https://aio.panphol.com/assets/images/community/17010_A40D26.png

OSP ปี 2568 เติบโตแรง! รายได้ทะลุ 2.05 หมื่นลบ. กำไรสุทธิแตะ 3,100 ลบ. พร้อม ROE สูงถึง 23.3%

P/E 11.96 YIELD 5.48 ราคา 14.60 (0.00%)

OSP ปี 2568 เติบโตแรง! รายได้ทะลุ 2.05 หมื่นลบ. กำไรสุทธิแตะ 3,100 ลบ. พร้อม ROE สูงถึง 23.3%

บริษัท โอสถสภา จำกัด (มหาชน) หรือ OSP ปิดบัญชีปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ด้วยผลงานที่น่าประทับใจ โดยรายงานรายได้รวมเติบโตขึ้นอย่างมั่นคงเป็นจำนวน 20,500 ล้านบาท จากปีก่อนหน้าที่อยู่ที่ 18,000 ล้านบาท หรือเติบโต 13.9% พร้อมกำไรสุทธิพุ่งแตะระดับ 3,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,600 ล้านบาท ในปีก่อน สะท้อนความแข็งแกร่งของฐานธุรกิจที่ไม่ได้พึ่งพาแค่ตลาดในประเทศเพียงอย่างเดียว แต่ยังขยายตัวผ่านการบุกเบิกตลาดใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะ พม่า, ลาว และ MEA (Middle East & Africa) ซึ่งกลายเป็น “Growth Engine” หลักของบริษัทในปีนี้

"เราไม่ได้แค่เติบโตในประเทศ แต่เราสร้างระบบนิเวศการค้าข้ามพรมแดนที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน"

ความสำเร็จของ OSP ไม่ใช่เพียงแค่ตัวเลขรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังสะท้อนถึงการปรับโครงสร้างทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ โดยอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) พุ่งสูงขึ้นจาก 41.0% เป็น 42.1% ขณะที่อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ปรับตัวขึ้นจาก 14.4% ไปสู่ระดับ 15.1% ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในรอบหลายปี ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนต่อทุน (ROE) พุ่งแตะระดับ 23.3% จาก 22.5% ในปีก่อน แสดงถึงความสามารถในการสร้างมูลค่าให้ผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่อง

"Core Profit โต 15% เพราะเราบริหารต้นทุนได้ดี และกระจายรายได้จากตลาดใหม่ได้อย่างแม่นยำ"

การเติบโตของกำไรสุทธิไม่ได้มาจากการเพิ่มยอดขายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากกลยุทธ์ “Core Growth” ที่เน้นธุรกิจหลักอย่างต่อเนื่อง โดยธุรกิจ Energy Drink หรือ M150 และ Toloipo ขยายตัวด้วยอัตราการเติบโต 8.2% พร้อมสัดส่วนรายได้ 35% และอัตรากำไรสูงถึง 43.0% ส่วนธุรกิจ Personal Care เติบโตแรงถึง 12.0% ด้วยสัดส่วนรายได้ 28% และอัตรากำไร 38.5% ทั้งสองหมวดนี้กลายเป็นเสาหลักของผลประกอบการในปีนี้

"เราไม่ได้แข่งกับคู่แข่งด้วยราคา แต่แข่งด้วยนวัตกรรมและคุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่"

ในส่วนของประสิทธิภาพการดำเนินงาน OSP ปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราการใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate) เพิ่มขึ้นจาก 78% เป็น 82% ขณะที่จำนวนวันเฉลี่ยในการหมุนเวียนสินค้าคงคลัง (Inventory Days) ลดลงจาก 65 วัน เหลือเพียง 53 วัน และค่าใช้จ่ายด้านการขายและการบริหาร (Selling Admin) ปรับตัวลดลงจาก 24.3% ของรายได้ เป็น 23.9% สะท้อนถึงการควบคุมต้นทุนอย่างมีระบบ แม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอุปสงค์ในหมวดเครื่องดื่มพลังงานโตช้าลงเพียง 0.1% เมื่อเทียบ YoY

"เราไม่ได้หวังจะเติบโตทุกปี แต่เราหวังว่าทุกปีจะเติบโตด้วยความมั่นคง"

เจาะประเด็นร้อน (Q&A)

  • ทำไม Core Profit ถึงโต 15%? จากการเพิ่ม Gross Profit Margin, การลดค่าใช้จ่ายด้านการขาย และการเติบโตของตลาดต่างประเทศ
  • กลยุทธ์ปี 2569 มีอะไรบ้าง? เสริม M150 และ Toloipo พรีเมียม, เปิดตัวแชมพู Premium Mask ที่ไม่มีซิลิโคน, ขยายแบรนด์ UltraMind ในกลุ่มผู้ใหญ่, และบุกตลาดใหม่ในพม่า ลาว และ MEA
  • รับมือภัยแล้งและเศรษฐกิจโลกได้อย่างไร? มีการล็อกต้นทุนจนถึงครึ่งปี 2569, กระจายความเสี่ยงผ่านหลายภูมิภาค, และบริหารสภาพคล่องอย่างมีประสิทธิภาพ
  • ทำไม BabyMind ได้รับรางวัล Best Brand Performance? เพราะมีแบรนด์อีควิตี้แข็งแกร่งและตอบโจทย์สุขภาพเด็กได้อย่างแท้จริงผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เช่น UltraMind และ Feminine White
  • เป้าหมายระยะยาวคืออะไร? พัฒนาเป็นผู้นำด้านสุขภาพและไลฟ์สไตล์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภายในปี 2570 โดยเน้นการขยายสู่ผู้บริโภคทุกวัยและทุกภูมิภาค

OSP ในปี 2568 ไม่ใช่แค่ “เติบโต” แต่เป็นการเติบโตอย่างมีรากฐาน มีระบบ และมีวิสัยทัศน์ชัดเจน ด้วยตัวเลขที่แข็งแกร่งทุกด้าน — จาก รายได้ 20,500 ล้านบาท, กำไรสุทธิ 3,100 ล้านบาท, ROE 23.3% ไปจนถึงการลด Inventory Days เหลือเพียง 53 วัน และการเพิ่ม Utilization Rate เป็น 82% — ทุกตัวเลขคือเครื่องหมายของความแม่นยำในกลยุทธ์ การบริหารจัดการ และความเชื่อมั่นจากผู้ถือหุ้น

โพสต์ล่าสุด