บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
7.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รายได้ เพิ่มขึ้นราว 35% เมื่อเทียบกับไตรมาส เดียวกันปีก่อนหน้า กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงรายได้เติบโตสูงมากถึง 63% จากการที่สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ กลุ่ม อาหารทะเลแช่เยือกแข็งก็มียอดขายเติบโตสูงขึ้นถึง 51% จากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหมึกและของทอดแช่เยือกแข็ง
อย่างไรก็ดี กลุ่ม อาหารสัตว์น้ํามียอดขายลดลงมากถึง 31% จากนโยบายการปรับสัดส่วนฐานลูกค้า (Customer portfolio) ไปพร้อม ๆ กับการ ปรับปรุงคุณภาพอาหารปลา ในขณะที่กลุ่มทูน่ายอดขายลดลงราว 7%
กําไรขั้นต้นสําหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2565 อยู่ที่ 477 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 34% โดยมีปัจจัยสําคัญมาจาการที่ยอดขายในกลุ่มอาหาร สัตว์เลี้ยงและอาหารแช่เยือกแข็งเติบโตสูงขึ้น คิดเป็นอัตรากําไรขั้นต้น 16.8% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับอัตรากําไรขั้นต้นที่ 16.9% ในไตรมาส 1 ปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15805 out_tok=2996 at=2026-07-25T07:17:49 -->
# ASIAN Q3/2566 กำไรสุทธิหดตัว 36% รับรายได้อาหารสัตว์เลี้ยง-ทูน่าลด
## รายได้รวมวูบ 15.4% กดดัน GPM หดตัว ฝ่ายจัดการคาดปี 66 ยอดขายรวมลด 14%
บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,535 ล้านบาท ลดลง 15.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและธุรกิจทูน่าที่มียอดขายลดลง ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำมีการเติบโตที่ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 36.0% มาอยู่ที่ 156 ล้านบาท หรือ 0.19 บาทต่อหุ้น จาก 243 ล้านบาท หรือ 0.30 บาทต่อหุ้นในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ ASIAN ในไตรมาส 3 ปี 2566 ลดลง 36.0% มาอยู่ที่ 156 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน คือ **การลดลงของรายได้รวม 15.4%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่หดตัวลง 4.1%** จาก 19.7% เป็น 15.6% โดยมีแรงกดดันหลักมาจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและธุรกิจทูน่า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงของรายได้มาจากหลายปัจจัย:
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ปริมาณการขายลดลง 30% เนื่องจากลูกค้าหลักในตลาดอเมริกา แคนาดา และอังกฤษ ปรับลดปริมาณสินค้าคงคลัง (Inventory Adjustment) ทำให้รายได้จากธุรกิจนี้ลดลง 31%
* **ธุรกิจทูน่า:** ปริมาณการขายลดลง 29% เนื่องจากลูกค้าในตะวันออกกลางลดปริมาณการสั่งซื้อ ส่งผลให้รายได้ลดลง 31%
* **ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง:** แม้ปริมาณการขาย VAP (Value Added Products) ในตลาดอเมริกามีแนวโน้มดีขึ้น แต่ปริมาณการขายหมึกแช่แข็งที่ส่งออกไปอิตาลีลดลง ทำให้ปริมาณการขายโดยรวมลดลง 9% และรายได้ลดลง 2%
* **ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** มีการเติบโตที่ดีขึ้น 50% ในด้านรายได้ และ 26% ในด้านปริมาณการขาย เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากการปรับปรุงคุณภาพวัตถุดิบและสูตรอาหารกุ้ง แต่สัดส่วนรายได้ยังน้อยกว่าธุรกิจอื่น
การที่รายได้รวมลดลง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง เนื่องจากต้นทุนขายและบริการไม่ได้ลดลงตามสัดส่วนรายได้ที่ลดลง ประกอบกับธุรกิจอาหารสัตว์น้ำที่เติบโตมีอัตรากำไรขั้นต้นน้อยกว่าธุรกิจอื่น ทำให้ GPM โดยรวมของกลุ่มบริษัทลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม:** เอกสารระบุว่าการปรับลดปริมาณสินค้าคงเหลือของลูกค้าในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงนั้นเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกและไตรมาส 3 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม การบริโภคภายในตลาดหลักของลูกค้าอาหารทะเลแช่แข็งในอเมริกาและยุโรปยังคงชะลอตัว และความกังวลจากภาวะเศรษฐกิจโลก ความรุนแรงในตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งในไตรมาสสุดท้ายของปี
สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง แม้ว่าค่าเงินบาทจะเริ่มอ่อนค่าในช่วงไตรมาส 3 แต่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ารายได้ของธุรกิจนี้สำหรับปี 2566 จะลดลง 14% จากปีก่อน ซึ่งบ่งชี้ว่าผลกระทบจากการปรับลดสินค้าคงคลังของลูกค้าจะยังคงมีนัยสำคัญในปีนี้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2566 ลดลง 36.0%** อยู่ที่ 156 ล้านบาท จาก 243 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q3/2566 ลดลง 15.4%** อยู่ที่ 2,535 ล้านบาท จาก 2,996 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) Q3/2566 หดตัว 4.1%** อยู่ที่ 15.6% จาก 19.7% ในปีก่อน
