บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
6.60
+0.20 (+3.12%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7918 out_tok=3404 at=2026-07-25T10:36:41 -->
BBGI Q3/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 69 ล้านบาท เหตุรายได้-กำไรขั้นต้นหดตัวหนัก
ฝ่ายจัดการชี้ ปริมาณขาย-ราคา B100 ดิ่งกระทบหนัก ขณะที่การผลิตเอทานอลหยุดซ่อมบำรุง
บริษัท บีบีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ BBGI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 69 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 594 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 7% และกำไรขั้นต้นที่ติดลบ 4 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 204 ล้านบาท ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรสุทธิเพียง 5 ล้านบาท ลดลงถึง 99% เมื่อเทียบกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ BBGI ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ การลดลงของรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (B100) และการหดตัวของกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **การปรับลดลงของราคาขายผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (B100) และปริมาณการจำหน่ายที่ลดลง** ประกอบกับ **การหยุดซ่อมบำรุงประจำปีของโรงงานผลิตเอทานอล** ส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบอย่างหนักเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ยังมีกำไรจากการขายและปรับมูลค่ายุติธรรมเงินลงทุน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้ธุรกิจไบโอดีเซล (B100) ลดลง 9% YoY และ 33% QoQ:** สาเหตุหลักมาจากการที่คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) ประกาศปรับลดสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วจาก B7 เป็น B5 ตั้งแต่วันที่ 5 กุมภาพันธ์ ถึง 30 กันยายน 2565 เพื่อลดแรงกดดันจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและราคาปาล์มน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น ประกอบกับราคาขาย B100 ที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันปาล์มดิบที่ลดลงเนื่องจากผลผลิตออกสู่ตลาดมากขึ้นและการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่
* **รายได้ธุรกิจเอทานอลลดลง 2% YoY:** เกิดจากปริมาณการจำหน่ายเอทานอลที่ลดลงของโรงงานที่ฉะเชิงเทราเนื่องจากการหยุดซ่อมบำรุงประจำปีในไตรมาสนี้ (ซึ่งปีก่อนเกิดในไตรมาส 2) แม้ว่าราคาเฉลี่ยเอทานอลจะปรับสูงขึ้น 9% YoY
* **กำไรขั้นต้นติดลบ 4 ล้านบาท ลดลง 102% YoY:** เป็นผลกระทบโดยตรงจากการลดลงของรายได้จากทั้งธุรกิจไบโอดีเซลและเอทานอล รวมถึงต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 0.1% YoY ทำให้ไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยบวกที่อาจเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบในไตรมาสถัดไป ฝ่ายจัดการระบุว่า กบง. ได้ประกาศปรับเพิ่มการผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลหมุนเร็วจาก B5 เป็น B7 ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2565 ซึ่งจะทำให้ความต้องการใช้ไบโอดีเซลปรับเพิ่มขึ้นในช่วงไฮซีซั่นของการเดินทางและท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม การผลิตเอทานอลที่กลับมาดำเนินการปกติหลังการซ่อมบำรุงจะช่วยหนุนปริมาณการขายได้ แต่ราคาขายยังคงต้องจับตาความผันผวนของราคาวัตถุดิบและนโยบายพลังงาน
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 69 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 594 ล้านบาทใน Q3/2564 และขาดทุน 30 ล้านบาทใน Q2/2565
* **รายได้รวมลดลง 7% YoY:** อยู่ที่ 2,951 ล้านบาท โดยรายได้ B100 ลดลง 9% และรายได้เอทานอลลดลง 2%
* **กำไรขั้นต้นติดลบ 4 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 204 ล้านบาทใน Q3/2564 และขาดทุน 41 ล้านบาทใน Q2/2565
* **ปริมาณขายเอทานอลลดลง 10% YoY:** อยู่ที่ 40.21 ล้านลิตร เนื่องจากหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน
* **ปริมาณขายไบโอดีเซลลดลง 12% YoY:** อยู่ที่ 46.89 ล้านลิตร จากการปรับลดสัดส่วนผสม B5
* **การจัดตั้งบริษัท BSGF:** ร่วมกับบางจากฯ และธนโชคออยล์ ไลท์ เพื่อผลิต SAF จากน้ำมันพืชใช้แล้ว คาดพร้อมให้บริการ Q4/2567
