บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
6.60
+0.20 (+3.12%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7273 out_tok=3237 at=2026-07-25T07:50:10 -->
BBGI กำไรสุทธิปี 65 ดิ่ง 98% เหลือ 20 ล้านบาท รับต้นทุนพุ่ง-ยอดขายวูบ
รายได้-กำไรปรับลดลงตามปริมาณขายเอทานอลและไบโอดีเซลที่หดตัว ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานพุ่งสูงขึ้น ด้านธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพเริ่มสร้างรายได้เพิ่ม
บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI รายงานผลประกอบการปี 2565 มีรายได้จากการขายรวม 13,374 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่เพียง 20 ล้านบาท ลดลงถึง 98% จาก 960 ล้านบาทในปี 2564 สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นของธุรกิจเอทานอลและไบโอดีเซล ขณะที่ปริมาณการขายของทั้งสองผลิตภัณฑ์หลักปรับลดลง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BBGI ในปี 2565 ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจากแรงกดดันด้านต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณการขายที่ลดลงในธุรกิจหลัก
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักของผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2565 คือ **การปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนพลังงาน** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อ **กำไรขั้นต้นที่ลดลงถึง 55%** จาก 1,030 ล้านบาทในปี 2564 เหลือเพียง 464 ล้านบาทในปี 2565 นอกจากนี้ **ปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์หลักทั้งเอทานอลและไบโอดีเซลที่ลดลง 22% และ 13% ตามลำดับ** ยังเป็นปัจจัยซ้ำเติมที่ทำให้รายได้จากการขายโดยรวมลดลง 5% และส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ลดลงถึง 98% เหลือเพียง 20 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
วิกฤตการณ์ยูเครน-รัสเซียที่เกิดขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2565 และภาวะเงินเฟ้อทั่วโลก เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ต้นทุนวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเอทานอล เช่น มันสำปะหลังและกากน้ำตาล รวมถึงต้นทุนพลังงานและสารเคมีที่ใช้ในกระบวนการผลิตทั้งเอทานอลและไบโอดีเซล ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1% แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงก็ตาม ในส่วนของปริมาณการขายที่ลดลงนั้น เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น การปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วจาก B7 เป็น B5 ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงกันยายน 2565 โดยคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เพื่อบรรเทาผลกระทบด้านราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และการที่ปริมาณวัตถุดิบที่จัดหาได้ลดลง ส่งผลให้ปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอทานอลลดลงตามไปด้วย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มดีขึ้นในปี 2566 ฝ่ายจัดการระบุว่าสถานการณ์การควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 เริ่มคลี่คลายในช่วงครึ่งปีหลัง และกิจกรรมการเดินทางต่างๆ ทยอยกลับมาเป็นปกติ รวมถึงมีนักท่องเที่ยวเข้ามาเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวภาพ อย่างไรก็ตาม ผลกระทบจากต้นทุนที่สูงยังคงเป็นความท้าทาย แต่การที่ กบง. ประกาศคงสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันกลุ่มดีเซลหมุนเร็วเป็น B7 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2566 ถึง 31 มีนาคม 2566 จะช่วยสนับสนุนปริมาณขายไบโอดีเซลได้ นอกจากนี้ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูง เช่น Probiotics 4 สูตร และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณบวกที่อาจช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 98% YoY เหลือ 20 ล้านบาท** จาก 960 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้จากการขายรวมลดลง 5% YoY อยู่ที่ 13,374 ล้านบาท**
* **กำไรขั้นต้นลดลง 55% YoY อยู่ที่ 464 ล้านบาท** เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานปรับสูงขึ้น
* **ปริมาณการจำหน่ายเอทานอลลดลง 22% และไบโอดีเซลลดลง 13%** YoY
* **ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงเติบโต 86% YoY** จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายช่องทางจำหน่าย
* **หนี้สินรวมลดลง 36%** จาก 6,003 ล้านบาท เหลือ 3,825 ล้านบาท หลังจากการ IPO และการชำระคืนเงินกู้
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 13,374 ล้านบาท ลดลง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมี EBITDA อยู่ที่ 613 ล้านบาท ลดลง 67% และมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 20 ล้านบาท คิดเป็นกำไร 0.02 บาทต่อหุ้น ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับ 960 ล้านบาท หรือ 0.95 บาทต่อหุ้นในปี 2564 การลดลงของผลประกอบการมีสาเหตุหลักมาจากธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลที่มีรายได้ลดลง 14% และธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซล (B100) ที่มีรายได้ลดลง 1% โดยทั้งสองธุรกิจได้รับผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และสารเคมีที่ปรับสูงขึ้น รวมถึงปริมาณการขายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพที่มีมูลค่าสูงมีการเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 86% จากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ B nature+ และการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง:** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น Probiotics 4 สูตร และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์ ออฟไลน์ และร้านค้าชั้นนำ รวมถึงการจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวโอ๊ตผสมน้ำนมถั่วเหลืองภายใต้แบรนด์ More Day เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจหลัก
* **การได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC EU Certificate:** การได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกด้านความยั่งยืนและการลดคาร์บอนนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกไบโอดีเซลไปยังสหภาพยุโรป โดยเฉพาะน้ำมันพืชใช้แล้วประเภทเมทิลเอสเทอร์ (UCOME)
* **การซื้อทรัพย์สินบ่อบำบัดน้ำเสีย:** การเข้าซื้อทรัพย์สินบ่อบำบัดน้ำเสียและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการน้ำกากส่าและกากของเสียจากกระบวนการผลิตเอทานอล
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ต้นทุนวัตถุดิบหลักในการผลิตเอทานอล (มันสำปะหลัง, กากน้ำตาล) และต้นทุนพลังงานยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** การปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล หรือนโยบายพลังงานอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายไบโอดีเซล
* **การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพ:** แม้ว่าธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพจะมีแนวโน้มเติบโต แต่การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพก็มีความรุนแรงเช่นกัน
