บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.64
0.07 (9.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4735 out_tok=2849 at=2026-07-27T08:39:54 -->
# BSBM กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 37% รับแรงหนุนส่วนต่างราคาขาย-วัตถุดิบ
## รายได้หดแต่กำไรโตสวนทาง ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากราคาเหล็กโลกและบริหารต้นทุน
บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 24.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายจะลดลง 15.5% เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลง แต่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BSBM ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การขยายตัวของส่วนต่างระหว่างราคาขายเหล็กเส้นกับต้นทุนวัตถุดิบหลัก (บิลเล็ต)** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จากการขายจะลดลงก็ตาม
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเป็นผลมาจากการที่ราคาขายของเหล็กเส้นมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นในอัตราที่มากกว่าต้นทุนของบิลเล็ต ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักที่มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 85-90% ของต้นทุนขาย การเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างนี้จึงส่งผลกระทบอย่างมากต่ออัตรากำไรขั้นต้น นอกจากนี้ บริษัทยังมีการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (Net Realizable Value - NRV) จำนวน 5.1 ล้านบาท ซึ่งช่วยหนุนกำไรในไตรมาสนี้ด้วย แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลง 43.8% จาก 28,347 ตันใน Q2/63 เป็น 15,943 ตันใน Q2/64 แต่ราคาขายเฉลี่ยต่อตันกลับเพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 15,500 บาท เป็น 23,270 บาท สอดคล้องกับกลไกตลาดและแนวโน้มราคาเหล็กโลก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการกล่าวว่าราคาขายเฉลี่ยที่เพิ่มสูงขึ้นนั้นเป็นไปตามกลไกตลาดและแนวโน้มของราคาเหล็กโลก ซึ่งบ่งชี้ว่าปัจจัยด้านราคาอาจยังคงเป็นบวกในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของราคาเหล็กโลกมีความผันผวนสูง และปริมาณการขายที่ลดลงอาจเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องจับตาต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 37% YoY:** อยู่ที่ 24.3 ล้านบาท เทียบกับ 17.8 ล้านบาทใน Q2/63
* **รายได้จากการขายลดลง 15.5% YoY:** อยู่ที่ 371 ล้านบาท จาก 439.3 ล้านบาทใน Q2/63
* **ปริมาณการขายหดตัว 43.8% YoY:** เหลือ 15,943 ตัน จาก 28,347 ตันใน Q2/63
* **ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ:** จาก 15,500 บาท/ตัน เป็น 23,270 บาท/ตัน YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น:** จาก 7.7% เป็น 10.4% YoY
* **ปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ (NRV):** จำนวน 5.1 ล้านบาทในไตรมาสนี้
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการขาย 371 ล้านบาท ลดลง 15.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (Q2/63) ที่มีรายได้ 439.3 ล้านบาท การลดลงของรายได้เป็นผลมาจากปริมาณการขายที่ลดลงถึง 43.8% จาก 28,347 ตัน เป็น 15,943 ตัน อย่างไรก็ตาม ราคาขายเฉลี่ยต่อตันปรับตัวสูงขึ้นอย่างมากจาก 15,500 บาท เป็น 23,270 บาท ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาดและแนวโน้มราคาเหล็กโลก
แม้รายได้จะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับเพิ่มขึ้นจาก 7.7% ใน Q2/63 เป็น 10.4% ใน Q2/64 ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ราคาขายเหล็กเส้นปรับตัวสูงขึ้นมากกว่าต้นทุนวัตถุดิบหลัก (บิลเล็ต) นอกจากนี้ บริษัทยังมีการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) จำนวน 5.1 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 24.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37% เมื่อเทียบกับ Q2/63 ที่มีกำไรสุทธิ 17.8 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 65.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.5% จากครึ่งปีแรกปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 50.8 ล้านบาท
## โอกาส
* **แนวโน้มราคาเหล็กโลก:** หากราคายังคงอยู่ในระดับสูงหรือปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง จะเป็นปัจจัยบวกต่อราคาขายเฉลี่ยและส่วนต่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบ
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบหลัก (บิลเล็ต) และการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดี
* **การปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ:** การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและการปรับมูลค่าให้เหมาะสมกับสภาวะตลาด อาจช่วยหนุนผลกำไรในบางช่วงเวลา
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเหล็กโลก:** ราคาเหล็กมีความผันผวนสูง การปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างราคาขายและอัตรากำไร
* **ปริมาณการขายที่ลดลง:** การที่ปริมาณการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (43.8% YoY) อาจสะท้อนถึงอุปสงค์ที่อ่อนแอ หรือการแข่งขันที่รุนแรง ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อรายได้ในระยะยาว
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** แม้ปัจจุบันส่วนต่างราคาจะดี แต่หากต้นทุนบิลเล็ตปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าราคาขายเหล็กเส้น จะส่งผลกระทบต่อ GPM
* **ค่าใช้จ่ายในการขายที่แปรผันตามยอดขาย:** แม้จะควบคุมได้ในสัดส่วนที่น้อย แต่หากยอดขายลดลงต่อเนื่อง ค่าใช้จ่ายส่วนนี้ก็มีแนวโน้มลดลงตามไปด้วย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาเหล็กโลกและราคาบิลเล็ต:** การเปลี่ยนแปลงของราคา commodity เป็นปัจจัยสำคัญต่อ GPM
