บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
MASTER เผยผลประกอบการปี 2568 รายได้รวม 4,690 ล้าน กำไรสุทธิ 150 ล้าน แม้ต้องดิ้นรนจากภาวะเศรษฐกิจโลก
P/E 14.93 YIELD 4.08 ราคา 9.80 (0.00%)
MASTER เผยผลประกอบการปี 2568 รายได้รวม 4,690 ล้าน กำไรสุทธิ 150 ล้าน แม้ต้องดิ้นรนจากภาวะเศรษฐกิจโลก
บริษัทมาสเตอร์สไตล์จำกัด (มหาชน) หรือ MASTER ผู้นำธุรกิจศัลยกรรมความงามระดับพรีเมียม ประกาศผลประกอบการประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 อย่างเป็นทางการ โดยรายงานรายได้รวมที่ระดับ 4,690 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้าถึง 26% สะท้อนภาพสะท้อนแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างฐานลูกค้า โดยเฉพาะการลดลงอย่างชัดเจนของกลุ่มลูกค้าต่างชาติจากกัมพูชาและอินโดนีเซีย ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติปรับตัวลดลงจาก 26.3% ในปี 2567 เหลือเพียง 16.2% ในปี 2568 แม้จะเผชิญภาวะชะลอตัว แต่บริษัทยังรักษาความสามารถในการทำกำไรไว้ได้ด้วยกำไรสุทธิ 150 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 378 ล้านบาท แม้จะลดลง 78% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แต่ยังคงแสดงถึงความมั่นคงของโมเดลธุรกิจที่เน้นคุณภาพและประสิทธิภาพ
“แม้รายได้รวมจะลดลง แต่ Core Profit จากหัตถการหลักยังคงรักษาไว้ได้ที่ 378 ล้านบาท สะท้อนว่าธุรกิจยังมีฐานะแข็งแกร่งแม้ในภาวะที่ยากลำบาก”
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ชี้ว่า ความสำเร็จที่แท้จริงของ MASTER ในปีนี้ไม่ได้อยู่ที่ตัวเลขรายได้เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่การปรับโครงสร้างธุรกิจอย่างมีกลยุทธ์ โดยเฉพาะการแยกแยะ Core Profit และ Non-Core Profit อย่างชัดเจน ซึ่งในปี 2568 บริษัทรายงานว่า Core Profit จากหัตถการหลัก เช่น จมูก หน้าอก และสกิน ยังคงอยู่ที่ 378 ล้านบาท ขณะที่ Non-Core Profit จากหัตถการเสริมอย่าง Anti-Aging และ Body Contouring ปรับตัวขึ้นมาอยู่ที่ 120 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนรายได้จาก Anti-Aging เพียง 7.5% ของรายได้รวม แสดงถึงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในกลุ่มตลาดใหม่ที่เน้นชะลอวัยและดูแลรูปร่าง ซึ่งสะท้อนแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคระดับโลกที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน
“การลงทุนใน Anti-Aging และ Body Contouring ไม่ใช่แค่เทรนด์ แต่เป็นการวางรากฐานธุรกิจใหม่ที่ยั่งยืน”
บริษัทยังรายงานว่า มีการปรับโครงสร้างการตลาดจากแบบ “หยิ่งแอด” หรือโฆษณาแบบจ่ายเงินสูง ไปสู่กลยุทธ์ออแกนิกที่เน้นการใช้เครือข่าย Influencer และไลฟ์สด โดยเฉพาะในไตรมาสสามและสี่ของปี ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายการตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญ แม้จะเผชิญกับต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น 5–10% และต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นจากหัตถการปลูกผมที่มีต้นทุนสูงกว่าเดิม แต่บริษัทยังสามารถรักษาอัตรากำไรต่อเคสไว้ได้ในระดับที่ยอมรับได้ โดยเฉพาะผ่านการพัฒนาศูนย์เฉพาะทางอย่าง Aurora และ F-45 รวมถึงการรีโนเวทสาขาเดิมเพื่อรองรับลูกค้าต่างชาติและกลุ่มสูงศึกษา
“การปรับตัวของหัตถการใหม่ เช่น Anti-Aging และ Body Contouring สะท้อนว่า MASTER ไม่ได้แข่งขันด้านราคา แต่แข่งขันด้านประสบการณ์และนวัตกรรม”
ในแง่กลยุทธ์ระยะยาว บริษัทวางเป้าหมายให้สัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็น 30% ภายในปี พ.ศ. 2569 โดยเน้นกลุ่มลูกค้าจากจีนและตะวันออกกลางที่ยังคงมีแนวโน้มเติบโตสูง พร้อมทั้งพัฒนาศูนย์เฉพาะทางด้านสุขภาพจิต (Mental Health) และ Anti-Aging เป็นจุดแข็งหลักของธุรกิจในระยะยาว ขณะเดียวกัน บริษัทมีแผนสำรองฉุกเฉิน เช่น การจัดโครงสร้างห้องผ่าตัดชั้นสอง (OR) และการใช้ศูนย์รักษาพยาบาลภายนอกเป็นสถานที่รองรับในกรณีเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วมปี 2568 ที่ส่งผลให้ศูนย์ทีวายพี (Thailand) ต้องหยุดชะงักชั่วคราว
เจาะประเด็นร้อน (Q&A)
- รายได้รวมลดลง 26% สาเหตุหลักคืออะไร? สาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างลูกค้า โดยเฉพาะการลดลงของฐานลูกค้าต่างชาติจากกัมพูชาและอินโดนีเซียที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค
- กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) ลดลง 78% หมายถึงอะไร? สะท้อนต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น โดยเฉพาะจากหัตถการปลูกผม และต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มขึ้น 5–10% ส่งผลให้กำไรต่อเคสร่วงลงอย่างชัดเจน
- การปรับโครงสร้างการตลาดลดค่าใช้จ่ายได้เท่าใด? การเปลี่ยนจาก “หยิ่งแอด” เป็นกลยุทธ์ออแกนิก โดยเฉพาะการใช้ Influencer และไลฟ์สด ช่วยลดค่าใช้จ่ายการตลาดได้อย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสสามและสี่
- เป้าหมายรายได้จากต่างชาติในปี 2569 คือเท่าใด? บริษัทตั้งเป้าให้สัดส่วนรายได้จากลูกค้าต่างชาติเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 30% โดยเน้นกลุ่มจีนและตะวันออกกลาง
- มีแผนรองรับเหตุการณ์ฉุกเฉินหรือไม่? มีแผนสำรองที่ชัดเจน เช่น การใช้ห้องผ่าตัดชั้นสอง (OR) และศูนย์รักษาพยาบาลภายนอกเป็นสถานที่รองรับในกรณีเกิดน้ำท่วมหรือเหตุฉุกเฉิน
แม้จะเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลกและคู่แข่งที่เน้นราคา แต่ MASTER ยังคงแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นและความมุ่งมั่นในการสร้างความแตกต่างผ่านนวัตกรรมและประสบการณ์ลูกค้า ด้วยฐาน Core Profit ที่ยังคงแข็งแกร่ง และการเติบโตของ Non-Core Profit ที่ชัดเจน ทำให้บริษัทมีพื้นที่ในการฟื้นตัวและขยายตลาดในระยะยาวอย่างมั่นคง