บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน)
MAI ·
4.16
+0.06 (+1.46%)
สรุปสั้น
กำไรลดลงสาเหตุมาจากผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ ของสถาบันการเงินในช่วง 1 - 2 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ปริมาณรถยึดไหลเข้าสู่กระบวนการประมูลลดลง
อย่างไรก็ตาม ใน ไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการประมูลอื่นเพิ่มเข้ามา ได้แก่ การจัดประมูลคลื่นความถี่วิทยุของ กสทช. และการ จัดประมูลของใช้ของนักกอล์ฟเพื่อการกุศลในงาน Honda LPGA Thailand 2022 เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีรายได้จาก บริการขนย้ายหลังการขาย ซึ่งลูกค้าให้ความสนใจใช้บริการเพิ่มขึ้น
กำไรขั้นต้น สาเหตุหลักมาจากจํานวนรถที่จบประมูลลดลง ในขณะที่ต้นทุนบริการส่วนใหญ่เป็นต้นทุนคงที่
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7131 out_tok=3022 at=2026-07-25T10:14:10 -->
AUCT กำไรสุทธิ Q4/64 พุ่ง 24.8% รับแรงหนุนรถจบประมูลเพิ่ม-คุมต้นทุน
ฝ่ายจัดการ AUCT ชี้ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตได้ดีจากปริมาณรถจบประมูลที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
### Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AUCT ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **ปริมาณรถจบประมูลที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการให้บริการ และ **การบริหารจัดการต้นทุนบริการที่ทำได้ดี** แม้จะมีค่าใช้จ่ายบางส่วนเพิ่มขึ้น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า ในช่วงปลายไตรมาส 3 ปี 2564 มีปริมาณรถรับเข้าสู่กระบวนการประมูลเพิ่มขึ้น ส่งผลให้จำนวนรถที่จบประมูลในไตรมาส 4 ปี 2564 สูงขึ้นทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ปัจจัยนี้ผนวกกับสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย การกระจายวัคซีนที่ทั่วถึง และการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ ทำให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลให้อัตราการจบประมูลปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันรายได้จากการประมูลรถให้เติบโตถึง 27.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในส่วนของต้นทุนบริการ แม้จะมีการเพิ่มขึ้น 5.0% ในไตรมาส 4 ปี 2564 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากค่าเคลื่อนย้ายรถที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณรถที่เข้าสู่กระบวนการประมูล และค่าเสื่อมราคาสิทธิการใช้ที่ดินจากการขยายพื้นที่เช่า แต่การบริหารจัดการต้นทุนโดยรวมยังคงมีประสิทธิภาพ เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปรับตัวดีขึ้นจาก 53.8% ในไตรมาส 4 ปี 2563 เป็น 56.5% ในไตรมาส 4 ปี 2564
สำหรับค่าใช้จ่ายในการขาย บริการ และบริหาร มีการควบคุมได้ดี โดยลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้จะมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการจัดการโควิด-19 แต่ก็ไม่ส่งผลกระทบมากนัก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าราคารถยนต์มือสองจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องถึงปี 2565 แม้จะมีปัจจัยด้านเศรษฐกิจชะลอตัวและมาตรการคุมเข้มสินเชื่อที่อาจส่งผลให้ปริมาณรถเข้าสู่ธุรกิจประมูลชะลอตัวเล็กน้อยในช่วงปลายปี 2564 แต่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น และการพัฒนาช่องทางออนไลน์สำหรับตลาดรถมือสอง รวมถึงแพลตฟอร์มการซื้อขายรถมือสองที่เกิดขึ้นจากการลงทุนของต่างชาติ จะเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดรถยนต์มือสองในปี 2565 ซึ่ง AUCT ได้มีการพัฒนาช่องทางออนไลน์มาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับทิศทางการเติบโตนี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q4/64 เติบโต 24.8% YoY** แตะ 81.52 ล้านบาท จาก 65.33 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q4/64 เพิ่มขึ้น 12.6% YoY** อยู่ที่ 241.49 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการประมูลรถที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q4/64 แข็งแกร่งที่ 56.5%** เพิ่มขึ้น 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย บริการ และบริหาร ควบคุมได้ดี** ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ปี 2564 กำไรสุทธิรวมเติบโต 12.3% YoY** อยู่ที่ 256.09 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท สหการประมูล จำกัด (มหาชน) หรือ AUCT รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีรายได้รวม 241.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนรถจบประมูล ประกอบกับความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
