บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.64
0.07 (9.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4757 out_tok=2442 at=2026-07-25T12:13:09 -->
# BSBM กำไรสุทธิปี 64 หด 14% แม้ราคาขายเหล็กเส้นพุ่ง แต่ปริมาณขายวูบหนัก
## รายได้-กำไรปรับตัวตามปริมาณขายที่ลดลง ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและราคาขายเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 72 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไร 84 ล้านบาท แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อตันของเหล็กเส้นจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี แต่ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญส่งผลกระทบต่อรายได้รวมของบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ BSBM ปรับตัวดีขึ้นในปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นของส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบหลัก (บิลเล็ต)** ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายเหล็กเส้นที่ปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าต้นทุนบิลเล็ต อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบที่ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมลดลงคือ **ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ราคาเหล็กเส้นที่ปรับตัวสูงขึ้นในปี 2564 เป็นไปตามสถานการณ์ราคาเหล็กโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้บริษัทสามารถปรับราคาขายเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้นจาก 15,686 บาทในปี 2563 เป็น 22,054 บาทในปี 2564 ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้เพิ่มขึ้นจาก 8.4% เป็น 10.2%
แต่ในขณะเดียวกัน ปริมาณการขายเหล็กเส้นกลับลดลงจาก 98,276 ตันในปี 2563 เหลือเพียง 62,725 ตันในปี 2564 คิดเป็นการลดลงถึง 36.2% ซึ่งเป็นผลมาจากสภาพเศรษฐกิจในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้บริษัทต้องใช้ความระมัดระวังในการจัดหาวัตถุดิบที่มีราคาเหมาะสม และส่งผลให้บางช่วงเวลามีค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาซ่อมแซมเครื่องจักรและค่าแรง ในขณะที่วัตถุดิบไม่เพียงพอต่อการผลิต นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าขนส่งสินค้าก็มีสัดส่วนแปรผันโดยตรงต่อปริมาณการขาย ทำให้เมื่อปริมาณขายลดลง รายได้รวมจึงลดลงตามไปด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าราคาขายเหล็กเส้นจะปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่ออัตรากำไรขั้นต้น แต่การที่ปริมาณการขายลดลงอย่างมากในปี 2564 เป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ปัจจัยด้านเศรษฐกิจในประเทศและสถานการณ์การจัดหาวัตถุดิบที่มีราคาเหมาะสม จะเป็นตัวกำหนดทิศทางปริมาณการขายในอนาคต หากสถานการณ์เศรษฐกิจฟื้นตัวและบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดีขึ้น ปริมาณการขายก็มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 อยู่ที่ 72 ล้านบาท ลดลง 14% จาก 84 ล้านบาทในปี 2563**
* **รายได้จากการขายปี 2564 อยู่ที่ 1,383 ล้านบาท ลดลง 10.3%** จาก 1,542 ล้านบาทในปี 2563
* **ปริมาณการขายเหล็กลดลง 36.2%** จาก 98,276 ตัน เป็น 62,725 ตัน
* **ราคาขายเฉลี่ยต่อตันเหล็กเส้นเพิ่มขึ้น 40.6%** จาก 15,686 บาท เป็น 22,054 บาท
* **อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 8.4% เป็น 10.2%** จากส่วนต่างราคาขายและต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่เกิดขึ้นระหว่างหยุดการผลิต 20.7 ล้านบาท** จากการบริหารจัดการวัตถุดิบในช่วงราคาผันผวน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 1,383 ล้านบาท ลดลง 10.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของปริมาณการขายถึง 36.2% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อตันจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 40.6% ก็ตาม ต้นทุนขายอยู่ที่ 1,242 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 10.2% จาก 8.4% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากราคาขายเหล็กเส้นปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าต้นทุนวัตถุดิบหลัก (บิลเล็ต)
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีค่าใช้จ่ายโรงงานที่เกิดขึ้นระหว่างหยุดการผลิต 20.7 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการบริหารจัดการวัตถุดิบในช่วงที่ราคาผันผวนและสภาพเศรษฐกิจในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ทำให้การจัดหาวัตถุดิบต้องทำด้วยความระมัดระวัง เมื่อรวมผลประกอบการทั้งหมด บริษัทมีกำไรสุทธิในปี 2564 อยู่ที่ 72 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีกำไร 84 ล้านบาท
## โอกาส
* **การปรับตัวขึ้นของราคาขายเหล็กเส้น:** เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นของบริษัท
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** หากบริษัทสามารถบริหารจัดการการจัดซื้อบิลเล็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพในช่วงที่ราคาผันผวน จะช่วยรักษาอัตรากำไรได้ดียิ่งขึ้น
