BM
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BM
บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.16
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5628 out_tok=2771 at=2026-07-25T11:36:54 --> BM กำไรสุทธิ Q3/65 ดิ่ง 45.7% รับต้นทุนเหล็กพุ่ง-ปีก่อนมีกำไรพิเศษ ฝ่ายบริหารชี้รายได้โตตามโครงการใหญ่-ส่งออก แต่ GPM หดเหตุต้นทุนวัตถุดิบสูงกว่าราคาขายที่ปรับลง ขณะที่ปีก่อนมีกำไรจากการขายเงินลงทุนหนุน บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) หรือ BM รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 18.53 ล้านบาท ลดลง 45.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 36.77% เป็น 337.49 ล้านบาท แต่ต้นทุนสินค้าขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 60.77% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ BM ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และการเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อน** ### 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการคือ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงอย่างมากถึง 11.22%** จาก 26.72% ในไตรมาส 3/2564 เหลือ 15.50% ในไตรมาส 3/2565 ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลง 12.36 ล้านบาท นอกจากนี้ การที่ไตรมาส 3/2564 มีรายการพิเศษคือ **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วม** จำนวน 8.27 ล้านบาท และการปรับราคาสินค้าบางงาน ทำให้ฐานกำไรของปีก่อนสูงผิดปกติ ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การหดตัวของ GPM เกิดจาก **ต้นทุนวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้น** โดยบริษัทมีการสั่งซื้อเหล็กในช่วงที่ราคาสูง และใช้วิธีการคิดต้นทุนขายแบบเข้าก่อนออกก่อน (FIFO) ในขณะที่ **ราคาขายสินค้าได้ปรับลดลงตามราคาเหล็กที่ปรับตัวลงในไตรมาสนี้** ทำให้ส่วนต่างราคา (Margin) ลดลงอย่างมาก นอกจากนี้ ต้นทุนสินค้าขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 60.77% ยังเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่สูงขึ้นด้วย ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบเหล็กที่สูงในช่วงที่ผ่านมาและส่งผลกระทบต่อ GPM ในไตรมาสนี้ มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายลงตามราคาตลาด อย่างไรก็ตาม การเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อน ซึ่งมีรายการพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง จะยังคงส่งผลให้การเติบโตของกำไรในไตรมาสถัดไปอาจยังเผชิญแรงกดดันจากการเปรียบเทียบ YoY ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิลดลง 45.74% YoY** อยู่ที่ 18.53 ล้านบาท จาก 34.15 ล้านบาทในปีก่อน * **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 36.77% YoY** แตะ 337.49 ล้านบาท จากการเติบโตของงานรางและท่อร้อยสายไฟในประเทศและงานส่งออก รวมถึงตู้ไฟฟ้าและตู้สื่อสาร * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 26.72% ใน Q3/64 เหลือ 15.50% ใน Q3/65 * **ต้นทุนสินค้าขายและบริการเพิ่มขึ้น 60.77% YoY** เป็น 285.17 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากราคาเหล็กที่สูงขึ้น * **ขาดทุนจากบริษัทร่วม Nitto Kogyo B.M. (Thailand) จำกัด ลดลง** เหลือ 1.23 ล้านบาท จาก 2.79 ล้านบาทในปีก่อน โดยบริษัทร่วมมี EBITDA เป็นบวกแล้ว * **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 7.76% เป็น 1,446.26 ล้านบาท โดยมีอัตราหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นที่ 0.75 เท่า ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท บางกอกชีทเม็ททัล จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 337.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 95.43 ล้านบาท หรือ 36.77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของงานในหมวดรางและท่อร้อยสายไฟจากโครงการใหญ่ต่างๆ อาทิ โครงการ One Bangkok, AOT ดอนเมือง, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, มูราตะล าพูน และโรงพยาบาลต ารวจ รวมถึงการเติบโตของงานส่งออก และสินค้าในหมวดตู้ไฟฟ้า ตู้สื่อสาร อย่างไรก็ตาม ต้นทุนสินค้าที่ขายและบริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 107.79 ล้านบาท หรือ 60.77% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่วนหนึ่งเกิดจากการเพิ่มขึ้นตามยอดขายที่สูงขึ้น และอีกส่วนสำคัญคือ **ราคาเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น** ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 12.36 ล้านบาท หรือ 19.11% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 26.72% เหลือ 15.50% ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 3.17 ล้านบาท หรือ 10.77% ตามสัดส่วนยอดขายที่สูงขึ้น ผลการดำเนินงานโดยรวมในไตรมาส 3/2565 บริษัทมีกำไรสุทธิ 18.53 ล้านบาท ลดลง 15.62 ล้านบาท หรือ 45.74% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากต้นทุนขายที่สูงขึ้นจากวัตถุดิบเหล็กที่ซื้อในช่วงราคาสูง และการคิดต้นทุนแบบ FIFO ประกอบกับการปรับราคางานสินค้าลงตามราคาเหล็กที่ปรับตัวลงในไตรมาสนี้ ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2564 มีการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนและการปรับราคาสินค้าบางงาน ทำให้ผลการดำเนินงานในปีก่อนอยู่ในระดับที่สูง ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม Nitto Kogyo B.M. (Thailand) จำกัด ลดลงเหลือ 1.23 ล้านบาท จาก 2.79 ล้านบาทในปีก่อน โดยบริษัทร่วมดังกล่าวมี EBITDA เป็นบวกแล้วในไตรมาสนี้ ## โอกาส * **การเติบโตของงานโครงการในประเทศ:** การมีส่วนร่วมในโครงการขนาดใหญ่ เช่น One Bangkok, AOT ดอนเมือง, รถไฟฟ้าสายสีส้ม และโรงพยาบาลต ารวจ เป็นปัจจัยหนุนรายได้ที่สำคัญ * **การเติบโตของงานส่งออก:** แนวโน้มการเติบโตของงานส่งออกที่ต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดไปยังต่างประเทศ * **การฟื้นตัวของบริษัทร่วม:** การที่ Nitto Kogyo B.M. (Thailand) จำกัด มี EBITDA เป็นบวก แสดงถึงแนวโน้มการฟื้นตัวและอาจกลับมาสร้างกำไรได้ในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กที่ผันผวนเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไรขั้นต้น * **การแข่งขันด้านราคา:** การปรับราคาสินค้าลงตามราคาวัตถุดิบ อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรหากการแข่งขันสูง * **ผลกระทบจากรายการพิเศษในปีก่อน:** การเปรียบเทียบผลประกอบการกับปีก่อนที่มีรายการพิเศษ อาจทำให้ตัวเลขการเติบโตดูอ่อนแอลง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาเหล็ก:** ติดตามทิศทางราคาเหล็ก ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก และส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและ GPM * **การบริหารจัดการต้นทุน:** กลยุทธ์ของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต * **ความคืบหน้าของโครงการต่างๆ:** การส่งมอบงานและรายได้ที่จะเกิดขึ้นจากโครงการใหญ่ที่บริษัทเข้าร่วม * **การเติบโตของตลาดส่งออก:** ศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการส่งออก * **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** การฟื้นตัวและศักยภาพในการสร้างกำไรของ Nitto Kogyo B.M. (Thailand) จำกัด ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Utilization Rate โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 36.77% บ่งชี้ว่าโรงงานมีการทำงานที่รองรับคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** การระบุโครงการต่างๆ ที่เป็นลูกค้า เช่น One Bangkok, AOT ดอนเมือง, รถไฟฟ้าสายสีส้ม, มูราตะล าพูน และโรงพยาบาลต ารวจ แสดงให้เห็นถึง Backlog ที่มีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเหล็กเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนอย่างชัดเจน โดยมีการระบุว่าต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการสั่งซื้อในช่วงที่ราคาเหล็กสูง * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 26.72% เป็น 15.50% ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด * **การส่งออก:** มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของงานส่งออกไปต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง * **ค่าเงิน:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนในเอกสาร * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 22.08 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์รวม และอาจเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการวัตถุดิบในช่วงที่ราคาผันผวน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,446.26 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.15 ล้านบาท หรือ 7.76% เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2564 โดยรายการที่เพิ่มขึ้นหลักๆ ได้แก่ อาคารและอุปกรณ์ที่เพิ่มขึ้น 57.50 ล้านบาท จากการก่อสร้างอาคารโรงงานในเขต Free Zone และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 22.08 ล้านบาท รวมถึงเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพิ่มขึ้น 22.77 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 621.39 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.41 ล้านบาท หรือ 11.36% ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.75 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.71 เท่า ณ สิ้นปี 2564 ## สรุปท้าย BM เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบเหล็กที่สูงขึ้นและราคาขายที่ปรับลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3/2565 แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีจากโครงการใหญ่และการส่งออก แต่การเปรียบเทียบกับฐานกำไรที่สูงผิดปกติในปีก่อน ซึ่งมีรายการพิเศษเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของบริษัทร่วมและการเติบโตของงานส่งออกเป็นปัจจัยที่น่าจับตา ขณะที่ความผันผวนของราคาเหล็กยังคงเป็นความเสี่ยงหลักที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BM ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
338.41 ล้านบาท
↓ 26% YoY
กำไรขั้นต้น
53.43 ล้านบาท
↓ 34.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
15.79 %
กำไรสุทธิ
7.84 ล้านบาท
↓ 78.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32 %
D/E Ratio
0.79
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
338