ต้นทุนบริการในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 103.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่เกิดจากค่าเคลื่อนย้ายรถที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณรถ และค่าเสื่อมราคาสิทธิการใช้ที่ดินจากการขยายพื้นที่เช่า
ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 134.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 56.5% เพิ่มขึ้น 2.7%
ค่าใช้จ่ายในการขาย บริการ และบริหาร สามารถควบคุมได้ดี โดยลดลงเล็กน้อย 0.01 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
กำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 81.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.8% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2563
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 901.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.8% เมื่อเทียบกับปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มค่าดำเนินการรถยนต์ และการจบประมูลที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงการเพิ่มกิจกรรมบริการต่างๆ
กำไรขั้นต้นทั้งปี 2564 อยู่ที่ 477.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 53.2% เพิ่มขึ้น 0.8%
ค่าใช้จ่ายในการขาย บริการ และบริหาร ทั้งปี 2564 อยู่ที่ 136.86 ล้านบาท ลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
กำไรสุทธิทั้งปี 2564 อยู่ที่ 256.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบกับปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของความเชื่อมั่นผู้บริโภค:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกระจายวัคซีนที่ทั่วถึง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
* **แนวโน้มราคารถยนต์มือสองขาขึ้น:** คาดการณ์ว่าราคารถยนต์มือสองจะยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องถึงปี 2565 ซึ่งเป็นผลดีต่อธุรกิจประมูล
* **การพัฒนาช่องทางออนไลน์:** การลงทุนและพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์สำหรับตลาดรถมือสอง ทั้งจากบริษัทฯ เอง และการลงทุนจากต่างชาติ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงลูกค้าและขยายธุรกิจ
* **การเพิ่มกิจกรรมบริการ:** การจัดอีเว้นท์งานประมูลพิเศษ และบริการเสริมต่างๆ เช่น ระบบการประมูลผ่าน AUCT BID, การประมูลอสังหาริมทรัพย์, และบริการขนย้ายหลังการขาย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสภาพเศรษฐกิจ:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **มาตรการคุมเข้มสินเชื่อ:** สถาบันการเงินอาจมีมาตรการคุมเข้มการให้สินเชื่อ ซึ่งอาจส่งผลให้ปริมาณรถไหลเข้าสู่ธุรกิจประมูลชะลอตัว
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การกลับมาระบาดอีกครั้งอาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** ค่าเคลื่อนย้ายรถที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมัน และค่าเสื่อมราคาสิทธิการใช้ที่ดินจากการขยายพื้นที่เช่า อาจเป็นแรงกดดันต่อต้นทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ปริมาณรถเข้าประมูลและอัตราการจบประมูล:** ติดตามแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของปริมาณรถที่เข้าสู่กระบวนการประมูล และอัตราการจบประมูลในแต่ละไตรมาส
* **การแข่งขันในตลาดรถมือสอง:** การเกิดขึ้นของแพลตฟอร์มซื้อขายรถมือสองใหม่ๆ อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาด
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนบริการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและราคาน้ำมันที่ผันผวน
* **การพัฒนาช่องทางออนไลน์:** ความคืบหน้าในการพัฒนาและผลตอบรับจากการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของบริษัทฯ
* **แนวโน้มราคารถยนต์มือสอง:** การเปลี่ยนแปลงของราคารถยนต์มือสอง ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้จากการให้บริการ:** ในไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้จากการประมูลรถเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น 27.8% YoY เป็น 204.37 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากจำนวนรถจบประมูลที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่รายได้ค่าขนย้ายเพิ่มขึ้น 33.8% YoY เป็น 28.49 ล้านบาท สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของกิจกรรมการขนย้ายที่สอดคล้องกับปริมาณรถที่เข้าสู่กระบวนการประมูล อย่างไรก็ตาม รายได้จากการประมูลอื่นลดลง 17.5% YoY
