บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
ILINK เติบโตแบบมั่นคงแม้รายได้รวมลดลง ปี 2568 กำไรสุทธิยังรักษาไว้ที่ 1,020 ล้านบาท พร้อมเปิดแผนขยายธุรกิจโซลาร์-EV Charger และเคเบิลใต้น้ำ 230 KV
P/E -100.00 YIELD 6.65 ราคา 4.66 (0.00%)
ILINK เติบโตแบบมั่นคงแม้รายได้รวมลดลง ปี 2568 กำไรสุทธิยังรักษาไว้ที่ 1,020 ล้านบาท พร้อมเปิดแผนขยายธุรกิจโซลาร์-EV Charger และเคเบิลใต้น้ำ 230 KV
บริษัท อินเตอร์ลิงก์ (ILINK) ปิดงบการเงินปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยภาพรวมที่น่าจับตา โดยแม้รายได้รวมจะลดลงเล็กน้อยจาก 3,280 ล้านบาทในปีก่อน มาอยู่ที่ 3,190 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิยังคงรักษาไว้ได้ที่ระดับ 1,020 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 1,385 ล้านบาท สะท้อนความแข็งแกร่งของธุรกิจหลักที่ยังคงมีฐานรากมั่นคง พร้อมปรับโครงสร้างองค์กรครั้งสำคัญ โดยแยกธุรกิจ iTale ออกจากงบการเงินหลักตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568 เพื่อให้ภาพรวมผลประกอบการของ ILINK ชัดเจนและสะท้อนความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น
"การแยก iTale ออกจากงบ ILINK ไม่ใช่การลดขนาด แต่คือการเน้นจุดแข็งให้ชัดเจนขึ้น"
ภายใต้กลยุทธ์ใหม่นี้ ธุรกิจ Core ที่ประกอบด้วยการจัดจำหน่ายสายสัญญาณและงาน EPC ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ โดยมีรายได้รวม 3,190 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิอยู่เหนือเกณฑ์เป้าหมายที่ตั้งไว้ที่มากกว่า 9% พร้อมกับมีสัดส่วนรายได้จาก Digital Revenue ถึง 38% และ Recurring Revenue สูงถึง 75% ซึ่งบ่งชี้ถึงความยั่งยืนของโมเดลธุรกิจที่ไม่พึ่งพาการขายครั้งเดียว ขณะเดียวกัน งาน Backlog ในธุรกิจ EPC ยังคงอยู่ที่ระดับ 240 ล้านบาท แสดงถึงความมั่นคงของ pipeline งานในอนาคต
"EPC อาจชะลอชั่วคราว แต่ Backlog 240 ล้านบาทคือสัญญาณเตือนที่ดีว่าธุรกิจยังมีแรงขับเคลื่อนต่อเนื่อง"
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจ Non-Core อย่าง iTale แม้ถูกแยกออกจากงบ ILINK แต่ก็ยังคงเติบโตอย่างมั่นคง โดยมีกำไรเฉพาะกิจจากการดำเนินงานอยู่ที่ 390 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 12% พร้อมมีแผนขยายงานร่วมกับพันธมิตรต่างประเทศ โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีใหม่ เช่น FTTR 1008, Fiber Optic Double-CQ และโซลาร์เซลล์ ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของแผนการเติบโตระยะยาวที่บริษัทตั้งเป้าจะขยายสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเหล่านี้ในอนาคต
"เทคโนโลยีใหม่ไม่ใช่แค่คำพูด แต่คือเครื่องยนต์ขับเคลื่อนรายได้ที่แท้จริงในปี 2568"
บริษัทยังเปิดแผนการลงทุนในธุรกิจโซลาร์เซลล์และ EV Charger พร้อมมีแผนเข้าร่วมประมูลงานเคเบิลใต้น้ำระบบ 230 KV ในไตรมาสที่ 4 พ.ศ. 2568 โดยคาดว่าจะได้รับงานภายในไตรมาสที่ 2 พ.ศ. 2569 ขณะเดียวกัน มีแผนขยายงานด้านตู้แหลกและระบบระบายความร้อน (Cooling System) เพื่อรองรับโครงการดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ และมีเป้าหมายจะจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลิงก์อเมริกันในงานด้านสายสัญญาณและอุปกรณ์ตู้แหลก โดยคาดว่าจะได้ส่วนแบ่งมากกว่า 40%
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- ทำไมถึงแยก iTale ออกจากงบ ILINK? เพื่อให้ภาพรวมผลประกอบการของ ILINK มีความโปร่งใสและสะท้อนความเป็นจริงมากขึ้น โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2568
- อัตรากำไรสุทธิของธุรกิจ Core อยู่ที่เท่าไหร่? เกิน 9% ซึ่งเหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้
- ธุรกิจ EPC มีแผนปรับกลยุทธ์อย่างไร? เน้นงานที่มีความยั่งยืนและคุณภาพมากขึ้น โดยเฉพาะโครงการขนาดใหญ่ เช่น เกาะสมุย
- มีแผนลงทุนในโซลาร์เซลล์หรือ EV Charger หรือไม่? มีแผนขยายธุรกิจทั้งสองด้าน โดยจะเพิ่มสัดส่วนรายได้ตามเป้าหมายระยะยาว
- มีแผนเข้าร่วมประมูลเคเบิลใต้น้ำ 230 KV หรือไม่? มีแผนเข้าร่วมประมูลในไตรมาสที่ 4 พ.ศ. 2568 และคาดว่าจะได้รับงานภายในไตรมาสที่ 2 พ.ศ. 2569
- ผลกระทบจากขัดแย้งตะวันออกกลางต่อธุรกิจคืออะไร? ส่งผลให้ต้นทุนวัสดุเพิ่มขึ้น แต่บริษัทรักษาผลประกอบการได้ดีจากการปรับราคาสินค้าตามตลาด
- กำไรสุทธิจะรักษาไว้เหนือ 28% ได้หรือไม่? มีการรักษาอัตรากำไรไว้ได้ดี โดยเฉพาะในไตรมาสที่ 1 และ 2 พ.ศ. 2568
- มีแผนขยายงานตู้แหลกสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์หรือไม่? มีแผนขยายงานด้านตู้แหลกและ Cooling System เพื่อรองรับเทคโนโลยีไฮเปอร์สเกลและ AI
- มีแผนจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ลิงก์อเมริกันในดาต้าเซ็นเตอร์หรือไม่? มีแผนเข้าไปร่วมงานด้านสายสัญญาณและอุปกรณ์ตู้แหลก โดยคาดว่าจะได้ส่วนแบ่งมากกว่า 40%
- ทำไมถึงมี Book Value สูงกว่าราคาตลาด? เกิดจากการแยกธุรกิจ iTale ออกจากงบ ILINK และมี Book Value สูงกว่าราคาตลาดในขณะนั้น
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นว่า ILINK ไม่ได้หยุดนิ่ง แต่กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเพื่อเติบโตอย่างมีคุณภาพ โดยมีตัวเลขที่ชัดเจน แผนการลงทุนที่ชัดเจน และความพร้อมในการรับมือกับความผันผวนของโลกภายนอก — ทั้งหมดนี้คือพื้นฐานของหุ้นที่น่าจับตามองในปี 2569