บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=2671 out_tok=2214 at=2026-07-25T11:16:32 -->
# BM Q4/2564 กำไรสุทธิพุ่ง 149% รับอานิสงส์รายได้โต-ต้นทุนคุมได้
## รายได้จากการขายสินค้าเพิ่ม 27% ขณะที่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง หนุนกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) หรือ BM รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 68.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้เติบโตอย่างโดดเด่น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BM ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายสินค้า ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**1) หัวใจคืออะไร**
ปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิของ BM ในไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตถึง 149.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้า 27.0%** และ **การลดลงของต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร** โดยเฉพาะต้นทุนขายที่ลดลง 1.0% แม้รายได้จะเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าเป็นผลมาจากการที่บริษัทสามารถ **รับคำสั่งซื้อ (Order Book) ได้เพิ่มขึ้น** โดยเฉพาะจาก **โครงการใหม่ๆ ที่เริ่มดำเนินการ** และ **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาด** ซึ่งส่งผลให้ปริมาณการขายสินค้าเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในขณะเดียวกัน ฝ่ายจัดการได้ให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถบริหารจัดการต้นทุนขายให้ลดลงได้เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะมีปัจจัยด้านราคาวัตถุดิบบางรายการที่อาจปรับตัวสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการภายในและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตช่วยลดผลกระทบดังกล่าวได้ นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารก็มีการบริหารจัดการที่ดีขึ้นเช่นกัน
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้กล่าวถึงการที่บริษัทสามารถ **รับคำสั่งซื้อ (Order Book) ได้เพิ่มขึ้น** ซึ่งเป็นสัญญาณบวกสำหรับรายได้ในอนาคต การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดและการดำเนินโครงการใหม่ๆ เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของผลประกอบการอาจต้องพิจารณาถึงปัจจัยภายนอก เช่น **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ** และ **สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม** ซึ่งฝ่ายจัดการได้ให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการความเสี่ยงเหล่านี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น:** กำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 68.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 149.0% YoY
* **รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น:** รายได้จากการขายสินค้าอยู่ที่ 491.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.0% YoY
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายบริหารจัดการได้ดี:** ต้นทุนขายลดลง 1.0% YoY และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 14.0% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 15.6% เพิ่มขึ้นจาก 12.1% ในปีก่อน
* **Order Book เพิ่มขึ้น:** บริษัทสามารถรับคำสั่งซื้อใหม่ๆ ได้เพิ่มขึ้น หนุนการเติบโตของรายได้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายสินค้าจำนวน 491.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการรับคำสั่งซื้อใหม่ๆ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาด ขณะที่ต้นทุนขายอยู่ที่ 414.20 ล้านบาท ลดลง 1.0% YoY ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาอยู่ที่ 15.6% จาก 12.1% ในปีก่อน สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารอยู่ที่ 48.80 ล้านบาท ลดลง 14.0% YoY เมื่อรวมรายการอื่นๆ แล้ว บริษัทมีกำไรสุทธิในไตรมาสนี้เท่ากับ 68.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 149.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การรับคำสั่งซื้อใหม่ๆ:** การที่บริษัทสามารถรับคำสั่งซื้อ (Order Book) ได้เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณบวกที่สำคัญต่อการเติบโตของรายได้ในอนาคต
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดสินค้าอุตสาหกรรมและภาคการก่อสร้าง จะช่วยสนับสนุนปริมาณการขายสินค้าของบริษัท
* **การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่ดี
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น เหล็ก อาจมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรหากไม่สามารถส่งผ่านไปยังราคาขายได้ทั้งหมด
* **สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม:** ความไม่แน่นอนของสภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้าอุตสาหกรรม
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรม อาจกดดันราคาขายและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการรับคำสั่งซื้อใหม่ๆ และขนาดของ Order Book ในไตรมาสถัดไป
* ทิศทางและความผันผวนของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เหล็ก
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* การฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดหลัก และผลกระทบจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ
* การดำเนินงานของโครงการใหม่ๆ ที่บริษัทได้รับคำสั่งซื้อเข้ามา
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
สำหรับกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะธุรกิจของ BM ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์โลหะแผ่นและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้อง การบริหารจัดการ **Utilization Rate** ของโรงงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนต่อหน่วย การที่รายได้จากการขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่า **Utilization Rate** น่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย ซึ่งช่วยลดต้นทุนคงที่ต่อหน่วยลงได้
**Order Book** ที่เพิ่มขึ้นเป็นสัญญาณที่ดี แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการแข่งขันและการตอบสนองความต้องการของตลาด การที่ฝ่ายจัดการสามารถรับคำสั่งซื้อใหม่ๆ ได้ แสดงว่าผลิตภัณฑ์ของบริษัทยังคงเป็นที่ต้องการ และอาจมี **Average Selling Price (ASP)** ที่ดีพอสมควร
**ราคาวัตถุดิบ** เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะราคาเหล็ก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก การที่ต้นทุนขายลดลงแม้รายได้จะเพิ่มขึ้น อาจเป็นผลมาจากการบริหารจัดการสัญญาซื้อขายวัตถุดิบที่ดี หรือการมีสต็อกวัตถุดิบในราคาที่เหมาะสม หรือการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
**Gross Profit Margin (GPM)** ที่ปรับตัวดีขึ้นจาก 12.1% เป็น 15.6% เป็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนของการเพิ่มขึ้นของรายได้และการควบคุมต้นทุนขายที่ดี
ในส่วนของการ **ส่งออก** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุสัดส่วนที่ชัดเจน แต่การเติบโตของรายได้โดยรวมบ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในตลาดหลัก
**ค่าเงิน** อาจมีผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบที่นำเข้า หรือรายได้จากการส่งออก หากมี แต่ในเอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ชัดเจน
**สินค้าคงคลัง** การบริหารจัดการสินค้าคงคลังอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดต้นทุนการจัดเก็บและลดความเสี่ยงจากราคาวัตถุดิบที่ผันผวน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ BM ในไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าจากการรับคำสั่งซื้อใหม่ๆ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและสภาวะเศรษฐกิจ แต่แนวโน้มการรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นและการบริหารต้นทุนที่ดีเป็นปัจจัยสนับสนุนที่น่าจับตาสำหรับผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BM ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
338.41
ล้านบาท
↓ 26% YoY
กำไรขั้นต้น
53.43
ล้านบาท
↓ 34.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.79
%
กำไรสุทธิ
7.84
ล้านบาท
↓ 78.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
338
↓ -26%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53
↓ -34.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -78.1%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
8.84
ROA (%)
6.29
Book Value/หุ้น
1.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-239.99
+136.21%
|
-101.60
+174.89%
|
-36.96
-122.97%
|
160.93
-527.78%
|
-37.62
-126.79%
|
140.44
+564.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
81.40
-10.94%
|
91.40
+2.52%
|
89.15
-172.53%
|
-122.91
-705.47%
|
20.30
-112.42%
|
-163.47
+915.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10.01
-145.25%
|
-22.12
-76.57%
|
-94.39
+235.19%
|
-28.16
-215.55%
|
24.37
-33.29%
|
36.53
-366.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
25.51
-178.93%
|
-32.32
-23.41%
|
-42.20
-60.50%
|
-106.83
+510.46%
|
-17.50
-229.53%
|
13.51
-256.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
53.97
+88.38%
|
28.65
-19.93%
|
35.78
+52.51%
|
23.46
+39.15%
|
16.86
+410.91%
|
3.30
+270.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
19.73
-63.44%
|
53.97
+88.38%
|
28.65
-19.70%
|
35.68
+52.09%
|
23.46
+39.15%
|
16.86
+410.91%
|