* **เปิดตัวผลิตภัณฑ์ More Day:** น้ำนมข้าวโอ๊ตผสมน้ำนมถั่วเหลือง สำหรับกลุ่ม HoReCa เริ่มจำหน่าย 16 ต.ค. 2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายรวม 2,951 ล้านบาท ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 14% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยรายได้ธุรกิจผลิตและจำหน่ายเอทานอลอยู่ที่ 1,133 ล้านบาท ลดลง 2% YoY แต่เพิ่มขึ้น 63% QoQ จากการบริหารการขายให้สอดคล้องกับราคาที่สูงขึ้น ส่วนรายได้ธุรกิจผลิตและจำหน่ายไบโอดีเซล (B100) อยู่ที่ 1,816 ล้านบาท ลดลง 9% YoY และ 33% QoQ เนื่องจากปริมาณการจำหน่ายที่ลดลงจากการปรับลดสัดส่วนผสมและราคาขายที่ลดลงตามราคาน้ำมันปาล์มดิบ
สำหรับกำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้ กลุ่มบริษัทมีผลขาดทุน 4 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 204 ล้านบาท และเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีขาดทุน 37 ล้านบาท โดยภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีกำไรขั้นต้น 352 ล้านบาท ลดลง 56% YoY
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารเพิ่มขึ้น 6% YoY เป็น 72 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงและพัฒนาสินค้าใหม่
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทมีขาดทุนส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 69 ล้านบาท ลดลง 112% YoY และลดลง 23% QoQ ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 มีกำไรสุทธิเพียง 5 ล้านบาท ลดลง 99% YoY
EBITDA ในไตรมาส 3 อยู่ที่ 35 ล้านบาท และ 469 ล้านบาทสำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2565
## โอกาส
* **การปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7:** ตั้งแต่วันที่ 10 ตุลาคม 2565 ถึง 31 ธันวาคม 2565 จะช่วยเพิ่มความต้องการใช้ไบโอดีเซลในช่วงปลายปีซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น
* **การจัดตั้งบริษัท BSGF เพื่อผลิต SAF:** เป็นการขยายธุรกิจสู่เชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับแนวโน้มอุตสาหกรรมการบินที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และเป็นรายแรกในไทย
* **การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ More Day:** น้ำนมข้าวโอ๊ตผสมน้ำนมถั่วเหลือง เป็นการขยายไลน์สินค้าเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูงสำหรับกลุ่ม HoReCa ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโต
* **การเพิ่มอันดับเครดิตองค์กรเป็น A-:** จากทริสเรทติ้ง สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริษัทในฐานะผู้นำด้านเชื้อเพลิงชีวภาพ และสภาพคล่องที่แข็งแกร่งขึ้นหลัง IPO
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันปาล์มดิบและน้ำมันเชื้อเพลิง:** ส่งผลโดยตรงต่อราคาขายและส่วนต่างกำไรของผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** โดยเฉพาะการปรับเปลี่ยนสัดส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซล ซึ่งส่งผลต่อปริมาณการจำหน่าย
* **การหยุดซ่อมบำรุงโรงงาน:** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอทานอล
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ เช่น มันสำปะหลังและปาล์มน้ำมัน อาจส่งผลต่อต้นทุนการผลิต
* **การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์ชีวภาพ:** โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาปาล์มน้ำมันและน้ำมันเชื้อเพลิง:** จะส่งผลต่อราคาขาย B100 และส่วนต่างกำไรในไตรมาส 4/2565 และปี 2566
* **ปริมาณการจำหน่ายไบโอดีเซล:** หลังการปรับเพิ่มสัดส่วนผสมเป็น B7 ว่าจะสามารถชดเชยผลกระทบจากช่วงก่อนหน้าได้มากน้อยเพียงใด
* **ความคืบหน้าโครงการผลิต SAF:** ของบริษัท BSGF และกำหนดการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์
* **ผลตอบรับของผลิตภัณฑ์ More Day:** ในตลาด HoReCa และแผนการขยายช่องทางการจัดจำหน่าย
* **การบริหารจัดการต้นทุนการผลิต:** โดยเฉพาะวัตถุดิบหลัก เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** ราคาเฉลี่ยเอทานอลอ้างอิงปรับเพิ่มขึ้น 9% YoY เป็น 28.10 บาท/ลิตร แต่ปริมาณขายลดลง 10% YoY ราคาเฉลี่ยไบโอดีเซล (B100) อ้างอิงปรับเพิ่มขึ้น 1% YoY เป็น 39.26 บาท/ลิตร แต่ปริมาณขายลดลง 12% YoY
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการจำหน่ายเอทานอลลดลง 10% YoY และไบโอดีเซลลดลง 12% YoY เนื่องจากปัจจัยด้านนโยบายและการซ่อมบำรุง
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** เอกสารไม่ได้ระบุต้นทุนต่อหน่วยโดยตรง แต่การที่กำไรขั้นต้นติดลบสะท้อนว่าต้นทุนขายสูงกว่ารายได้จากการขาย
* **กำลังการผลิต:** ไม่ได้ระบุการเปลี่ยนแปลงกำลังการผลิต แต่มีการกล่าวถึงการขยายกำลังการผลิตโรงงานผลิตเอทานอลที่ขอนแก่นในส่วนกระแสเงินสด
* **โครงการลงทุน:** การจัดตั้งบริษัท BSGF เพื่อผลิต SAF ถือเป็นโครงการลงทุนสำคัญในธุรกิจพลังงานยั่งยืน
