BM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BM
บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6066 out_tok=2866 at=2026-07-27T08:38:30 --> BM กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 711% รับแรงหนุนส่งออก-เกษตร รายได้รวมโต 51.65% จากการส่งออกเฟอร์นิเจอร์โลหะและชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตรที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ GPM ขยายตัวจากการบริหารต้นทุนวัตถุดิบที่ดี บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) หรือ BM รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 23.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 711.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 3.86 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้รวมที่ 285.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.65% ซึ่งขับเคลื่อนโดยการส่งออกที่แข็งแกร่งและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BM ในไตรมาส 2/2564 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิสูงถึง 23.61 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 711.66% YoY) มาจาก **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายและบริการที่ 277.64 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 47.24% YoY) ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ทำให้กำไรขั้นต้น (Gross Profit) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ### 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ **การขยายตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 47.24% YoY** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่พลิกจากขาดทุน 3.86 ล้านบาทใน Q2/2563 มาเป็นกำไร 23.61 ล้านบาทใน Q2/2564 นอกจากนี้ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจาก 13.28% ใน Q2/2563 เป็น 19.41% ใน Q2/2564** ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลกำไร ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากหลายส่วน โดยเฉพาะ **งานส่งออกเฟอร์นิเจอร์โลหะไปต่างประเทศที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งได้รับประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาท ทำให้มีอัตรากำไรที่ดีขึ้น นอกจากนี้ **งานในหมวดชิ้นส่วนเครื่องจักรกลการเกษตร และการสั่งซื้อในส่วนของหมวดชิ้นส่วนโลหะก็ปรับตัวเพิ่มขึ้น** ด้วย ส่วนการที่ GPM ปรับตัวสูงขึ้นนั้น มาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดี โดยเฉพาะการ **จองเหล็กไว้ล่วงหน้าในปริมาณมาก** เนื่องจากบริษัทมีความได้เปรียบจากการมีงานที่หลากหลาย ทำให้สามารถใช้เหล็กร่วมกันได้ และสามารถซื้อในราคาต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาขายที่ปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะตลาด นอกจากนี้ บริษัทได้รับประโยชน์จาก **สิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI) จากโครงการโซล่ารูฟ** ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2564 ช่วยลดภาษีเงินได้นิติบุคคลได้ประมาณ 2.40 ล้านบาทในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมมีการเปลี่ยนแปลง โดยบริษัท นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด ขาดทุน 3.02 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้ค่าเสื่อมราคาอาคารและเครื่องจักรใหม่ที่เริ่มผลิตในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะส่งผลให้ฐานรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต ส่วนบริษัท เอ็มอี ซีที จำกัด รับรู้กำไร 1.26 ล้านบาท ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการส่งออกที่ระบุว่า "สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง" และการได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลต่อเนื่องได้ในระยะสั้นถึงกลาง ส่วนงานเครื่องจักรกลการเกษตรและชิ้นส่วนโลหะที่เพิ่มขึ้นก็เป็นสัญญาณที่ดี การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบจากการจองล่วงหน้าจะยังคงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการรักษา GPM ซึ่งต้องติดตามภาวะราคาวัตถุดิบในตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ส่วนผลกระทบจากบริษัทร่วมที่เริ่มผลิตใหม่ คาดว่าจะค่อยๆ เห็นผลบวกต่อรายได้ในอนาคต สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากโซล่ารูฟจะช่วยลดภาระภาษีได้ต่อเนื่องตามระยะเวลาที่กำหนด ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 711.66% YoY** แตะ 23.61 ล้านบาท จากขาดทุน 3.86 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้รวมโต 51.65% YoY** อยู่ที่ 285.08 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากงานส่งออก * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวโดดเด่น** จาก 13.28% ใน Q2/63 เป็น 19.41% ใน Q2/64 * **ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า** หนุนกำไรจากงานส่งออก * **มีสิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI) จากโซล่ารูฟ** ช่วยลดภาษีเงินได้นิติบุคคลประมาณ 2.40 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 23.61 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.47 ล้านบาท หรือ 711.66% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 285.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51.65% จากการเติบโตของงานส่งออกต่างประเทศและงานเครื่องจักรกลการเกษตร ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 36.85% ตามสัดส่วนรายได้ที่มากขึ้น แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 19.41% จาก 13.28% ในปีก่อน เนื่องจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดี ค่าใช้จ่ายขายและบริหารลดลง 12.71% มาอยู่ที่ 31.32 ล้านบาท ส่วนแบ่งกำไรขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมลดลงอย่างมาก จาก 8.95 ล้านบาทใน Q2/63 เป็นขาดทุน 1.76 ล้านบาทใน Q2/64 โดยหลักมาจากผลประกอบการของบริษัท นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด ที่เริ่มผลิตและรับรู้ค่าเสื่อมราคา ## โอกาส * **การเติบโตของงานส่งออก:** การส่งออกเฟอร์นิเจอร์โลหะไปต่างประเทศมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง และได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า * **งานเครื่องจักรกลการเกษตรและชิ้นส่วนโลหะ:** มีการสั่งซื้อเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายฐานรายได้ * **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการจองเหล็กล่วงหน้าในปริมาณมาก ช่วยให้ได้ต้นทุนที่ต่ำและรักษาอัตรากำไรได้ดี * **สิทธิประโยชน์ทางภาษี (BOI):** โครงการโซล่ารูฟจะช่วยลดภาระภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างต่อเนื่อง * **การเริ่มผลิตของบริษัทร่วม:** บริษัท นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด ที่เริ่มผลิตแล้ว คาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้นในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ปัจจุบันจะบริหารจัดการได้ดี แต่ราคาเหล็กและวัตถุดิบอื่นๆ ในตลาดโลกยังคงมีความผันผวนสูง * **ผลประกอบการบริษัทร่วม:** การขาดทุนของบริษัท นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด ในช่วงเริ่มต้น อาจส่งผลกระทบต่อกำไรโดยรวม หากไม่สามารถพลิกกลับมาทำกำไรได้ตามแผน * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนโลหะมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อการตั้งราคาขาย * **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันได้ประโยชน์จากเงินบาทอ่อนค่า แต่หากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรจากงานส่งออก ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้ส่งออก:** ติดตามการเติบโตอย่างต่อเนื่องของงานส่งออกเฟอร์นิเจอร์โลหะ * **การบริหารต้นทุนวัตถุดิบ:** ความสามารถในการรักษา GPM ท่ามกลางความผันผวนของราคาเหล็ก * **ผลประกอบการบริษัทร่วม:** การพลิกกลับมาทำกำไรของบริษัท นิตโต้ โคเกียวบีเอ็ม (ประเทศไทย) จำกัด * **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** การเติบโตของรายได้จากงานเครื่องจักรกลการเกษตรและชิ้นส่วนโลหะ * **การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลกระทบหากค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 47.24% บ่งชี้ถึงการใช้กำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Order Book โดยตรง แต่การกล่าวถึง "งานส่งออกต่างประเทศที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง" และ "การสั่งซื้อในส่วนของหมวดชิ้นส่วนโลหะเพิ่มขึ้น" บ่งชี้ถึงการมีคำสั่งซื้อที่เพียงพอ * **ราคาวัตถุดิบ:** มีการกล่าวถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบได้ดี โดยเฉพาะการจองเหล็กไว้ล่วงหน้า ซึ่งช่วยให้ได้ต้นทุนที่ต่ำกว่าราคาขายที่สูงขึ้นตามภาวะตลาด * **GPM:** ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 13.28% ใน Q2/63 เป็น 19.41% ใน Q2/64 * **การส่งออก:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก โดยเฉพาะเฟอร์นิเจอร์โลหะ ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า * **ค่าเงิน:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยบวกต่อกำไรจากงานส่งออก * **สินค้าคงคลัง:** มีการกล่าวถึงสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นในงบดุล ซึ่งสอดคล้องกับการบริหารจัดการวัตถุดิบและการผลิตเพื่อรองรับคำสั่งซื้อ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,420.83 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.96% จากสิ้นปี 2563 โดยมีรายการที่เพิ่มขึ้นคือ ลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ หนี้สินรวมอยู่ที่ 705.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.66% จากสิ้นปี 2563 โดยมีการเพิ่มขึ้นของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน 142.00 ล้านบาท เพื่อใช้ในการบริหารจัดการวัตถุดิบ (การจองเหล็ก) ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 715.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.44% จากสิ้นปี 2563 แม้จะมีการจ่ายปันผลประจำปี 2563 จำนวน 35.20 ล้านบาทในไตรมาสนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.81 เท่า เป็น 0.99 เท่า ## สรุปท้าย BM ในไตรมาส 2/2564 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง พลิกกลับมามีกำไรสุทธิสูงถึง 23.61 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการเติบโตของรายได้จากการส่งออกที่ได้รับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อนค่า และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ทำให้ GPM ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบและอัตราแลกเปลี่ยน แต่แนวโน้มการเติบโตของคำสั่งซื้อและการได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษี เป็นปัจจัยที่น่าจับตาว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BM ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