* **ปริมาณการขายในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถฟื้นตัวกลับมาได้หรือไม่ หรือจะยังคงอยู่ในระดับต่ำ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังและมูลค่าของสินค้าคงเหลือ
* **คำสั่งซื้อใหม่ (Order Book):** หากมีข้อมูลระบุถึงคำสั่งซื้อในอนาคต จะช่วยประเมินแนวโน้มปริมาณการขายได้
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบชัดเจนในเอกสาร แต่การนำเข้าวัตถุดิบอาจได้รับผลกระทบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM เผชิญกับความท้าทายด้านปริมาณการขายที่ลดลงถึง 43.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณการขายอยู่ที่ 15,943 ตัน ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่อาจชะลอตัว หรือการแข่งขันที่รุนแรงในตลาด อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถพลิกสถานการณ์โดยการปรับราคาขายเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 50.1% จาก 15,500 บาท เป็น 23,270 บาท ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มราคาเหล็กโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการคือการขยายตัวของส่วนต่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบหลัก (บิลเล็ต) หรือ GPM ที่เพิ่มขึ้นจาก 7.7% เป็น 10.4% เนื่องจากราคาขายเหล็กเส้นปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าต้นทุนบิลเล็ต ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 85-90% ของต้นทุนขาย การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่ออัตรากำไรของบริษัท นอกจากนี้ การปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับ (NRV) จำนวน 5.1 ล้านบาท ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมกำไรในไตรมาสนี้
ในด้านค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการระบุว่าค่าใช้จ่ายในการขาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าขนส่งสินค้า มีสัดส่วนแปรผันตามยอดขายประมาณ 1.0-2.0% โดยมีจำนวน 4.9 ล้านบาท ลดลงจาก 5.4 ล้านบาทในปีก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายพนักงาน มีจำนวนใกล้เคียงกันที่ 6.6 ล้านบาท ในไตรมาสนี้ บริษัทมีรายได้จากการขายเศษเหล็ก 5 ล้านบาท โดยมีต้นทุน 2 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,988.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2563 ที่ 1,958.5 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากยอดลูกหนี้การค้า ซึ่งมีระยะเวลาเก็บเกี่ยวเฉลี่ย 80 วันของยอดขาย และสินค้าคงเหลือเฉลี่ย 60 วันของต้นทุนขาย
หนี้สินรวม ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 53.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 43.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่าย
อัตราส่วนสภาพคล่อง (สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน) อยู่ที่ 31.07 เท่า ลดลงจาก 40.9 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินหมุนเวียน ในขณะที่อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ยังคงอยู่ในระดับต่ำอย่างต่อเนื่องที่ 0.03 เท่า (เทียบกับ 0.02 เท่า ณ สิ้นปี 2563) ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น และไม่มีการใช้หนี้สินระยะยาว
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ BSBM ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือการบริหารจัดการส่วนต่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบหลักที่ขยายตัวได้ดีตามแนวโน้มราคาเหล็กโลก แม้ปริมาณการขายจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ราคาขายที่ปรับสูงขึ้นและการควบคุมต้นทุนได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น โอกาสในการเติบโตยังคงขึ้นอยู่กับแนวโน้มราคาเหล็กโลกและความสามารถในการรักษาปริมาณการขาย ในขณะที่ความเสี่ยงหลักอยู่ที่ความผันผวนของราคา commodity และการแข่งขันในตลาด ซึ่งนักลงทุนควรจับตาการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยเหล่านี้อย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSBM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
0.31
ล้านบาท
↓ 98.9% YoY
กำไรขั้นต้น
0.28
ล้านบาท
↓ 103.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
90.13
%
กำไรสุทธิ
-37.14
ล้านบาท
↓ 66% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11,828.03
%
D/E Ratio
0.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -98.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -103.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -66%
YoY
D/E Ratio
0.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSBM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.01
ROE (%)
-4.26
ROA (%)
-3.88
Book Value/หุ้น
1.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSBM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-288
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSBM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-288.01
-186.16%
|
334.27
-460.32%
|
-92.77
-110.11%
|
917.68
-2,116.88%
|
-45.50
-146.36%
|
98.15
-191.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.51
-666.67%
|
-0.09
-1,000.00%
|
0.01
-100.43%
|
-2.34
+23,300.00%
|
-0.01
-66.67%
|
-0.03
-97.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.90
+4.65%
|
0.86
|
0.86
|
0.86
-98.12%
|
45.66
-11,515.00%
|
-0.40
-99.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-286.60
-185.53%
|
335.08
-464.49%
|
-91.93
-110.04%
|
915.43
+1,328.35%
|
64.09
-34.25%
|
97.48
-163.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|
60.49
-78.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
747.04
+10.33%
|
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|