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและทูน่าเผชิญแรงกดดัน** จากการปรับลดสต็อกของลูกค้าและคำสั่งซื้อที่ลดลง
* **ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำเติบโตโดดเด่น** รายได้เพิ่มขึ้น 50% ใน Q3/2566 จากการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์
* **คาดการณ์ยอดขายรวมปี 2566 ลดลง 14%** โดยหลักจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่แข็ง
* **คาดการณ์ GPM ปี 2566 อยู่ในช่วง 12-13%**
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 ASIAN มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,535 ล้านบาท ลดลง 15.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและธุรกิจทูน่า แม้ว่าธุรกิจอาหารสัตว์น้ำจะมีการเติบโตที่สูงขึ้นก็ตาม กำไรขั้นต้นลดลง 33.1% มาอยู่ที่ 395 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 19.7% เป็น 15.6% ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลง 17.1% มาอยู่ที่ 178 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 42.3% มาอยู่ที่ 217 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายและภาษีแล้ว กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 36.0% มาอยู่ที่ 156 ล้านบาท
สำหรับ 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมลดลง 17.3% มาอยู่ที่ 7,146 ล้านบาท กำไรขั้นต้นลดลง 45.9% มาอยู่ที่ 871 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 70.7% มาอยู่ที่ 222 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** คุณภาพอาหารสัตว์น้ำที่ได้รับการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มการเติบโตที่ดี
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง:** ปริมาณการขาย VAP ในตลาดอเมริกาเริ่มเพิ่มขึ้นหลังจากการปรับระดับสินค้าคงคลังในช่วงครึ่งปีแรก
* **การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การเพิ่มทุนในบริษัทร่วมค้ากับ Origin เพื่อพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การปรับลดสต็อกของลูกค้า:** ลูกค้าในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่แข็งยังคงมีการปรับลดปริมาณสินค้าคงคลัง ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขาย
* **การแข่งขันในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงภายในประเทศ:** การแข่งขันที่รุนแรงในทุกระดับราคา ทำให้ต้องมุ่งเน้นการตลาดเชิงลึกและการสร้างความสัมพันธ์กับร้านค้า
* **ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก:** ความกังวลจากภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ความรุนแรงในตะวันออกกลาง อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภค
* **การชะลอตัวของการบริโภคภายในประเทศ:** ตลาดหลักของลูกค้าอาหารทะเลแช่แข็ง เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป ยังคงมีการชะลอตัวของการบริโภค
* **การแข่งขันในตลาดจีน:** ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในจีนได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคหันไปหาผลิตภัณฑ์ราคาถูกลง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการปรับลดสต็อกของลูกค้า:** การกลับสู่ระดับปกติของสินค้าคงคลังในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่แข็ง
* **การฟื้นตัวของยอดขายธุรกิจทูน่า:** โดยเฉพาะในตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นสัดส่วนรายได้หลัก
* **ผลประกอบการของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** การรักษาอัตราการเติบโตและส่วนแบ่งการตลาดอย่างต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและ GPM:** โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่แข็ง
* **ผลกระทบจากปัจจัยภายนอก:** เช่น ค่าเงินบาท, ราคา Commodity, และสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์
* **ความคืบหน้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การลงทุนในบริษัทร่วมค้ากับ Origin
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุราคาวัตถุดิบหรือราคาสินค้าโดยตรง แต่กล่าวถึงการที่ราคาปลาทูน่าทยอยปรับสูงขึ้นตั้งแต่ไตรมาสก่อนหน้าถึงแม้จะเริ่มปรับตัวลดลงในไตรมาสปัจจุบัน
* **Volume:** ปริมาณการขายโดยรวมลดลง 10% ใน Q3/2566 โดยธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 30% และธุรกิจทูน่าลดลง 29% ขณะที่อาหารสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 26%
