บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.64
0.07 (9.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4841 out_tok=2832 at=2026-07-25T12:31:55 -->
# BSBM กำไรสุทธิ Q3/2564 หดตัว 90.6% หลังปริมาณขายวูบหนัก แม้ราคาเหล็กโลกพุ่ง
## รายได้-กำไร Q3/64 ดิ่งตามปริมาณขายที่ลดลงกว่าครึ่ง ขณะที่ GPM ดีขึ้นจากส่วนต่างราคาเหล็ก-บิลเล็ตที่กว้างขึ้น
บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 1.4 ล้านบาท ลดลงถึง 90.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 14.6 ล้านบาท แม้ราคาขายเฉลี่ยต่อตันจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ปริมาณการขายที่ลดลงกว่าครึ่งเป็นปัจจัยกดดันหลัก ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ ยังคงมีกำไรสุทธิเติบโตเล็กน้อย 1.9%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BSBM ในไตรมาส 3 ปี 2564 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างรุนแรงถึง 58%** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายหดตัว 34.7% แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อตันจะปรับตัวสูงขึ้นถึง 55% และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จะดีขึ้นก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่กดดันผลประกอบการของ BSBM ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมาก** โดยปริมาณขายลดลงจาก 24,276 ตันในไตรมาส 3 ปี 2563 เหลือเพียง 10,232 ตันในไตรมาส 3 ปี 2564 คิดเป็นการลดลงถึง 58% ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้จากการขายลดลง 34.7% จาก 381.6 ล้านบาท เหลือ 249.4 ล้านบาท แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อตันจะเพิ่มขึ้นจาก 15,720 บาท เป็น 24,370 บาทก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของปริมาณการขายมีสาเหตุมาจาก **การหยุดการผลิตของโรงงาน** ในช่วงเดือนกรกฎาคมและกันยายน ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่เกิดขึ้นระหว่างหยุดการผลิตจำนวน 14.1 ล้านบาท เป็นต้นทุนคงที่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว แม้ว่าราคาขายของเหล็กเส้นจะทรงตัวอยู่ในระดับสูงตามกลไกตลาดและแนวโน้มราคาเหล็กโลก และส่วนต่างระหว่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบหลัก (บิลเล็ต) จะเพิ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นจาก 7.5% เป็น 9.3% แต่ปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุว่าค่าใช้จ่ายโรงงาน 14.1 ล้านบาท เป็นต้นทุนคงที่ที่เกิดขึ้นในช่วงที่โรงงานต้องหยุดทำการผลิตในเดือนกรกฎาคมและกันยายน บ่งชี้ว่าเหตุการณ์นี้เป็นลักษณะเฉพาะของไตรมาสนี้ และหากการผลิตกลับมาดำเนินการได้ตามปกติในไตรมาสถัดไป ผลกระทบจากต้นทุนคงที่ในช่วงหยุดการผลิตนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของปริมาณการขายจะขึ้นอยู่กับปัจจัยภายนอกและกำลังการผลิตของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/64 ลดลง 90.6% YoY** เหลือ 1.4 ล้านบาท จาก 14.6 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขาย Q3/64 หดตัว 34.7% YoY** เหลือ 249.4 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณขายลดลง 58%
* **ราคาขายเฉลี่ยต่อตันเพิ่มขึ้น 55% YoY** จาก 15,720 บาท เป็น 24,370 บาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับดีขึ้น** จาก 7.5% เป็น 9.3% จากส่วนต่างราคาขาย-บิลเล็ตที่กว้างขึ้น
* **มีค่าใช้จ่ายโรงงานช่วงหยุดผลิต 14.1 ล้านบาท** ในไตรมาส 3/64
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 64 เติบโต 1.9% YoY** อยู่ที่ 66.6 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทฯ มีรายได้จากการขายในไตรมาสที่สามของปี 2564 จำนวน 249.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 34.7 จากยอดขาย 381.6 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อันเป็นผลมาจากการลดลงของปริมาณการขายจาก 24,276 ตัน เหลือเพียง 10,232 ตัน หรือลดลงร้อยละ 58 ถึงแม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อตันจะเพิ่มสูงขึ้นจาก 15,720 บาท เป็น 24,370 บาทก็ตาม ในไตรมาสที่สามของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23.2 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 9.3 ของยอดขาย ซึ่งลดลงจาก 28.7 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 7.5 ของยอดขายในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายลดลงจาก 4.5 ล้านบาท เหลือ 2.1 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อยจาก 6.2 ล้านบาท เหลือ 5.9 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่เกิดขึ้นระหว่างหยุดการผลิตจำนวน 14.1 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 1.4 ล้านบาท ลดลงร้อยละ 90.6 เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 14.6 ล้านบาท สำหรับผลการดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือนของปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 66.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.9 เมื่อเทียบกับงวดเก้าเดือนของปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 65.3 ล้านบาท
## โอกาส
* **ราคาเหล็กโลกทรงตัวในระดับสูง:** เป็นปัจจัยบวกต่อราคาขายเฉลี่ยต่อตันของบริษัทฯ
* **ส่วนต่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบหลักกว้างขึ้น:** ช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หากปริมาณการขายกลับมาฟื้นตัว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** อาจส่งผลดีต่อความต้องการใช้เหล็กในภาคอุตสาหกรรมและการก่อสร้าง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนบิลเล็ตซึ่งมีสัดส่วนสูงถึง 85-90% ของต้นทุนขาย อาจส่งผลกระทบต่อ GPM หากราคาปรับตัวสูงขึ้นเร็วกว่าราคาขาย
* **ความไม่แน่นอนของปริมาณการขาย:** การหยุดการผลิตในอดีตและปัจจัยภายนอกอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายในอนาคต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคาขาย
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะไม่ได้ระบุผลกระทบ แต่การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินอาจส่งผลต่อต้นทุนนำเข้าวัตถุดิบหรือรายได้จากการส่งออก (หากมี)
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณการขาย:** การกลับมาผลิตเต็มกำลังและคำสั่งซื้อใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และกำไรในไตรมาสถัดไป
* **ทิศทางราคาเหล็กโลกและราคาวัตถุดิบ (บิลเล็ต):** เพื่อประเมิน GPM และความสามารถในการแข่งขันด้านราคา
* **การบริหารจัดการต้นทุนคงที่:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายโรงงานในช่วงที่อาจมีการหยุดการผลิต
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** โดยปัจจุบันมีสินค้าคงเหลือเฉลี่ย 44 วันของต้นทุนขาย
* **การบริหารจัดการลูกหนี้:** โดยปัจจุบันมียอดลูกหนี้เฉลี่ย 52 วันของยอดขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 BSBM เผชิญกับความท้าทายด้านปริมาณการขายอย่างรุนแรง โดยปริมาณการขายลดลงถึง 58% ซึ่งเป็นผลมาจากการหยุดการผลิตของโรงงานในช่วงเดือนกรกฎาคมและกันยายน แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยต่อตันจะปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 55% ตามแนวโน้มราคาเหล็กโลกที่อยู่ในระดับสูง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากปริมาณขายที่หายไปได้ ส่งผลให้รายได้รวมลดลง 34.7% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) กลับปรับตัวดีขึ้นจาก 7.5% เป็น 9.3% เนื่องจากส่วนต่างระหว่างราคาขายเหล็กเส้นกับต้นทุนวัตถุดิบหลัก (บิลเล็ต) ที่กว้างขึ้น โดยราคาขายปรับตัวขึ้นในอัตราที่สูงกว่าต้นทุนบิลเล็ต ซึ่งต้นทุนบิลเล็ตคิดเป็นสัดส่วนสูงถึง 85-90% ของต้นทุนขาย การเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างนี้จึงมีผลอย่างมากต่อ GPM ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงตามสัดส่วนยอดขาย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารค่อนข้างคงที่ อย่างไรก็ตาม มีค่าใช้จ่ายโรงงานที่เกิดขึ้นระหว่างหยุดการผลิตจำนวน 14.1 ล้านบาท ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ ยังคงมีกำไรสุทธิเติบโตเล็กน้อย 1.9%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,920.3 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2563 ที่ 1,958.5 ล้านบาท โดยยอดเงินสดเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง บริษัทฯ มียอดลูกหนี้เฉลี่ย 52 วันของยอดขาย และสินค้าคงเหลือเฉลี่ย 44 วันของต้นทุนขาย หนี้สินรวมลดลงจาก 43.4 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 เป็น 39.6 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการลดลงของภาษีเงินได้ค้างจ่าย แต่มีภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่ายเพิ่มขึ้นจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล อัตราส่วนสภาพคล่อง (สินทรัพย์หมุนเวียน / หนี้สินหมุนเวียน) อยู่ในระดับสูงที่ 44 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 41 เท่า ณ สิ้นปี 2563 และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนยังคงอยู่ในระดับต่ำที่ 0.02 เท่า สะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและสภาพคล่องที่สูง
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ BSBM ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการลดลงของปริมาณการขายอย่างรุนแรงจากการหยุดการผลิต แม้ว่าราคาขายและ GPM จะปรับตัวดีขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาเหล็กโลกที่ยังคงอยู่ในระดับสูงและส่วนต่างราคาขายกับต้นทุนวัตถุดิบที่กว้างขึ้น ถือเป็นโอกาสในการฟื้นตัวของ GPM หากปริมาณการขายกลับมาสู่ภาวะปกติ ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและปริมาณการขายที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการกลับมาผลิตเต็มกำลังและการบริหารจัดการต้นทุนคงที่ในช่วงที่อาจมีการหยุดการผลิต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSBM ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
0.31
ล้านบาท
↓ 98.9% YoY
กำไรขั้นต้น
0.28
ล้านบาท
↓ 103.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
90.13
%
กำไรสุทธิ
-37.14
ล้านบาท
↓ 66% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11,828.03
%
D/E Ratio
0.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -98.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -103.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -66%
YoY
D/E Ratio
0.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSBM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.01
ROE (%)
-4.26
ROA (%)
-3.88
Book Value/หุ้น
1.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSBM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-288
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSBM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-288.01
-186.16%
|
334.27
-460.32%
|
-92.77
-110.11%
|
917.68
-2,116.88%
|
-45.50
-146.36%
|
98.15
-191.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.51
-666.67%
|
-0.09
-1,000.00%
|
0.01
-100.43%
|
-2.34
+23,300.00%
|
-0.01
-66.67%
|
-0.03
-97.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.90
+4.65%
|
0.86
|
0.86
|
0.86
-98.12%
|
45.66
-11,515.00%
|
-0.40
-99.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-286.60
-185.53%
|
335.08
-464.49%
|
-91.93
-110.04%
|
915.43
+1,328.35%
|
64.09
-34.25%
|
97.48
-163.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|
60.49
-78.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
747.04
+10.33%
|
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|