ASIAN
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
ASIAN
บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
7.10
+0.00 (+0.00%)

สรุปสั้น

รายได้ เพิ่มขึ้นราว 35% เมื่อเทียบกับไตรมาส เดียวกันปีก่อนหน้า กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงรายได้เติบโตสูงมากถึง 63% จากการที่สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ กลุ่ม อาหารทะเลแช่เยือกแข็งก็มียอดขายเติบโตสูงขึ้นถึง 51% จากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหมึกและของทอดแช่เยือกแข็ง อย่างไรก็ดี กลุ่ม อาหารสัตว์น้ํามียอดขายลดลงมากถึง 31% จากนโยบายการปรับสัดส่วนฐานลูกค้า (Customer portfolio) ไปพร้อม ๆ กับการ ปรับปรุงคุณภาพอาหารปลา ในขณะที่กลุ่มทูน่ายอดขายลดลงราว 7% กําไรขั้นต้นสําหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2565 อยู่ที่ 477 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 34% โดยมีปัจจัยสําคัญมาจาการที่ยอดขายในกลุ่มอาหาร สัตว์เลี้ยงและอาหารแช่เยือกแข็งเติบโตสูงขึ้น คิดเป็นอัตรากําไรขั้นต้น 16.8% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับอัตรากําไรขั้นต้นที่ 16.9% ในไตรมาส 1 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12142 out_tok=3766 at=2026-07-25T11:18:15 --> # ASIAN Q1/2565 กำไรสุทธิหด 22% ต้นทุนพุ่งฉุด GPM - ