่ ๆ
- ไก่ไข่มีส่วนแบ่งรายได้เท่าใดในปี 2568 และจะเติบโตเป็นเท่าใดในปี 2570? ในปี 2568 มีส่วนแบ่งรายได้ประมาณ 15% ของรายได้รวม และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นถึง 60% ในปี 2570
- ผลกระทบจากโรคระบาดมีมากน้อยแค่ไหน? มีผลกระทบเล็กน้อยจากการแพร่ระบาดของโรคสัตว์ปีก แต่บริษัทสามารถควบคุมได้ดีขึ้นหลังยกระดับระบบ Biosecurity และมีอัตราการเลี้ยงรอดเกิน 94%
- การใช้พลังงานในฟาร์มปิดเพิ่มขึ้นหรือไม่? มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในระบบระบายอากาศ (Evaporative Cooling) และช่วงขนส่งไก่กลางวัน แต่บริษัทจัดการโดยขนส่งในเวลากลางคืนเพื่อลดความเสี่ยงต่อสุขภาพไก่
- มีแผนเข้าซื้อธุรกิจปศุสัตว์อื่นหรือไม่? ขณะนี้ยังไม่มีแผน M&A โดยเน้นการเติบโตภายในและยึดมั่นในความปลอดภัยของกระบวนการผลิต
CFARM ไม่ได้แค่เลี้ยงไก่ — แต่กำลังสร้างระบบนิเวศการเกษตรที่ควบคุมได้สูง พร้อมมาตรฐานสากลครบวงจร เช่น ISO และ LRQA ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเข้าสู่ตลาดยุโรปและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเติบโตที่มีคุณภาพ ควบคู่กับการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีวินัย และการวางรากฐานธุรกิจไก่ไข่ในระยะยาว ทำให้ CFARM กลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่น่าจับตามองในวงการปศุสัตว์ไทยในยุคใหม่