บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5281 out_tok=2850 at=2026-07-25T11:46:29 -->
# BM Q2/2565 รายได้โต 21% รับอานิสงส์โครงการ-ส่งออก แต่กำไรสุทธิทรงตัว
## รายได้รวมพุ่ง 19.58% สวนทางอัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อย ฝ่ายบริหารชี้ปัจจัยหลักจากโครงการใหญ่และการส่งออกที่ฟื้นตัว
บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) หรือ BM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 337.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 23.71 ล้านบาท ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนที่ 23.61 ล้านบาท การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายที่ชดเชยกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดลงเล็กน้อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BM ในไตรมาส 2/2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่งถึง 21.41%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยชดเชยแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมทรงตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากสองส่วนหลัก คือ:
* **โครงการต่างๆ:** มีการเพิ่มขึ้นของงานในหมวดรางและท่อร้อยสายไฟจากโครงการขนาดใหญ่ เช่น สนามบินดอนเมือง และฟลอเรสเทียร์บางนา ซึ่งบ่งชี้ถึงการกลับมาของกิจกรรมการลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน
* **การส่งออก:** งานส่งออกไปต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความสามารถในการแข่งขันและโอกาสในการขยายตลาดในต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 19.41% ในไตรมาส 2/2564 มาอยู่ที่ 17.95% ในไตรมาส 2/2565 แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุสาเหตุของ GPM ที่ลดลงโดยตรง แต่โดยทั่วไปในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ หรือการแข่งขันด้านราคา อาจเป็นปัจจัยกดดันได้
นอกจากนี้ ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม Nitto Kogyo BM (Thailand) Co., Ltd. จำนวน 2.68 ล้านบาท ซึ่งเกิดจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาโรงงานและเครื่องจักรในช่วงเริ่มต้นของการผลิตหลังเปิดดำเนินการ ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิรวม แม้ว่าบริษัทร่วมดังกล่าวจะมี EBITDA เป็นบวกและมีแนวโน้มผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการขายและบริการ เนื่องจาก:
* **Backlog จากโครงการ:** การที่บริษัทมีงานจากโครงการต่างๆ บ่งชี้ว่ายังมีคำสั่งซื้อที่รอส่งมอบและรับรู้รายได้ในอนาคต
* **แนวโน้มการส่งออก:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของงานส่งออก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้ในระยะยาว
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** หากกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการลงทุนยังคงฟื้นตัวต่อเนื่อง จะส่งผลดีต่อความต้องการสินค้าของบริษัท
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอัตรากำไรขั้นต้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด หากต้นทุนวัตถุดิบยังคงอยู่ในระดับสูง หรือมีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง อาจส่งผลกระทบต่อ GPM ในไตรมาสถัดไปได้ ส่วนผลขาดทุนจากบริษัทร่วมนั้น คาดว่าจะลดลงเมื่อการผลิตเริ่มเข้าที่และมีการรับรู้ค่าเสื่อมราคาคงที่
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2565 เติบโต 19.58%** แตะ 340.90 ล้านบาท จาก 285.08 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิ Q2/2565 อยู่ที่ 23.71 ล้านบาท** ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน (23.61 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 0.42%
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 19.41% ใน Q2/2564 เป็น 17.95% ใน Q2/2565
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย** 2.14% สอดคล้องกับยอดขายที่สูงขึ้น
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม Nitto Kogyo BM (Thailand) Co., Ltd.** จำนวน 2.68 ล้านบาท จากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาในช่วงเริ่มต้นการผลิต
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 14.33%** แตะ 1,534.41 ล้านบาท จากการก่อสร้างอาคารโรงงานในเขต Free Zone และสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้น** เป็น 0.90 เท่า จาก 0.71 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 337.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.43 ล้านบาท หรือ 21.41% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 ที่มีรายได้ 277.64 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของงานในหมวดรางและท่อร้อยสายไฟจากโครงการต่างๆ เช่น สนามบินดอนเมือง และฟลอเรสเทียร์บางนา รวมถึงการเพิ่มขึ้นของงานส่งออก
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ ทำให้กำไรขั้นต้นลดลงจาก 53.88 ล้านบาท เป็น 60.51 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.63 ล้านบาท หรือ 12.31%) แต่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 19.41% เป็น 17.95%
ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2.14% เป็น 31.99 ล้านบาท ขณะที่ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม Nitto Kogyo BM (Thailand) Co., Ltd. อยู่ที่ 2.68 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้เพิ่มขึ้น 7.50% เป็น 27.67 ล้านบาท
เมื่อหักค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ (85.92%) กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 23.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.42% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 646.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.01% และมีกำไรสุทธิ 37.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.28% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์และโครงสร้างพื้นฐาน:** โครงการต่างๆ เช่น สนามบินดอนเมือง และฟลอเรสเทียร์บางนา บ่งชี้ถึงโอกาสในการรับงานเพิ่มเติม