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ:** หากเศรษฐกิจกลับมาฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อปริมาณความต้องการใช้เหล็กเส้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต):** การเปลี่ยนแปลงของราคาบิลเล็ตส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของราคาเหล็กโลก:** ส่งผลต่อราคาขายเหล็กเส้นของบริษัท
* **สภาพเศรษฐกิจในประเทศ:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจส่งผลกระทบต่อปริมาณความต้องการใช้เหล็กเส้น
* **การระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและเศรษฐกิจโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการขาย:** จะสามารถกลับมาเติบโตได้หรือไม่ หลังจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564
* **ทิศทางราคาเหล็กโลกและราคาบิลเล็ต:** จะยังคงปรับตัวสูงขึ้น หรือมีแนวโน้มทรงตัว/ลดลง
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** บริษัทจะสามารถจัดหาบิลเล็ตในราคาที่เหมาะสมเพื่อรักษาอัตรากำไรได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การกลับมาของคำสั่งซื้อ:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะส่งผลให้มีคำสั่งซื้อเหล็กเส้นเพิ่มขึ้นหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึง "ค่าใช้จ่ายโรงงานที่เกิดขึ้นระหว่างหยุดการผลิต" ซึ่งบ่งชี้ว่าโรงงานอาจไม่ได้เดินเครื่องเต็มกำลังการผลิตในช่วงเวลาหนึ่ง
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book
* **ราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต):** มีการกล่าวถึงว่าราคาขายเหล็กเส้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนของบิลเล็ต ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการส่วนต่างราคาที่ทำได้ดี
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นจาก 8.4% เป็น 10.2%
* **การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทอยู่ที่ 1,970 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 1,206 ล้านบาท จาก 1,171 ล้านบาท โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 147 ล้านบาท ขณะที่ลูกหนี้การค้าลดลง 113 ล้านบาท
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 83 ล้านบาท จาก 43 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้การค้าอันเป็นผลมาจากการสั่งซื้อบิลเล็ตในช่วงปลายปี 2564
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1,915 ล้านบาท เป็น 1,886 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลในปี 2563 และระหว่างกาลในปี 2564
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 17.2 เท่า ลดลงจาก 40.9 เท่าในปี 2563 แต่ยังคงอยู่ในระดับสูงมาก แสดงถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำมากที่ 0.04 และ 0.02 ตามลำดับ สะท้อนการพึ่งพาเงินทุนจากส่วนทุนเป็นหลักและไม่มีการกู้ยืมระยะยาว
## สรุปท้าย
BSBM ในปี 2564 เผชิญกับแรงกดดันจากปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมหดตัวและกำไรสุทธิลดลง 14% แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการส่วนต่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบได้ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นก็ตาม ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในอนาคตคือแนวโน้มปริมาณการขายที่จะฟื้นตัวได้หรือไม่ ท่ามกลางความผันผวนของราคาเหล็กโลกและเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่ฐานะการเงินของบริษัทยังคงแข็งแกร่งมาก ด้วยสภาพคล่องสูงและหนี้สินต่ำ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSBM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
0.31
ล้านบาท
↓ 98.9% YoY
กำไรขั้นต้น
0.28
ล้านบาท
↓ 103.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
90.13
%
กำไรสุทธิ
-37.14
ล้านบาท
↓ 66% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11,828.03
%
D/E Ratio
0.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -98.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -103.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -66%
YoY
D/E Ratio
0.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSBM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.01
ROE (%)
-4.26
ROA (%)
-3.88
Book Value/หุ้น
1.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSBM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-288
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSBM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-288.01
-186.16%
|
334.27
-460.32%
|
-92.77
-110.11%
|
917.68
-2,116.88%
|
-45.50
-146.36%
|
98.15
-191.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.51
-666.67%
|
-0.09
-1,000.00%
|
0.01
-100.43%
|
-2.34
+23,300.00%
|
-0.01
-66.67%
|
-0.03
-97.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.90
+4.65%
|
0.86
|
0.86
|
0.86
-98.12%
|
45.66
-11,515.00%
|
-0.40
-99.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-286.60
-185.53%
|
335.08
-464.49%
|
-91.93
-110.04%
|
915.43
+1,328.35%
|
64.09
-34.25%
|
97.48
-163.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|
60.49
-78.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
747.04
+10.33%
|
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|