บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน)
SET · เหล็ก และ ผลิตภัณฑ์โลหะ
0.64
0.07 (9.86%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4898 out_tok=2538 at=2026-07-25T12:33:25 -->
# BSBM พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 รับแรงกดดันราคาเหล็กโลก-ต้นทุนวัตถุดิบสูง
## รายได้-กำไรหดตัวตามปริมาณขายและราคาขายเหล็กที่ลดลง ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเดิมยังสูง
บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 14.9 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 1.4 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากยอดขายที่ลดลงทั้งปริมาณและราคาขาย รวมถึงการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบเดิมในสต็อกยังคงมีราคาสูงกดดันอัตรากำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจาก utilization, order book, ASP, ราคาวัตถุดิบ, GPM, อัตราแลกเปลี่ยน, หรือคำสั่งซื้อครั้งใหญ่
หัวใจหลักที่ทำผลประกอบการ BSBM ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจาก **การลดลงของปริมาณและราคาขายเฉลี่ยต่อตัน ประกอบกับการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น
### 1) หัวใจคืออะไร
ปัจจัยหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการคือ **ยอดขายที่ลดลงทั้งปริมาณและราคาขายเฉลี่ย** โดยปริมาณขายลดลง 18% จาก 10,232 ตัน ใน Q3/64 เป็น 8,343 ตัน ใน Q3/65 และราคาขายเฉลี่ยต่อตันลดลง 5% จาก 24,370 บาท เป็น 23,190 บาท นอกจากนี้ การตั้งสำรองการลดราคาของสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาท ซึ่งบันทึกรวมในต้นทุนขาย ทำให้บริษัทฯ มีขาดทุนขั้นต้น 3.6 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 23.2 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของปริมาณและราคาขายมีสาเหตุมาจาก **กลไกตลาดและแนวโน้มราคาเหล็กโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องตลอดไตรมาส 3 ปี 2565** ทำให้ผู้ซื้อชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอดูทิศทางราคา ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบหลัก (บิลเล็ต) ที่เป็นวัตถุดิบเดิมในสต็อกยังมีราคาสูง ทำให้ต้นทุนขายสูงกว่าราคาขายที่ปรับลดลง ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก แม้ว่าค่าใช้จ่ายโรงงานที่เกิดขึ้นระหว่างหยุดการผลิตจะลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้และอัตรากำไรที่หดตัวได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากความผันผวนของราคาเหล็กในตลาดโลกที่ทำให้ผู้ซื้อชะลอการสั่งซื้อ ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นอาจเป็นรายการที่เกิดขึ้นเฉพาะช่วงที่ราคาเหล็กผันผวนรุนแรง การหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อรอทิศทางราคาอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น แต่หากราคาเหล็กโลกมีเสถียรภาพมากขึ้นและผู้ซื้อกลับมาสั่งซื้อตามปกติ ผลประกอบการมีโอกาสฟื้นตัวได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 14.9 ล้านบาทใน Q3/65** พลิกจากกำไร 1.4 ล้านบาทใน Q3/64
* **ยอดขายรวม 249.4 ล้านบาท ลดลง 22.4%** จาก 321.4 ล้านบาทใน Q3/64
* **ปริมาณขายลดลง 18%** จาก 10,232 ตัน เป็น 8,343 ตัน
* **ราคาขายเฉลี่ยต่อตันลดลง 5%** จาก 24,370 บาท เป็น 23,190 บาท
* **ขาดทุนขั้นต้น 3.6 ล้านบาท** เทียบกับกำไรขั้นต้น 23.2 ล้านบาทในปีก่อน จากการตั้งสำรองสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาท และต้นทุนวัตถุดิบเดิมที่ราคาสูง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น** จาก 2.1 ล้านบาท เป็น 2.9 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าขนส่งที่ปรับราคาเพิ่มขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายโรงงานระหว่างหยุดผลิตลดลง** จาก 14.1 ล้านบาท เหลือ 6.2 ล้านบาท
* **ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี 65 กำไรสุทธิ 12.6 ล้านบาท ลดลง 81.1%** จาก 66.6 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท บางสะพานบาร์มิล จำกัด (มหาชน) หรือ BSBM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 14.9 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.4 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากการลดลงของยอดขายรวม 22.4% มาอยู่ที่ 249.4 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการลดลงทั้งปริมาณการขาย 18% และราคาขายเฉลี่ยต่อตัน 5% นอกจากนี้ การตั้งสำรองการลดราคาของสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มีขาดทุนขั้นต้น 3.6 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไรขั้นต้น 23.2 ล้านบาท
สำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 12.6 ล้านบาท ลดลง 81.1% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 66.6 ล้านบาท
## โอกาส
* การที่ผู้ซื้อชะลอการสั่งซื้อเพื่อรอดูทิศทางราคาเหล็กโลก อาจเป็นโอกาสที่หากราคาเหล็กมีเสถียรภาพและปรับตัวดีขึ้น จะกระตุ้นให้เกิดคำสั่งซื้อกลับมาได้