338.41 ล้านบาท
↓ 26% YoY
กำไรขั้นต้น
53.43 ล้านบาท
↓ 34.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.79 %
กำไรสุทธิ
7.84 ล้านบาท
↓ 78.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32 %
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
338
↓ -26% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53
↓ -34.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -78.1% YoY
D/E Ratio
0.79

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
338.41
-26.03%
457.51
-0.47%
459.65
+45.46%
316.00
-3.10%
326.10
+1.42%
321.54
+46.16%
กำไรขั้นต้น
53.43
-34.58%
81.68
+36.74%
59.73
+70.76%
34.98
-26.30%
47.46
-26.61%
64.67
+38.31%
ค่าใช้จ่ายรวม
48.67
+6.58%
45.66
-2.76%
46.96
+31.81%
35.62
-17.41%
43.13
+7.89%
39.98
+10.21%
กำไรสุทธิ
7.84
-78.06%
35.72
+199.69%
11.92
+339.75%
-4.97
-305.50%
2.42
-85.79%
17.02
+66.34%
กำไรต่อหุ้น
0.01
-77.97%
0.06
+195.00%
0.02
+350.00%
-0.01
-300.00%
0.00
-85.71%
0.03
+64.71%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
15.79
-11.54%
17.85
+37.31%
13.00
+17.43%
11.07
-23.92%
14.55
-27.65%
20.11
-5.36%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
14.38
+44.09%
9.98
-2.35%
10.22
-9.32%
11.27
-14.81%
13.23
+6.44%
12.43
-24.62%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.32
-70.29%
7.81
+201.54%
2.59
+264.97%
-1.57
-312.16%
0.74
-86.01%
5.29
+13.76%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
ROE(%)
8.84
-2.86%
9.10
+103.13%
4.48
-32.83%
6.67
-32.56%
9.89
+23.63%
8.00
+23.08%
ROA(%)
6.29
+6.97%
5.88
+62.88%
3.61
-30.31%
5.18
-18.04%
6.32
+6.58%
5.93
+34.47%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.79
+1.28%
0.78
+2.63%
0.76
+18.75%
0.64
-9.86%
0.71
-12.35%
0.81
+8.00%
P/E
6.89
-76.85%
29.76
-55.88%
67.45
+90.43%
35.42
+59.91%
22.15
-6.54%
23.70
-49.85%
P/BV
0.84
-56.70%
1.94
-3.00%
2.00
-20.63%
2.52
-3.82%
2.62
+55.03%
1.69
+38.52%
BV
1.35
-15.63%
1.60
+5.96%
1.51
-13.22%
1.74
+2.35%
1.70
+7.59%
1.58
+1.94%
YIELD(%)
9.03
+279.41%
2.38
-16.49%
2.85
+213.19%
0.91
-49.16%
1.79
-40.53%
3.01
-28.84%
ราคาหุ้น
1.13
-63.55%
3.10
+2.65%
3.02
-31.05%
4.38
-1.79%
4.46
+67.67%
2.66
+40.74%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
8.84
ROA (%)
6.29
Book Value/หุ้น
1.39

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
518.69
-10.06%
576.68
-6.91%
619.46
+24.50%
497.55
+4.52%
476.03
+31.96%
360.75
+14.89%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,062.75
+5.62%
1,006.22
-1.13%
1,017.73
+9.75%
927.33
+7.07%
866.09
-7.01%
931.43
+16.54%
รวมสินทรัพย์
1,581.44
-0.09%
1,582.90
-3.32%
1,637.19
+14.90%
1,424.88
+6.17%
1,342.12
+3.86%
1,292.18
+16.08%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
498.92
+9.97%
453.68
-9.09%
499.03
+38.25%
360.96
-13.17%
415.69
+1.38%
410.02
+27.17%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
201.13
-15.52%
238.09
+13.27%
210.19
+7.26%
195.97
+37.72%
142.29
-16.10%
169.60
+71.58%
รวมหนี้สิน
700.05
+1.20%
691.77
-2.46%
709.22
+27.34%
556.93
-0.19%
557.98
-3.73%
579.62
+37.60%
รวมส่วนของเจ้าของ
881.39
-1.09%
891.13
-3.97%
927.97
+6.91%
867.95
+10.69%
784.13
+10.05%
712.55
+2.97%
D/E
0.79
0.78
0.76
0.64
0.71
0.81
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.84
9.10
4.48
6.67
9.89
8.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
6.29
5.88
3.61
5.18
6.32
5.93
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.04
1.27
1.24
1.38
1.15
0.88
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.60
0.87
0.82
0.68
0.57
0.48
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
76.12
84.10
0.00
0.00
64.36
70.94
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
58.96
54.61
0.00
0.00
71.87
57.58
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
94.03
97.43
0.00
0.00
86.88
93.50
วงจรเงินสด
41.05
41.28
0.00
0.00
49.35
35.02
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-239.99
+136.21%
-101.60
+174.89%
-36.96
-122.97%
160.93
-527.78%
-37.62
-126.79%
140.44
+564.96%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
81.40
-10.94%
91.40
+2.52%
89.15
-172.53%
-122.91
-705.47%
20.30
-112.42%
-163.47
+915.97%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
10.01
-145.25%
-22.12
-76.57%
-94.39
+235.19%
-28.16
-215.55%
24.37
-33.29%
36.53
-366.64%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
25.51
-178.93%
-32.32
-23.41%
-42.20
-60.50%
-106.83
+510.46%
-17.50
-229.53%
13.51
-256.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
53.97
+88.38%
28.65
-19.93%
35.78
+52.51%
23.46
+39.15%
16.86
+410.91%
3.30
+270.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
19.73
-63.44%
53.97
+88.38%
28.65
-19.70%
35.68
+52.09%
23.46
+39.15%
16.86
+410.91%