↓ -26% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
53
↓ -34.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
8
↓ -78.1% YoY
D/E Ratio
0.79

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
338.41
-26.03%
457.51
-0.47%
459.65
+45.46%
316.00
-3.10%
326.10
+1.42%
321.54
+46.16%
กำไรขั้นต้น
53.43
-34.58%
81.68
+36.74%
59.73
+70.76%
34.98
-26.30%
47.46
-26.61%
64.67
+38.31%
ค่าใช้จ่ายรวม
48.67
+6.58%
45.66
-2.76%
46.96
+31.81%
35.62
-17.41%
43.13
+7.89%
39.98
+10.21%
กำไรสุทธิ
7.84
-78.06%
35.72
+199.69%
11.92
+339.75%
-4.97
-305.50%
2.42
-85.79%
17.02
+66.34%
กำไรต่อหุ้น
0.01
-77.97%
0.06
+195.00%
0.02
+350.00%
-0.01
-300.00%
0.00
-85.71%
0.03
+64.71%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
15.79
-11.54%
17.85
+37.31%
13.00
+17.43%
11.07
-23.92%
14.55
-27.65%
20.11
-5.36%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
14.38
+44.09%
9.98
-2.35%
10.22
-9.32%
11.27
-14.81%
13.23
+6.44%
12.43
-24.62%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
2.32
-70.29%
7.81
+201.54%
2.59
+264.97%
-1.57
-312.16%
0.74
-86.01%
5.29
+13.76%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
+100.00%
ROE(%)
8.84
-2.86%
9.10
+103.13%
4.48
-32.83%
6.67
-32.56%
9.89
+23.63%
8.00
+23.08%
ROA(%)
6.29
+6.97%
5.88
+62.88%
3.61
-30.31%
5.18
-18.04%
6.32
+6.58%
5.93
+34.47%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
0.79
+1.28%
0.78
+2.63%
0.76
+18.75%
0.64
-9.86%
0.71
-12.35%
0.81
+8.00%
P/E
6.89
-76.85%
29.76
-55.88%
67.45
+90.43%
35.42
+59.91%
22.15
-6.54%
23.70
-49.85%
P/BV
0.84
-56.70%
1.94
-3.00%
2.00
-20.63%
2.52
-3.82%
2.62
+55.03%
1.69
+38.52%
BV
1.35
-15.63%
1.60
+5.96%
1.51
-13.22%
1.74
+2.35%
1.70
+7.59%
1.58
+1.94%
YIELD(%)
9.03
+279.41%
2.38
-16.49%
2.85
+213.19%
0.91
-49.16%
1.79
-40.53%
3.01
-28.84%
ราคาหุ้น
1.13
-63.55%
3.10
+2.65%
3.02
-31.05%
4.38
-1.79%
4.46
+67.67%
2.66
+40.74%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.79
ROE (%)
8.84
ROA (%)
6.29
Book Value/หุ้น
1.39

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
518.69
-10.06%
576.68
-6.91%
619.46
+24.50%
497.55
+4.52%
476.03
+31.96%
360.75
+14.89%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
1,062.75
+5.62%
1,006.22
-1.13%
1,017.73
+9.75%
927.33
+7.07%
866.09
-7.01%
931.43
+16.54%
รวมสินทรัพย์
1,581.44
-0.09%
1,582.90
-3.32%
1,637.19
+14.90%
1,424.88
+6.17%
1,342.12
+3.86%
1,292.18
+16.08%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
498.92
+9.97%
453.68
-9.09%
499.03
+38.25%
360.96
-13.17%
415.69
+1.38%
410.02
+27.17%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
201.13
-15.52%
238.09
+13.27%
210.19
+7.26%
195.97
+37.72%
142.29
-16.10%
169.60
+71.58%
รวมหนี้สิน
700.05
+1.20%
691.77
-2.46%
709.22
+27.34%
556.93
-0.19%
557.98
-3.73%
579.62
+37.60%
รวมส่วนของเจ้าของ
881.39
-1.09%
891.13
-3.97%
927.97
+6.91%
867.95
+10.69%
784.13
+10.05%
712.55
+2.97%
D/E
0.79
0.78
0.76
0.64
0.71
0.81
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
8.84
9.10
4.48
6.67
9.89
8.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
6.29
5.88
3.61
5.18
6.32
5.93
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.04
1.27
1.24
1.38
1.15
0.88
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.60
0.87
0.82
0.68
0.57
0.48
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
76.12
84.10
0.00
0.00
64.36
70.94
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
58.96
54.61
0.00
0.00
71.87
57.58
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
94.03
97.43
0.00
0.00
86.88
93.50
วงจรเงินสด
41.05
41.28
0.00
0.00
49.35
35.02
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-240
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+81
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BM

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-239.99
+136.21%
-101.60
+174.89%
-36.96
-122.97%
160.93
-527.78%
-37.62
-126.79%
140.44
+564.96%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
81.40
-10.94%
91.40
+2.52%
89.15
-172.53%
-122.91
-705.47%
20.30
-112.42%
-163.47
+915.97%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
10.01
-145.25%
-22.12
-76.57%
-94.39
+235.19%
-28.16
-215.55%
24.37
-33.29%
36.53
-366.64%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
25.51
-178.93%
-32.32
-23.41%
-42.20
-60.50%
-106.83
+510.46%
-17.50
-229.53%
13.51
-256.00%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
53.97
+88.38%
28.65
-19.93%
35.78
+52.51%
23.46
+39.15%
16.86
+410.91%
3.30
+270.79%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
19.73
-63.44%
53.97
+88.38%
28.65
-19.70%
35.68
+52.09%
23.46
+39.15%
16.86
+410.91%