**ต้นทุนบริการ:** ต้นทุนบริการที่เพิ่มขึ้น 5.0% YoY เป็น 103.56 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าเคลื่อนย้ายรถที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณรถ และค่าเสื่อมราคาสิทธิการใช้ที่ดินจากการขยายพื้นที่เช่า ซึ่งเป็นการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
**อัตรากำไรขั้นต้น:** การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการประมูลรถที่สูงกว่าการเพิ่มขึ้นของต้นทุนบริการ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 51.7% ในปี 2563 เป็น 53.2% ในปี 2564 และในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ 56.5% ซึ่งแสดงถึงความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานหลักที่ดีขึ้น
**ค่าใช้จ่ายในการขาย บริการ และบริหาร:** มีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยลดลงเล็กน้อยทั้งในไตรมาสและทั้งปี ซึ่งเป็นผลมาจากการควบคุมค่าใช้จ่ายและการทำงานแบบ Work from home รวมถึงการพัฒนาระบบงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 สินทรัพย์รวมของบริษัทฯ อยู่ที่ 1,825.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อนหน้า โดยมีหนี้สินรวม 1,286.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.1%
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 539.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.5% จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการบันทึกกำไรสะสมที่ยังไม่จัดสรรที่เพิ่มขึ้น 19.3%
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.38 เท่า ลดลงจาก 2.51 เท่าในปี 2563 แสดงถึงการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานในปี 2564 อยู่ที่ 437.95 ล้านบาท ลดลง 18.0% จากปีก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการใช้เงินสดไปในกิจกรรมลงทุนที่เพิ่มขึ้น 53.8% เป็น 168.17 ล้านบาท เพื่อการปรับปรุงที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
เงินสดปลายงวดอยู่ที่ 167.50 ล้านบาท ลดลง 13.4% จากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจ่ายเงินปันผลในปี 2564 จำนวน 219.99 ล้านบาท บริษัทฯ ยังคงมีฐานะการเงินที่มั่นคงและมีสภาพคล่องสูง
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ AUCT ในไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การเพิ่มขึ้นของปริมาณรถจบประมูล ซึ่งได้รับแรงหนุนจากความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ฟื้นตัว ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น แม้จะมีความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและมาตรการสินเชื่อ แต่แนวโน้มราคารถยนต์มือสองขาขึ้นและการพัฒนาช่องทางออนไลน์ยังคงเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาในปี 2565
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AUCT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
244.88
ล้านบาท
↓ 23.9% YoY
กำไรขั้นต้น
104.20
ล้านบาท
↓ 27.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
42.55
%
กำไรสุทธิ
50.54
ล้านบาท
↓ 32.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.64
%
D/E Ratio
2.61
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
245
↓ -23.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
104
↓ -27.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
51
↓ -32.7%
YoY
D/E Ratio
2.61
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AUCT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.61
ROE (%)
37.68
ROA (%)
14.69
Book Value/หุ้น
0.79
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AUCT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-349
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-149
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AUCT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-348.67
-7.94%
|
-378.74
-9.45%
|
-418.25
+186.20%
|
-146.14
-59.83%
|
-363.78
-160.25%
|
603.75
+9,575.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-148.51
-245.23%
|
102.26
-18.64%
|
125.69
+1,405.27%
|
8.35
-85.24%
|
56.56
-151.72%
|
-109.35
-8.88%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
236.25
-7.87%
|
256.42
+16.13%
|
220.80
+15.68%
|
190.87
+23.22%
|
154.90
-151.62%
|
-300.05
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-223.73
-1,074.01%
|
22.97
-112.77%
|
-179.88
-1,496.58%
|
12.88
-23.10%
|
16.75
+3.52%
|
16.18
-121.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
169.41
-61.77%
|
443.09
+350.43%
|
98.37
-41.27%
|
167.50
-13.37%
|
193.36
+181.50%
|
68.69
-38.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
126.96
-25.06%
|
169.41
-61.77%
|
443.09
+350.43%
|
98.37
-41.27%
|
167.50
-13.37%
|
193.36
+181.49%
|