บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4776 out_tok=2348 at=2026-07-25T12:21:09 -->
# BM กำไร Q1/2565 พุ่ง 30% รับยอดขายโต-คุมค่าใช้จ่าย
## รายได้รวมโต 8.37% รับอานิสงส์โครงการใหญ่-ส่งออก ขณะที่ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารลดฮวบ
บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) หรือ BM รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 17.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ BM ในไตรมาส 1/2565 เติบโตขึ้น 29.54% มาอยู่ที่ 17.89 ล้านบาท มาจากสองปัจจัยหลัก คือ การเพิ่มขึ้นของรายได้รวม 8.37% และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าใช้จ่ายขายและบริหารถึง 22.16% ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นจาก 4.91% ในปีก่อน เป็น 5.86% ในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้รวมที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากการขยายตัวของงานในกลุ่มรางและท่อร้อยสายไฟ โดยเฉพาะจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และงานที่สนามบินดอนเมือง รวมถึงการเติบโตของยอดขายจากการส่งออกต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการรับงานโครงการขนาดใหญ่และการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ
**ค่าใช้จ่ายขายและบริหารที่ลดลง** เกิดจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับการที่ในไตรมาส 1/2564 มีการตั้งสำรองลูกหนี้ตามมาตรฐาน TFRS9 เป็นจำนวนมาก ทำให้ในปี 2565 นี้ ภาระค่าใช้จ่ายดังกล่าวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมคือ บริษัท นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด จำนวน 2.65 ล้านบาท จากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาโรงงานและเครื่องจักรในช่วงเริ่มต้นของการผลิตหลังเปิดดำเนินการ ซึ่งเป็นปัจจัยที่หักล้างผลกำไรบางส่วน แต่บริษัทฯ ระบุว่าบริษัทร่วมดังกล่าวมีแนวโน้มรายได้และผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเริ่มมี EBITDA เป็นบวกในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ที่คาดว่าจะได้รับแรงหนุนจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและงานสนามบินดอนเมืองที่ยังคงดำเนินต่อไป รวมถึงการขยายตัวของตลาดส่งออก นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการก่อสร้างอาคารโรงงานในเขต Free Zone ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินงานในอนาคต ส่วนการบริหารจัดการต้นทุนคาดว่าจะยังคงมีประสิทธิภาพต่อไป
สำหรับส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด แม้จะมีการรับรู้ค่าเสื่อมราคาในช่วงแรก แต่แนวโน้ม EBITDA ที่เป็นบวกบ่งชี้ว่ามีโอกาสที่จะพลิกกลับมามีกำไรได้ในอนาคต ซึ่งต้องติดตามผลการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 29.54%** มาอยู่ที่ 17.89 ล้านบาท จาก 13.81 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 8.37%** เป็น 305.11 ล้านบาท จาก 281.54 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 22.16%** เป็น 28.48 ล้านบาท จาก 36.59 ล้านบาท
* **อัตรากำไรสุทธิปรับดีขึ้น** จาก 4.91% เป็น 5.86%
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม** 2.65 ล้านบาท จากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาของ นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 305.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.37% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 281.54 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 8.69% เป็น 254.16 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.10% เป็น 46.73 ล้านบาท แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจาก 16.10% เป็น 15.53%
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 22.16% เหลือ 28.48 ล้านบาท ประกอบกับมีกำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 45.31% เป็น 17.80 ล้านบาท และเมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่ลดลงอย่างมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 29.54% เป็น 17.89 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 5.86%
## โอกาส
* **การเติบโตจากโครงการภาครัฐ:** งานในหมวดรางและท่อร้อยสายไฟจากโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม และงานที่สนามบินดอนเมือง เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **การขยายตลาดส่งออก:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการส่งออกต่างประเทศ แสดงถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้า
* **การลงทุนในโรงงานใหม่:** การก่อสร้างอาคารโรงงานในเขต Free Zone อาจช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและรองรับคำสั่งซื้อในอนาคต
* **การฟื้นตัวของบริษัทร่วม:** บริษัท นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มมี EBITDA เป็นบวก ซึ่งบ่งชี้ถึงแนวโน้มการฟื้นตัวและอาจกลับมาสร้างกำไรได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของอุตสาหกรรมสินค้าอุตสาหกรรมที่ต้องติดตาม
* **การรับรู้ค่าเสื่อมราคาของบริษัทร่วม:** การขาดทุนจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาของ นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด ในช่วงเริ่มต้นการผลิต ยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการของบริษัทร่วม
* **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรง แต่การส่งออกอาจได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าของโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและงานสนามบินดอนเมือง
* แนวโน้มการเติบโตของยอดขายจากการส่งออก
* ผลประกอบการของ บริษัท นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด และการกลับมามีกำไร
* ความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารโรงงานในเขต Free Zone
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับ Utilization Rate โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากโครงการใหญ่บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
* **Order Book:** การกล่าวถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มและงานสนามบินดอนเมือง บ่งชี้ว่าบริษัทยังคงมี Backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการเพิ่มขึ้น 8.69% สอดคล้องกับแนวโน้มราคาวัตถุดิบที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงเล็กน้อยจาก 16.10% เป็น 15.53% ซึ่งอาจเกิดจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น หรือการแข่งขันด้านราคา
* **ส่งออก:** มีการระบุว่ารายได้จากการส่งออกเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นสัญญาณบวก
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้มีการระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,393.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.86% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการหลักคืออาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 38.89 ล้านบาทจากการก่อสร้างอาคารโรงงานในเขต Free Zone หนี้สินรวมอยู่ที่ 591.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.07% ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 802.03 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.28% ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.74 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.71 เท่า
## สรุปท้าย
BM โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2565 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้น 29.54% แรงหนุนหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการรับงานโครงการใหญ่และตลาดส่งออก ประกอบกับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้จะยังมีส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมในช่วงเริ่มต้นการผลิต แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของบริษัทร่วมและการลงทุนในโรงงานใหม่บ่งชี้ถึงโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความคืบหน้าของโครงการต่างๆ และผลประกอบการของบริษัทร่วมอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BM ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
338.41
ล้านบาท
↓ 26% YoY
กำไรขั้นต้น
53.43
ล้านบาท
↓ 34.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.79
%
กำไรสุทธิ
7.84
ล้านบาท
↓ 78.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
338
↓ -26%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53
↓ -34.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -78.1%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
8.84
ROA (%)
6.29
Book Value/หุ้น
1.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-239.99
+136.21%
|
-101.60
+174.89%
|
-36.96
-122.97%
|
160.93
-527.78%
|
-37.62
-126.79%
|
140.44
+564.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
81.40
-10.94%
|
91.40
+2.52%
|
89.15
-172.53%
|
-122.91
-705.47%
|
20.30
-112.42%
|
-163.47
+915.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10.01
-145.25%
|
-22.12
-76.57%
|
-94.39
+235.19%
|
-28.16
-215.55%
|
24.37
-33.29%
|
36.53
-366.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
25.51
-178.93%
|
-32.32
-23.41%
|
-42.20
-60.50%
|
-106.83
+510.46%
|
-17.50
-229.53%
|
13.51
-256.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
53.97
+88.38%
|
28.65
-19.93%
|
35.78
+52.51%
|
23.46
+39.15%
|
16.86
+410.91%
|
3.30
+270.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
19.73
-63.44%
|
53.97
+88.38%
|
28.65
-19.70%
|
35.68
+52.09%
|
23.46
+39.15%
|
16.86
+410.91%
|