บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
6.60
+0.20 (+3.12%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6023 out_tok=3217 at=2026-07-25T02:29:48 -->
# BBGI Q2/66 กำไรสุทธิพลิกขาดทุน 40 ล้านบาท รับแรงกดดันราคาไบโอดีเซล-เอทานอล
## รายได้รวมหด 11% จับตาแผนส่งเสริมแก๊สโซฮอล์ 20 และการลงทุน SAF
บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 40 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 138 ล้านบาท โดยรายได้รวมลดลง 11% ขณะที่กำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้น 53% ซึ่งเป็นผลจากปัจจัยที่หลากหลายในแต่ละกลุ่มธุรกิจ ฝ่ายจัดการระบุถึงนโยบายภาครัฐที่อาจส่งผลต่อความต้องการใช้เอทานอลในอนาคต และการเดินหน้าโครงการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF)
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BBGI ในไตรมาส 2/2566 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนสุทธิ 40 ล้านบาท มาจากแรงกดดันด้านราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักทั้งไบโอดีเซลและเอทานอล ประกอบกับปริมาณขายเอทานอลที่ลดลง แม้จะมีปัจจัยบวกจากรายได้อื่นเข้ามาช่วยบรรเทา
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การปรับลดลงของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ในกลุ่มธุรกิจไบโอดีเซลและเอทานอล** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้นโดยรวม แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้น 53% เป็น 57 ล้านบาทเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรขั้นต้นกลับลดลง 17 ล้านบาท หรือ 23% โดยมีปัจจัยลบจากปริมาณขายเอทานอลที่ลดลงตามแผนบริหารการขาย และการบันทึกค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการหยุดผลิตชั่วคราวของโรงงานเอทานอล รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระเพิ่มให้ผู้รับเหมา
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**กลุ่มธุรกิจไบโอดีเซล:** กำไรขั้นต้นปรับลดลงเนื่องจากราคาขายไบโอดีเซล กลีเซอรีนดิบ และกลีเซอรีนบริสุทธิ์ปรับลดลง แม้ว่าจะมีบางช่วงที่ราคาขายไบโอดีเซลปรับเพิ่มขึ้นตามปริมาณสต็อกน้ำมันปาล์มดิบที่ลดลง แต่ภาพรวมยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาขายที่อ่อนตัวลง
**กลุ่มธุรกิจเอทานอล:** กำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นจากราคาขายเอทานอลเฉลี่ยที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ แต่ในขณะเดียวกัน กำไรขั้นต้นกลับปรับลดลงเนื่องจากปริมาณขายที่ลดลงตามแผนบริหารการขาย และต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น
**ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 69% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการโอนค่าใช้จ่ายดำเนินการเกี่ยวกับการหยุดผลิตโรงงานเอทานอลเป็นค่าใช้จ่ายบริหาร และการบันทึกค่างานที่ต้องชำระเพิ่มให้ผู้รับเหมา 29 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการบันทึกรายได้อื่น 52 ล้านบาทจากค่าปรับและค่าแก้ไขงานก่อสร้างจากผู้รับเหมา ทำให้มีรายได้สุทธิจากค่าใช้จ่ายดังกล่าว 23 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว / ยังไม่ชัด ต้องติดตาม**
ปัจจัยด้านราคาขายเฉลี่ยของผลิตภัณฑ์หลักมีแนวโน้มผันผวนตามราคาโภคภัณฑ์และอุปสงค์ของตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะสั้น อย่างไรก็ตาม นโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการส่งเสริมแก๊สโซฮอล์ 20 อาจเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการใช้เอทานอลในอนาคต ขณะที่การเดินหน้าโครงการผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) ซึ่งคาดว่าจะเริ่มผลิตในไตรมาส 4/2567 จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว แต่ยังต้องติดตามความคืบหน้าและผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** BBGI รายงานผลขาดทุนสุทธิ 40 ล้านบาทในไตรมาส 2/2566 เทียบกับกำไร 138 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมหดตัว:** รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 3,005 ล้านบาท ลดลง 11% YoY
* **กำไรขั้นต้นผันผวน:** กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 53% QoQ เป็น 57 ล้านบาท แต่ลดลง 23% YoY
* **ต้นทุนเพิ่ม:** ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 28% YoY จากการหยุดผลิตชั่วคราวและค่าใช้จ่ายผู้รับเหมา
* **เดินหน้า SAF:** ลงนามสัญญาการก่อสร้างหน่วยผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) คาดเริ่มผลิต Q4/2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 3,005 ล้านบาท ลดลง 11% หรือ 368 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลเพิ่มขึ้น 7% เป็น 745 ล้านบาท จากราคาขายที่สูงขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ แต่ปริมาณขายลดลง 9% เป็น 78 ล้านบาท รายได้จากธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซลลดลง 15% เป็น 2,157 ล้านบาท ตามราคาขายที่ปรับลดลง ขณะที่รายได้จากธุรกิจผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงเพิ่มขึ้นจากการออกผลิตภัณฑ์ใหม่และขยายช่องทางการจัดจำหน่าย
กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53% หรือ 20 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ลดลง 23% หรือ 17 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาขายเอทานอล และการปรับลดลงของปริมาณขายเอทานอล
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารรวมอยู่ที่ 115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% หรือ 25 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการหยุดผลิตชั่วคราวของโรงงานเอทานอล และการบันทึกค่างานที่ต้องชำระเพิ่มให้ผู้รับเหมา อย่างไรก็ตาม มีการบันทึกรายได้อื่นจากค่าปรับและค่าแก้ไขงานก่อสร้าง ทำให้มีรายได้สุทธิจากค่าใช้จ่ายดังกล่าว 23 ล้านบาท
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดนี้ขาดทุน 40 ล้านบาท เทียบกับกำไร 138 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **นโยบายส่งเสริมแก๊สโซฮอล์ 20:** หากภาครัฐดำเนินการตามมาตรการส่งเสริมการใช้แก๊สโซฮอล์ 20 เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐาน และเศรษฐกิจฟื้นตัว จะส่งผลให้ความต้องการใช้เอทานอลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในอนาคต
* **โครงการ SAF:** การลงนามสัญญาการก่อสร้างหน่วยผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) ขนาดกำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาส 4/2567 จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และขยายธุรกิจสู่ผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง
* **ผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง:** การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ภายใต้แบรนด์ "บี เนเจอร์พลัส" และการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งออนไลน์ โทรทัศน์ และร้านยา จะช่วยเพิ่มรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์นี้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคา Commodity:** ราคาขายเฉลี่ยของเอทานอลและไบโอดีเซลมีความผันผวนตามราคาวัตถุดิบและอุปสงค์ของตลาดโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **นโยบายภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการส่งเสริมน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น การคงสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7 จนถึง 30 กันยายน 2566 อาจส่งผลต่อปริมาณขาย
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและการเมือง:** เศรษฐกิจไทยที่ยังคงเผชิญกับอุปสงค์โลกที่ลดลง ความไม่แน่นอนทางการเมือง และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมอุปสงค์และต้นทุน
* **เอลนีโญ:** ภาคเกษตรไทยมีโอกาสเผชิญกับเอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลให้ฝนตกน้อยลงและผลผลิตทางการเกษตรลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของเอทานอลและไบโอดีเซล:** ติดตามแนวโน้มราคา commodity และปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาขาย
* **ปริมาณการขายเอทานอล:** จับตาแผนบริหารการขายและผลกระทบจากนโยบายแก๊สโซฮอล์ 20
* **ความคืบหน้าโครงการ SAF:** ติดตามความคืบหน้าการก่อสร้างและกำหนดการเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** ประเมินความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ โดยเฉพาะผลกระทบจากสภาพอากาศ (เอลนีโญ)
* **ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายผู้รับเหมา:** ติดตามผลกระทบจากการบันทึกค่าใช้จ่ายที่ต้องชำระเพิ่มให้ผู้รับเหมา และการรับรู้รายได้อื่นที่เกี่ยวข้อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity และ ASP:** ราคาขายเฉลี่ยเอทานอลและไบโอดีเซลเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อรายได้และกำไรของ BBGI ในไตรมาสนี้ ราคาขายเฉลี่ยเอทานอลปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนวัตถุดิบ แต่ปริมาณขายลดลงตามแผนบริหารการขาย ในขณะที่ราคาขายไบโอดีเซล กลีเซอรีนดิบ และกลีเซอรีนบริสุทธิ์ปรับลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรขั้นต้น
**ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการจำหน่ายเอทานอลลดลงตามแผนบริหารการขาย ซึ่งเป็นปัจจัยลบต่อรายได้และกำไรในกลุ่มธุรกิจนี้
**ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นส่งผลต่อราคาขายเอทานอลที่ปรับสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ก็เป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรหากราคาขายไม่สามารถปรับขึ้นได้ทัน
**กำลังการผลิต:** การหยุดผลิตชั่วคราวของโรงงานผลิตเอทานอลส่งผลให้มีการโอนค่าใช้จ่ายดำเนินการเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร ซึ่งกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้
**โครงการลงทุน:** การลงนามสัญญาการก่อสร้างหน่วยผลิตน้ำมันอากาศยานยั่งยืน (SAF) ถือเป็นการลงทุนสำคัญเพื่ออนาคต โดยมีกำลังการผลิต 1 ล้านลิตรต่อวัน คาดว่าจะใช้เวลาก่อสร้าง 18-20 เดือน และเริ่มดำเนินการผลิตในไตรมาส 4/2567
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** นโยบายภาครัฐเกี่ยวกับการส่งเสริมน้ำมันเชื้อเพลิงชีวภาพ เช่น การคงสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7 และแผนส่งเสริมแก๊สโซฮอล์ 20 เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามผลกระทบต่อปริมาณความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 12,389 ล้านบาท ลดลง 141 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 321 ล้านบาท แต่เงินลงทุนระยะสั้นลดลง และสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นจากการสำรองวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เอทานอลเพิ่มขึ้นตามฤดูกาลผลิต
หนี้สินรวมอยู่ที่ 9,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 267 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 763 ล้านบาท เพื่อใช้ในการจัดหาวัตถุดิบและเป็นเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่เงินกู้ยืมระยะยาวลดลง 424 ล้านบาทจากการชำระคืน
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 2,847 ล้านบาท ลดลง 404 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นปี 2565
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 94 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินสดเพื่อจัดหาวัตถุดิบตามฤดูกาลผลิต กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 1,407 ล้านบาท โดยหลักเกิดจากเงินสดรับจากเงินลงทุนชั่วคราวที่ครบกำหนด และเงินสดจ่ายเพื่องานก่อสร้างขยายกำลังการผลิตโรงงานเอทานอล กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 105 ล้านบาท โดยหลักเกิดจากเงินสดรับจากเงินกู้ยืมระยะสั้น และการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว รวมถึงการจ่ายปันผล
## สรุปท้าย
BBGI พลิกขาดทุนสุทธิ 40 ล้านบาทในไตรมาส 2/2566 จากแรงกดดันด้านราคาขายเฉลี่ยของไบโอดีเซลและเอทานอล ประกอบกับปริมาณขายเอทานอลที่ลดลง แม้จะมีรายได้อื่นเข้ามาช่วยบรรเทา แต่ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการหยุดผลิตชั่วคราวและค่าใช้จ่ายผู้รับเหมาส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนการลงทุนในโครงการ SAF ซึ่งจะเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต ขณะที่นโยบายภาครัฐเกี่ยวกับแก๊สโซฮอล์ 20 อาจเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการใช้เอทานอลในระยะยาว นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มราคา commodity และความคืบหน้าของโครงการลงทุนใหม่ๆ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BBGI ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
4,311.67
ล้านบาท
↓ 35.8% YoY
กำไรขั้นต้น
241.93
ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.61
%
กำไรสุทธิ
100.24
ล้านบาท
↑ 47.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,312
↓ -35.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
242
↓ -4.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
100
↑ + 47.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BBGI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.04
ROA (%)
3.14
Book Value/หุ้น
6.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BBGI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+419
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BBGI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,070.29
-151.59%
|
2,074.44
+97.87%
|
1,048.36
+45,283.55%
|
2.31
-99.87%
|
1,742.37
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
418.53
+27.01%
|
329.53
-114.24%
|
-2,314.56
-158.43%
|
3,961.35
-2,478.19%
|
-166.57
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
795.73
-144.23%
|
-1,799.07
+87.11%
|
-961.52
-88.61%
|
-8,438.89
+525.40%
|
-1,349.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
143.16
-76.33%
|
604.93
-127.15%
|
-2,227.72
-50.22%
|
-4,475.22
-2,076.16%
|
226.46
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
546.51
-75.82%
|
2,260.34
+59.83%
|
1,414.22
+268.66%
|
383.61
+144.10%
|
157.15
+129.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
401.42
-26.55%
|
546.51
-75.82%
|
2,260.34
+59.83%
|
1,414.22
+268.66%
|
383.61
+144.11%
|