บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.64
0.07 (9.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4540 out_tok=2977 at=2026-07-25T12:43:20 -->
# BSBM กำไร Q2/65 ลดลง 31% เหตุปริมาณขายวูบ แม้ราคาเหล็กพุ่ง
## รายได้และกำไรสุทธิหดตัว YoY รับแรงกดดันจากปริมาณขายที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบพุ่งสูง
บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 16.6 ล้านบาท ลดลง 31.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 24.3 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ BSBM ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง มาจาก **ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 22%** ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลัก แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 20% ก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ BSBM ในไตรมาส 2 ปี 2565 ปรับตัวลดลง คือ **ปริมาณการขายที่ลดลง 22%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้จากการขายลดลง 6.2% เป็น 371.0 ล้านบาท แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวสูงขึ้น 20% ก็ตาม นอกจากนี้ ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (บิลเล็ต) ที่มีสัดส่วนสูงถึง 85-90% ของต้นทุนขาย ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาเหล็กในตลาดโลก ทำให้บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายโรงงานคงที่จำนวน 7.0 ล้านบาทจากการหยุดการผลิตชั่วคราว และมีการตั้งสำรองลดราคาของสินค้าคงเหลืออีก 6.86 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้ปริมาณการขายลดลง มาจาก **การชะลอการซื้อของผู้ซื้อ** เนื่องจากราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ผู้ซื้อจึงรอดูทิศทางราคา ส่งผลให้ BSBM ต้องหยุดการผลิตชั่วคราว ซึ่งทำให้เกิดค่าใช้จ่ายโรงงานคงที่จำนวน 7.0 ล้านบาทที่บันทึกเป็นต้นทุนขาย แม้ว่าราคาเหล็กเส้นจะสูงกว่าปีก่อน แต่ราคาบิลเล็ต (ต้นทุนหลัก) ก็ปรับตัวสูงขึ้นเช่นกัน ทำให้บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 10.1% ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 10.4% แต่เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายคงที่จากการหยุดผลิตและสำรองสินค้าคงเหลือ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงจาก 24.3 ล้านบาท เป็น 16.6 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุว่า "ในไตรมาส 2 ของปี 2565 ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวลดลงจากไตรมาส 1 ผู้ซื้อจึงชะลอการซื้อเพื่อดูทิศทางของราคาเหล็ก" บ่งชี้ว่าสถานการณ์นี้ **มีลักษณะครั้งคราว** และขึ้นอยู่กับทิศทางราคาเหล็กในตลาดโลก หากราคาเหล็กเริ่มมีทิศทางที่ชัดเจนหรือปรับตัวสูงขึ้น ผู้ซื้ออาจกลับมาสั่งซื้อตามปกติ อย่างไรก็ตาม การหยุดผลิตชั่วคราวและการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือเป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้โดยตรง ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มราคาเหล็กและคำสั่งซื้อในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 ลดลง 31.7% YoY** อยู่ที่ 16.6 ล้านบาท จาก 24.3 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q2/65 ลดลง 6.2% YoY** อยู่ที่ 371.0 ล้านบาท
* **ปริมาณการขายลดลง 22%** เป็นปัจจัยหลักกดดันรายได้
* **ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 20%** ช่วยชดเชยปริมาณขายที่ลดลงได้บางส่วน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ใกล้เคียงปีก่อน** อยู่ที่ 10.1% (Q2/65) เทียบกับ 10.4% (Q2/64)
* **มีค่าใช้จ่ายโรงงานคงที่ 7.0 ล้านบาท** จากการหยุดผลิตชั่วคราว และ **สำรองลดราคาของสินค้าคงเหลือ 6.86 ล้านบาท**
* **กำไรสุทธิครึ่งปีแรก 2565 ลดลง 57.8% YoY** อยู่ที่ 27.5 ล้านบาท จาก 65.2 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขาย 371.0 ล้านบาท ลดลง 6.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/64) ที่มีรายได้ 371.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของปริมาณการขาย 22% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 20% จาก 23,270 บาทต่อตัน เป็น 27,970 บาทต่อตัน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 10.1% ใกล้เคียงกับปีก่อนที่ 10.4% เนื่องจากราคาบิลเล็ตซึ่งเป็นต้นทุนหลัก (85-90% ของต้นทุนขาย) ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาเหล็กในตลาดโลก ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงเล็กน้อยจาก 4.85 ล้านบาท เป็น 4.36 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีค่าใช้จ่ายโรงงานคงที่ 7.0 ล้านบาทจากการหยุดผลิตชั่วคราว และมีการตั้งสำรองลดราคาของสินค้าคงเหลือ 6.86 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 16.6 ล้านบาท ลดลง 31.7% จาก 24.3 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 27.5 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 65.2 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาขายเฉลี่ยที่ปรับตัวสูงขึ้น:** แม้ปริมาณขายจะลดลง แต่การที่บริษัทฯ สามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้ แสดงถึงอำนาจในการกำหนดราคาบางส่วน หรือความต้องการสินค้าในระดับราคาที่สูงขึ้น
* **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** หากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนบิลเล็ตได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือมีสัญญาซื้อขายระยะยาวที่ได้ราคาดี จะเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM
* **การกลับมาของคำสั่งซื้อ:** หากสถานการณ์การชะลอการซื้อของผู้บริโภคคลี่คลายลง และราคามีเสถียรภาพมากขึ้น คำสั่งซื้อมีแนวโน้มจะกลับมา ซึ่งจะส่งผลดีต่อปริมาณการขายและการใช้กำลังการผลิต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเหล็กและวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กและบิลเล็ตมีความผันผวนสูงตามตลาดโลก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การชะลอตัวของอุปสงค์:** การที่ผู้ซื้อชะลอการซื้อเพื่อรอดูทิศทางราคา เป็นสัญญาณของอุปสงค์ที่อาจชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายและการใช้กำลังการผลิต
