บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.64
0.07 (9.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4123 out_tok=2689 at=2026-07-25T03:07:46 -->
# BSBM พลิกขาดทุนหนัก Q2/66 รับราคาเหล็กร่วง-หยุดผลิต ฉุดรายได้วูบ 61.6%
## ราคาขายเฉลี่ยดิ่ง 17% กดดัน GPM ติดลบ 7.6% ฝ่ายจัดการชี้หยุดผลิตกระทบค่าใช้จ่ายคงที่พุ่ง
บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 29.6 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 16.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจากการหยุดการผลิตชั่วคราว ส่งผลให้ภาพรวมครึ่งปีแรกขาดทุนสุทธิ 32.4 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจกำไรของ BSBM ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงของราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขาย** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำใหผลประกอบการของ BSBM พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 17%** จาก 27,970 บาทต่อตันในปีก่อน มาอยู่ที่ 23,267 บาทต่อตันในไตรมาสนี้ ประกอบกับการ **ปริมาณการขายที่ลดลง 54%** ซึ่งรวมกันทำให้รายได้จากการขายลดลงถึง 61.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากนี้ การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ 11.7 ล้านบาท และการหยุดผลิตชั่วคราวที่ทำให้ค่าใช้จ่ายคงที่โรงงานพุ่งสูงขึ้น เป็นปัจจัยซ้ำเติมที่ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนขั้นต้นติดลบถึง 7.6% และขาดทุนสุทธิ 29.6 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง** เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ผู้ซื้อชะลอการสั่งซื้อ ส่งผลให้ปริมาณการขายลดลง และบริษัทฯ ต้องปรับลดราคาขายเฉลี่ยลงเพื่อแข่งขันในตลาด การที่ราคาขายลดลงต่ำกว่าต้นทุนการผลิต ทำให้บริษัทฯ ต้องตั้งสำรองการลดราคาของสินค้าคงเหลือ ซึ่งถูกบันทึกเป็นต้นทุนขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นติดลบ นอกจากนี้ การที่ผู้ซื้อชะลอการซื้อยังนำไปสู่การ **หยุดการผลิตชั่วคราว** ซึ่งทำให้ค่าใช้จ่ายคงที่ของโรงงาน (เช่น ค่าเช่า, ค่าเสื่อมราคา) ที่ควรจะกระจายไปตามปริมาณการผลิตที่มากขึ้น กลับต้องแบกรับด้วยปริมาณการผลิตที่น้อยลง ทำให้ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 7.1 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 19.1 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มสูงขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** จากเอกสารระบุว่า "ผู้ซื้อจึงชะลอการซื้อ" และ "ราคาเหล็กในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง" ซึ่งบ่งชี้ว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นปัจจัยกดดันในปัจจุบัน แต่ไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับแนวโน้มราคาเหล็กในอนาคต หรือแผนการผลิตและการสั่งซื้อในระยะถัดไป การที่บริษัทฯ ลดการสต็อกวัตถุดิบเพื่อหลีกเลี่ยงผลจากภาวะราคาเหล็กลดลง สะท้อนถึงความระมัดระวัง แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการตอบสนองคำสั่งซื้อหากตลาดกลับมาฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้ Q2/66 วูบ 61.6%** อยู่ที่ 133.6 ล้านบาท จาก 347.8 ล้านบาทใน Q2/65
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 29.6 ล้านบาท** ใน Q2/66 เทียบกับกำไร 16.6 ล้านบาทใน Q2/65
* **ราคาขายเฉลี่ยลดลง 17%** จาก 27,970 บาท/ตัน เป็น 23,267 บาท/ตัน
* **ปริมาณขายลดลง 54%**
* **GPM ติดลบ 7.6%** จาก 10.1% ในปีก่อน หลังตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ 11.7 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายคงที่โรงงานพุ่ง 19.1 ล้านบาท** จาก 7.1 ล้านบาท หลังหยุดผลิตชั่วคราว
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 133.6 ล้านบาท ลดลง 61.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 347.8 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลง 54% และราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง 17% จาก 27,970 บาทต่อตัน เป็น 23,267 บาทต่อตัน ส่งผลให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนขั้นต้น 10.2 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นติดลบ 7.6% จากเดิมที่เคยมีอัตรากำไรขั้นต้น 10.1% ในปีก่อน การตั้งสำรองการลดราคาของสินค้าคงเหลือ 11.7 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายคงที่โรงงานที่เพิ่มขึ้นเป็น 19.1 ล้านบาท จาก 7.1 ล้านบาท เนื่องจากการหยุดผลิตชั่วคราว ทำให้บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 29.6 ล้านบาท ในไตรมาส 2 ปี 2566 เทียบกับกำไรสุทธิ 16.6 ล้านบาทในปีก่อน สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกปี 2566 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 32.4 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 27.5 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การลดการสต็อกวัตถุดิบ:** แม้จะเป็นผลจากภาวะตลาด แต่การบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างระมัดระวัง อาจช่วยลดผลกระทบจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวนในอนาคตได้
* **อัตราส่วนสภาพคล่องและหนี้สินต่อทุนอยู่ในระดับดี:** อัตราส่วนสภาพคล่อง 65 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน 0.01 เท่า แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและมีภาระหนี้สินต่ำ ซึ่งเป็นจุดแข็งในการบริหารจัดการวิกฤต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเหล็ก:** ราคาเหล็กในตลาดโลกที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อราคาขาย ปริมาณการขาย และอัตรากำไร