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบในสต็อกที่เหลืออยู่ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เมื่อราคาเหล็กในตลาดโลกเริ่มทรงตัวหรือปรับตัวขึ้น จะช่วยให้ GPM ฟื้นตัวได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเหล็กโลก:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณและราคาขาย รวมถึงการตัดสินใจสั่งซื้อของลูกค้า
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะเป็นวัตถุดิบเดิมในสต็อก แต่หากราคาเหล็กโลกยังคงผันผวน อาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต
* **การหยุดผลิตชั่วคราว:** อาจส่งผลกระทบต่อ Utilization Rate และประสิทธิภาพการผลิตโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาเหล็กโลกและทิศทางอุปสงค์ในตลาด
* การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและต้นทุนวัตถุดิบ
* การปรับตัวของราคาขายเฉลี่ยต่อตัน
* การกลับมาสั่งซื้อของลูกค้า และปริมาณคำสั่งซื้อใหม่ (Order Book)
* การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการหยุดผลิตชั่วคราวในเดือนกรกฎาคม 2565 ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายโรงงานระหว่างหยุดผลิต 6.2 ล้านบาท สะท้อนว่า Utilization Rate อาจไม่เต็มที่
* **Order Book:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูล Order Book ที่ชัดเจน แต่การที่ผู้ซื้อชะลอการสั่งซื้อบ่งชี้ว่า Order Book อาจไม่แข็งแกร่งนักในไตรมาสนี้
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบหลักคือบิลเล็ต ซึ่งเป็นวัตถุดิบเดิมในสต็อกที่มีราคาสูง เป็นปัจจัยกดดัน GPM
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 9.3% ใน Q3/64 เหลือเพียง 0.3% ใน Q3/65 (หากไม่รวมสำรองสินค้าคงเหลือ) หรือติดลบ 1.4% (หากรวมสำรองสินค้าคงเหลือ)
* **ส่งออก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลการส่งออกโดยเฉพาะ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** มีการตั้งสำรองการลดราคาของสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 กันยายน 2565 อยู่ที่ 1,917.5 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2564 ที่ 1,969.7 ล้านบาท โดยเงินสดลดลงจากการซื้อวัตถุดิบ ทำให้ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 กันยายน 2565 อยู่ที่ 41.1 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2564 ที่ 83.4 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 กันยายน 2565 อยู่ที่ 1,876.5 ล้านบาท ลดลงจากสิ้นปี 2564 ที่ 1,886.3 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล 22.4 ล้านบาท
* **อัตราส่วนสภาพคล่อง:** เพิ่มขึ้นเป็น 41 เท่า จาก 17 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็นผลจากการจ่ายชำระหนี้สินหมุนเวียน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** อยู่ในระดับต่ำต่อเนื่องที่ 0.02 เท่า ณ 30 กันยายน 2565 และ 0.04 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
BSBM เผชิญแรงกดดันจากภาวะตลาดเหล็กโลกที่ผันผวน ส่งผลให้ปริมาณและราคาขายลดลง ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบเดิมที่ยังคงสูง ทำให้ไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ แม้ว่าค่าใช้จ่ายโรงงานระหว่างหยุดผลิตจะลดลง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบได้ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนสภาพคล่องสูง และหนี้สินต่อทุนต่ำ การจับตาแนวโน้มราคาเหล็กโลกและอุปสงค์ในตลาดจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BSBM ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
0.31
ล้านบาท
↓ 98.9% YoY
กำไรขั้นต้น
0.28
ล้านบาท
↓ 103.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
90.13
%
กำไรสุทธิ
-37.14
ล้านบาท
↓ 66% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-11,828.03
%
D/E Ratio
0.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
0
↓ -98.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
0
↓ -103.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-37
↓ -66%
YoY
D/E Ratio
0.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BSBM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.01
ROE (%)
-4.26
ROA (%)
-3.88
Book Value/หุ้น
1.42
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BSBM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-288
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BSBM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-288.01
-186.16%
|
334.27
-460.32%
|
-92.77
-110.11%
|
917.68
-2,116.88%
|
-45.50
-146.36%
|
98.15
-191.65%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.51
-666.67%
|
-0.09
-1,000.00%
|
0.01
-100.43%
|
-2.34
+23,300.00%
|
-0.01
-66.67%
|
-0.03
-97.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.90
+4.65%
|
0.86
|
0.86
|
0.86
-98.12%
|
45.66
-11,515.00%
|
-0.40
-99.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-286.60
-185.53%
|
335.08
-464.49%
|
-91.93
-110.04%
|
915.43
+1,328.35%
|
64.09
-34.25%
|
97.48
-163.25%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|
60.49
-78.24%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
747.04
+10.33%
|
677.11
+4.83%
|
645.89
+8.16%
|
597.16
-11.94%
|
678.16
+27.75%
|
530.83
+777.55%
|