* **ค่าใช้จ่ายคงที่จากการหยุดผลิต:** การหยุดผลิตชั่วคราวทำให้เกิดค่าใช้จ่ายคงที่ที่ไม่ได้ถูกชดเชยด้วยรายได้จากการขาย ซึ่งกดดันผลกำไร
* **การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ:** การตั้งสำรองลดราคาของสินค้าคงเหลือสะท้อนถึงความเสี่ยงที่มูลค่าสินค้าในสต็อกอาจลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กและบิลเล็ตในตลาดโลก:** จะส่งผลต่อต้นทุนและราคาขาย รวมถึงพฤติกรรมของผู้ซื้อ
* **ปริมาณคำสั่งซื้อในไตรมาส 3 และ 4 ปี 2565:** การกลับมาของคำสั่งซื้อจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นตัวของรายได้และอัตราการใช้กำลังการผลิต
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** กลยุทธ์ในการจัดหาบิลเล็ตและบริหารความเสี่ยงด้านราคา
* **การใช้กำลังการผลิต (Utilization Rate):** หากปริมาณการขายฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อการลดลงของค่าใช้จ่ายโรงงานต่อหน่วย
* **การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ:** การลดลงหรือเพิ่มขึ้นของการตั้งสำรองจะสะท้อนถึงสภาวะตลาดและมูลค่าสินค้าคงคลัง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** การหยุดผลิตชั่วคราวในไตรมาส 2 ปี 2565 บ่งชี้ว่าอัตราการใช้กำลังการผลิตลดลง ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานคงที่ 7.0 ล้านบาทที่บันทึกเป็นต้นทุนขาย การฟื้นตัวของปริมาณการขายจะเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่ม Utilization และลดต้นทุนต่อหน่วย
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่การชะลอการซื้อของผู้ซื้อในไตรมาส 2 สะท้อนถึงแนวโน้ม Order Book ที่อาจลดลงในช่วงดังกล่าว การติดตาม Order Book ในไตรมาสถัดไปจึงมีความสำคัญ
* **ราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต):** ราคาบิลเล็ตมีสัดส่วนสูงถึง 85-90% ของต้นทุนขาย และปรับตัวสูงขึ้นตามราคาเหล็กในตลาดโลก ซึ่งเป็นปัจจัยกดดัน GPM แม้ราคาขายจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 10.1% ใกล้เคียงปีก่อน แต่มีแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และค่าใช้จ่ายคงที่จากการหยุดผลิต
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** มีการตั้งสำรองลดราคาของสินค้าคงเหลือ 6.86 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านมูลค่าสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,950.5 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 1,969.7 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยยอดเงินสดลดลงจากการซื้อวัตถุดิบ ทำให้ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 83.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 เป็น 36.8 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 เนื่องจากการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้า ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 1,886.3 ล้านบาท เป็น 1,913.8 ล้านบาท จากผลกำไรสะสม อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 17 เท่า เป็น 51 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจากการจ่ายชำระหนี้สินหมุนเวียน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำมากที่ 0.02 เท่า สะท้อนถึงโครงสร้างเงินทุนที่แข็งแกร่งจากการมีกำไรสะสมสูงและไม่มีหนี้สินระยะยาว
## สรุปท้าย
BSBM เผชิญแรงกดดันในไตรมาส 2 ปี 2565 จากปริมาณการขายที่ลดลง 22% อันเป็นผลมาจากการชะลอการซื้อของผู้บริโภคเพื่อรอดูทิศทางราคาเหล็ก แม้จะสามารถปรับราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นได้ แต่ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการมีค่าใช้จ่ายโรงงานคงที่จากการหยุดผลิตชั่วคราว ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 31.7% YoY อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนต่ำมาก การฟื้นตัวของอุปสงค์และเสถียรภาพราคาเหล็กจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาเพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSBM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
0.31
ล้านบาท
↓ 98.9% YoY
กำไรขั้นต้น
0.28
ล้านบาท
↓ 103.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
90.13
%
กำไรสุทธิ
-37.14
ล้านบาท
↓ 66% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11,828.03
%
D/E Ratio
0.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -98.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -103.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -66%
YoY
D/E Ratio
0.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSBM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.01
ROE (%)
-4.26
ROA (%)
-3.88
Book Value/หุ้น
1.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSBM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-288
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSBM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-288.01
-186.16%
|
334.27
-460.32%
|
-92.77
-110.11%
|
917.68
-2,116.88%
|
-45.50
-146.36%
|
98.15
-191.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.51
-666.67%
|
-0.09
-1,000.00%
|
0.01
-100.43%
|
-2.34
+23,300.00%
|
-0.01
-66.67%
|
-0.03
-97.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.90
+4.65%
|
0.86
|
0.86
|
0.86
-98.12%
|
45.66
-11,515.00%
|
-0.40
-99.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-286.60
-185.53%
|
335.08
-464.49%
|
-91.93
-110.04%
|
915.43
+1,328.35%
|
64.09
-34.25%
|
97.48
-163.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|
60.49
-78.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
747.04
+10.33%
|
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|