* **การชะลอตัวของอุปสงค์:** ผู้ซื้อชะลอการซื้อเนื่องจากราคาเหล็กที่ลดลง อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในระยะต่อไป
* **ต้นทุนคงที่จากการหยุดผลิต:** การหยุดผลิตชั่วคราวทำให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยสูงขึ้น ซึ่งเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรอย่างมีนัยสำคัญ
* **การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือ:** การตั้งสำรองมูลค่าสินค้าคงเหลือสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านราคาที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กในตลาดโลก:** ทิศทางราคาเหล็กจะเป็นปัจจัยสำคัญในการฟื้นตัวของรายได้และอัตรากำไร
* **ปริมาณคำสั่งซื้อ:** การกลับมาของคำสั่งซื้อจากลูกค้าจะส่งสัญญาณถึงการฟื้นตัวของอุปสงค์
* **แผนการผลิตและการบริหารต้นทุน:** กลยุทธ์การบริหารจัดการการผลิตและต้นทุนคงที่เมื่อตลาดกลับมาคึกคัก
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ความสามารถในการระบายสต็อกเก่าและบริหารสต็อกใหม่ให้สอดคล้องกับภาวะตลาด
* **การกลับมาทำกำไร:** ความสามารถในการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิอีกครั้ง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่การที่บริษัทฯ "หยุดการผลิตชั่วคราว" บ่งชี้ว่า Utilization Rate อยู่ในระดับต่ำมาก ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนคงที่ต่อหน่วยที่สูงขึ้น
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุถึง Order Book โดยตรง แต่การที่ผู้ซื้อชะลอการซื้อ สะท้อนว่า Order Book ในปัจจุบันอาจไม่แข็งแกร่งนัก
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลักคือเหล็ก มีแนวโน้มปรับลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อต้นทุนวัตถุดิบหากบริษัทฯ มีการซื้อในช่วงราคาต่ำ แต่ส่งผลลบต่อราคาขายและมูลค่าสินค้าคงคลัง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ติดลบ 7.6% เป็นสัญญาณที่น่ากังวลอย่างยิ่ง บ่งชี้ว่าต้นทุนการผลิตสูงกว่าราคาขายอย่างมีนัยสำคัญ
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุสัดส่วนการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลงจากการลดการสต็อกวัตถุดิบ เพื่อหลีกเลี่ยงผลจากภาวะราคาเหล็กลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,861.5 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจาก 1,891.9 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมอยู่ที่ 27.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 25.3 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงมาอยู่ที่ 1,834.2 ล้านบาท จาก 1,866.6 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เนื่องมาจากผลขาดทุนในปีนี้ อัตราส่วนสภาพคล่อง (สินทรัพย์หมุนเวียน/หนี้สินหมุนเวียน) อยู่ที่ 65 เท่า ลดลงจาก 77 เท่า ณ สิ้นปี 2565 แต่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนยังคงอยู่ในระดับต่ำมากที่ 0.01 เท่า ทั้งนี้ บริษัทฯ ไม่มีหนี้สินระยะยาว
## สรุปท้าย
BSBM เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2566 จากภาวะราคาเหล็กโลกที่ตกต่ำ ส่งผลให้ราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการหยุดผลิตชั่วคราวที่เพิ่มต้นทุนคงที่ ทำให้บริษัทฯ พลิกขาดทุนสุทธิ 29.6 ล้านบาท แม้ฐานะการเงินจะยังคงแข็งแกร่งด้วยหนี้สินที่ต่ำและสภาพคล่องสูง แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาเหล็กและอุปสงค์ที่ชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การบริหารจัดการต้นทุนและสต็อกสินค้าจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSBM ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
0.31
ล้านบาท
↓ 98.9% YoY
กำไรขั้นต้น
0.28
ล้านบาท
↓ 103.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
90.13
%
กำไรสุทธิ
-37.14
ล้านบาท
↓ 66% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11,828.03
%
D/E Ratio
0.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -98.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -103.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -66%
YoY
D/E Ratio
0.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSBM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.01
ROE (%)
-4.26
ROA (%)
-3.88
Book Value/หุ้น
1.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSBM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-288
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSBM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-288.01
-186.16%
|
334.27
-460.32%
|
-92.77
-110.11%
|
917.68
-2,116.88%
|
-45.50
-146.36%
|
98.15
-191.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.51
-666.67%
|
-0.09
-1,000.00%
|
0.01
-100.43%
|
-2.34
+23,300.00%
|
-0.01
-66.67%
|
-0.03
-97.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.90
+4.65%
|
0.86
|
0.86
|
0.86
-98.12%
|
45.66
-11,515.00%
|
-0.40
-99.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-286.60
-185.53%
|
335.08
-464.49%
|
-91.93
-110.04%
|
915.43
+1,328.35%
|
64.09
-34.25%
|
97.48
-163.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|
60.49
-78.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
747.04
+10.33%
|
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|