* **การเติบโตของตลาดส่งออก:** แนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่องของงานส่งออก เปิดโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและรายได้ในต่างประเทศ
* **การขยายโรงงานในเขต Free Zone:** การก่อสร้างอาคารโรงงานใหม่ในเขต Free Zone อาจช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตและรองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น หากไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังลูกค้าได้ทั้งหมด
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาในตลาดสินค้าอุตสาหกรรมอาจกดดันอัตรากำไร
* **ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม:** แม้จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วมยังคงส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิรวม
* **อัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนจากการส่งออกและนำเข้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** จะสามารถรักษาหรือปรับปรุง GPM ให้ดีขึ้นได้หรือไม่ ท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่อาจผันผวน
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่ๆ:** การได้รับคำสั่งซื้อเพิ่มเติมจากโครงการภาครัฐและเอกชน
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม Nitto Kogyo BM (Thailand) Co., Ltd.:** จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้เร็วแค่ไหน
* **ทิศทางการส่งออก:** การเติบโตของตลาดส่งออกจะยังคงต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น 34.08 ล้านบาท จะสามารถระบายออกได้ทันเวลาหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุระดับ utilization rate โดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากโครงการต่างๆ บ่งชี้ว่าโรงงานมีการทำงานที่รองรับคำสั่งซื้อได้ดี
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข order book โดยตรง แต่การกล่าวถึงโครงการต่างๆ และการส่งออกที่เติบโต สะท้อนถึงการมีงานในมือ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การที่ GPM ลดลง อาจมีปัจจัยต้นทุนวัตถุดิบเข้ามาเกี่ยวข้อง
* **GPM:** ลดลงจาก 19.41% เป็น 17.95% เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตาม
* **การส่งออก:** มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยบวกสำคัญ
* **ค่าเงิน:** ไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
* **สินค้าคงคลัง:** เพิ่มขึ้น 34.08 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,534.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 192.29 ล้านบาท หรือ 14.33% จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการสำคัญคือ อาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 49.68 ล้านบาท จากการก่อสร้างอาคารโรงงานในเขต Free Zone และลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 46.05 ล้านบาท สอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น รวมถึงสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 34.08 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 728.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 170.09 ล้านบาท หรือ 30.48% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ปรับเพิ่มขึ้นจาก 0.71 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 0.90 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565
## สรุปท้าย
BM ในไตรมาส 2/2565 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการได้อย่างน่าพอใจถึง 21.41% จากแรงหนุนของโครงการต่างๆ และการส่งออกที่ฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อย ประกอบกับส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม ทำให้กำไรสุทธิโดยรวมทรงตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบและทิศทางของ GPM จะเป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาในระยะต่อไป ขณะที่การขยายโรงงานและการเติบโตของการส่งออกเป็นโอกาสในการสร้างการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BM ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
338.41
ล้านบาท
↓ 26% YoY
กำไรขั้นต้น
53.43
ล้านบาท
↓ 34.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.79
%
กำไรสุทธิ
7.84
ล้านบาท
↓ 78.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32
%
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
338
↓ -26%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53
↓ -34.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -78.1%
YoY
D/E Ratio
0.79
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BM
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
8.84
ROA (%)
6.29
Book Value/หุ้น
1.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BM
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BM
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-239.99
+136.21%
|
-101.60
+174.89%
|
-36.96
-122.97%
|
160.93
-527.78%
|
-37.62
-126.79%
|
140.44
+564.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
81.40
-10.94%
|
91.40
+2.52%
|
89.15
-172.53%
|
-122.91
-705.47%
|
20.30
-112.42%
|
-163.47
+915.97%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
10.01
-145.25%
|
-22.12
-76.57%
|
-94.39
+235.19%
|
-28.16
-215.55%
|
24.37
-33.29%
|
36.53
-366.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
25.51
-178.93%
|
-32.32
-23.41%
|
-42.20
-60.50%
|
-106.83
+510.46%
|
-17.50
-229.53%
|
13.51
-256.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
53.97
+88.38%
|
28.65
-19.93%
|
35.78
+52.51%
|
23.46
+39.15%
|
16.86
+410.91%
|
3.30
+270.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
19.73
-63.44%
|
53.97
+88.38%
|
28.65
-19.70%
|
35.68
+52.09%
|
23.46
+39.15%
|
16.86
+410.91%
|