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** การปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7 เป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 15,639 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงเงินลงทุนชั่วคราวจากการ IPO จำนวน 3,373 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมลดลง 22% จากสิ้นปี 2564 อยู่ที่ 4,668 ล้านบาท โดยเฉพาะเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาวจากสถาบันการเงินที่ลดลง 898 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 59% เป็น 10,971 ล้านบาท จากการ IPO ที่ทำให้ทุนจดทะเบียนชำระแล้วและส่วนเกินมูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 481 ล้านบาท ลดลงจาก 1,129 ล้านบาทใน 9 เดือนแรกของปีก่อน โดยมีรายการหลักที่ทำให้กระแสเงินสดเพิ่มขึ้นคือ กำไรสุทธิ ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 2,240 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายเพื่อก่อสร้างขยายกำลังการผลิตโรงงานเอทานอลที่ขอนแก่น และการบริหารผลตอบแทนจากการฝากธนาคาร
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 3,212 ล้านบาท หลักๆ มาจากเงินสดรับจากการ IPO สุทธิ 4,464 ล้านบาท
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ:
* อัตรากำไรขั้นต้น: -0.15% (Q3/2565) เทียบกับ 6.47% (Q3/2564)
* อัตรากำไรสุทธิ: -3.00% (Q3/2565) เทียบกับ 20.14% (Q3/2564)
* อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio): 2.78 เท่า (Q3/2565) เทียบกับ 1.40 เท่า (Q3/2564)
* อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (IBD/E): 0.31 เท่า (Q3/2565) เทียบกับ 0.68 เท่า (Q3/2564)
## สรุปท้าย
BBGI ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับผลประกอบการที่พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 69 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากแรงกดดันด้านราคาขายและปริมาณการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไบโอดีเซล (B100) ที่ลดลง ประกอบกับการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานเอทานอล ส่งผลให้กำไรขั้นต้นติดลบ แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากการปรับเพิ่มสัดส่วนผสมไบโอดีเซลเป็น B7 ในช่วงปลายปี และการขยายธุรกิจสู่ SAF และผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง แต่ความผันผวนของราคา commodity และนโยบายพลังงานยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BBGI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
4,311.67
ล้านบาท
↓ 35.8% YoY
กำไรขั้นต้น
241.93
ล้านบาท
↓ 4.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.61
%
กำไรสุทธิ
100.24
ล้านบาท
↑ 47.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
2.32
%
D/E Ratio
0.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
4,312
↓ -35.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
242
↓ -4.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
100
↑ + 47.6%
YoY
D/E Ratio
0.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BBGI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.36
ROE (%)
3.04
ROA (%)
3.14
Book Value/หุ้น
6.82
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BBGI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,070
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+419
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BBGI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 |
|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,070.29
-151.59%
|
2,074.44
+97.87%
|
1,048.36
+45,283.55%
|
2.31
-99.87%
|
1,742.37
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
418.53
+27.01%
|
329.53
-114.24%
|
-2,314.56
-158.43%
|
3,961.35
-2,478.19%
|
-166.57
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
795.73
-144.23%
|
-1,799.07
+87.11%
|
-961.52
-88.61%
|
-8,438.89
+525.40%
|
-1,349.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
143.16
-76.33%
|
604.93
-127.15%
|
-2,227.72
-50.22%
|
-4,475.22
-2,076.16%
|
226.46
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
546.51
-75.82%
|
2,260.34
+59.83%
|
1,414.22
+268.66%
|
383.61
+144.10%
|
157.15
+129.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
401.42
-26.55%
|
546.51
-75.82%
|
2,260.34
+59.83%
|
1,414.22
+268.66%
|
383.61
+144.11%
|