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบสิ่งแวดล้อม:** การดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานชีวภาพอาจมีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบ (มันสำปะหลัง, กากน้ำตาล) และราคาพลังงาน
* ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เอทานอลและไบโอดีเซลในไตรมาสถัดไป
* การเติบโตของรายได้และส่วนแบ่งการตลาดของธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง
* ผลกระทบจากการได้รับการรับรองมาตรฐาน ISCC EU Certificate ต่อการส่งออกไบโอดีเซลไปยังยุโรป
* การบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้มีประสิทธิภาพท่ามกลางภาวะต้นทุนสูง
* ความคืบหน้าของโครงการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity / ASP:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของเอทานอลและไบโอดีเซลโดยตรง แต่ระบุชัดเจนว่าต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานปรับสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อส่วนต่างราคาขายและต้นทุน (Margin) อย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรขั้นต้นลดลงถึง 55% สะท้อนถึงแรงกดดันด้านราคาขายที่ไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอทานอลลดลง 22% และไบโอดีเซลลดลง 13% YoY ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากปัจจัยด้านนโยบายภาครัฐ (การปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซล) และข้อจำกัดด้านปริมาณวัตถุดิบที่จัดหาได้
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก (มันสำปะหลัง, กากน้ำตาล) และต้นทุนพลังงานและสารเคมีที่ปรับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนต่อหน่วยในการผลิตสูงขึ้นอย่างชัดเจน
**กำลังการผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลกำลังการผลิตที่เปลี่ยนแปลงไป แต่มีการกล่าวถึงการซื้อทรัพย์สินบ่อบำบัดน้ำเสียเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการน้ำกากส่าและกากของเสียจากกระบวนการผลิตเอทานอล
**โครงการลงทุน:** มีการลงทุนในงานก่อสร้างขยายกำลังการผลิตของโรงงานผลิตเอทานอลที่จังหวัดขอนแก่น และงานก่อสร้างของบริษัท บีบีจีจีไอ ยูทิลิตี้ แอนด์ เพาเวอร์ จำกัด
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การที่ กบง. ประกาศคงสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7 ตั้งแต่ ม.ค. 66 เป็นต้นไป เป็นปัจจัยบวกต่อปริมาณขายไบโอดีเซล การได้รับการรับรอง ISCC EU Certificate เป็นปัจจัยสำคัญต่อการส่งออกไบโอดีเซลไปยังสหภาพยุโรป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 14,106 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 2,251 ล้านบาทจากการ IPO ในขณะที่หนี้สินรวมลดลง 36% เหลือ 3,825 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว หุ้นกู้ และหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงิน ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมเพิ่มขึ้น 49% เป็น 10,281 ล้านบาท จากการ IPO ที่ทำให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้วและส่วนเกินมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น
ในส่วนของกระแสเงินสด เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 463 ล้านบาท ลดลงจาก 1,742 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรสุทธิที่ลดลง เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวน 1,615 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในงานก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลและโรงไฟฟ้า รวมถึงการนำเงิน IPO ไปบริหารผลตอบแทนจากการฝากธนาคาร สำหรับเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 2,183 ล้านบาท มาจากการรับเงินสดจากการ IPO สุทธิเป็นหลัก
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญมีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 7.30% เป็น 3.47% และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 8.43% เป็น 0.72% อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น (ROE) และอัตราส่วนผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ (ROA) ลดลงอย่างมาก สะท้อนถึงผลประกอบการที่อ่อนแอลง อย่างไรก็ตาม อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.03 เป็น 3.50 บ่งชี้ถึงสภาพคล่องที่แข็งแกร่งขึ้น และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E) ลดลงจาก 0.63 เป็น 0.27 แสดงถึงการลดลงของภาระหนี้สิน
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ BBGI โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่แรงกดดันด้านต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับปริมาณการขายที่ลดลงในธุรกิจหลัก ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงจะเติบโตได้ดีและมีโอกาสในการขยายตัวในอนาคต แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจเอทานอลและไบโอดีเซลได้ทั้งหมด การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การติดตามแนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงการผลักดันการเติบโตของผลิตภัณฑ์ชีวภาพ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในปี 2566 เพื่อพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BBGI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
4,311.67
ล้านบาท
↓ 35.8% YoY
กำไรขั้นต้น
241.93
ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.61
%
กำไรสุทธิ
100.24
ล้านบาท
↑ 47.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,312
↓ -35.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
242
↓ -4.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
100
↑ + 47.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BBGI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.04
ROA (%)
3.14
Book Value/หุ้น
6.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BBGI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+419
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BBGI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,070.29
-151.59%
|
2,074.44
+97.87%
|
1,048.36
+45,283.55%
|
2.31
-99.87%
|
1,742.37
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
418.53
+27.01%
|
329.53
-114.24%
|
-2,314.56
-158.43%
|
3,961.35
-2,478.19%
|
-166.57
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
795.73
-144.23%
|
-1,799.07
+87.11%
|
-961.52
-88.61%
|
-8,438.89
+525.40%
|
-1,349.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
143.16
-76.33%
|
604.93
-127.15%
|
-2,227.72
-50.22%
|
-4,475.22
-2,076.16%
|
226.46
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
546.51
-75.82%
|
2,260.34
+59.83%
|
1,414.22
+268.66%
|
383.61
+144.10%
|
157.15
+129.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
401.42
-26.55%
|
546.51
-75.82%
|
2,260.34
+59.83%
|
1,414.22
+268.66%
|
383.61
+144.11%
|