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 4.1% ใน Q3/2566 มาอยู่ที่ 15.6% จาก 19.7% ในปีก่อน เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง
* **ช่องทางขาย:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดช่องทางขายที่ชัดเจน แต่กล่าวถึงการมุ่งเน้นการตลาดออนไลน์และการควบคุมค่าใช้จ่ายในตลาดจีน
* **สต็อก:** ลูกค้าหลักในตลาดอเมริกาและยุโรปมีการปรับลดปริมาณสินค้าคงเหลือ ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขาย
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทที่เริ่มอ่อนค่าในช่วงไตรมาส 3 อาจเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้จากการส่งออก แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการลดลงของปริมาณขายได้ทั้งหมด
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 5.4% มาอยู่ที่ 9,407 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/2566 จาก 9,946 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 โดยหลักจากเงินสดที่ลดลง 728 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือที่ลดลง 77 ล้านบาท
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 13.0% มาอยู่ที่ 1,843 ล้านบาท จาก 2,119 ล้านบาทในปี 2565 โดยเป็นการลดลงจากภาษีเงินได้ค้างจ่ายและเงินกู้ยืมระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 3.4% มาอยู่ที่ 7,564 ล้านบาท จาก 7,827 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 569 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน แม้กำไรจากการดำเนินงานจะลดลง
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** ใช้ไป 543 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการลงทุนในบริษัทร่วมค้า 177 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** ใช้ไป 753 ล้านบาท เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
ASIAN ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้รวมที่ลดลง 15.4% โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและทูน่า ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจอาหารสัตว์น้ำจะเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบโดยรวมได้ ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ายอดขายรวมทั้งปีจะลดลง 14% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลกและการปรับลดสต็อกของลูกค้า อย่างไรก็ตาม การลงทุนในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ อาจเป็นโอกาสในการฟื้นตัวในระยะต่อไป แต่ต้องจับตาการกลับสู่ภาวะปกติของสต็อกสินค้าและกำลังซื้อของตลาดหลักอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASIAN ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,967.13
ล้านบาท
↑ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
369.84
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.46
%
กำไรสุทธิ
147.65
ล้านบาท
↑ 29.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.98
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,967
↑ + 9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
370
↓ -7.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
148
↑ + 29.9%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASIAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
10.64
ROA (%)
11.13
Book Value/หุ้น
7.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASIAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-961
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+386
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASIAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-961.30
+28.76%
|
-746.56
-1,037.42%
|
79.64
-58.21%
|
190.55
-71.81%
|
676.05
+39.57%
|
484.39
-195.80%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
385.51
+323.82%
|
90.96
+32.65%
|
68.57
-95.24%
|
1,441.93
+739.36%
|
171.79
+366.19%
|
36.85
-61.96%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
643.33
+5.28%
|
611.09
-17.99%
|
745.15
+2,891.37%
|
24.91
-103.90%
|
-638.61
-30.53%
|
-919.31
-295.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
67.69
-240.49%
|
-48.18
-105.40%
|
891.96
-46.10%
|
1,654.94
+699.41%
|
207.02
+133.89%
|
88.51
+41.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
852.74
-9.90%
|
946.45
-49.55%
|
1,875.83
+2,015.76%
|
88.66
-57.25%
|
207.40
+101.59%
|
102.88
+6.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
153.32
-82.02%
|
852.74
-9.90%
|
946.45
-49.55%
|
1,875.83
+2,015.76%
|
88.66
-57.25%
|
207.40
+101.59%
|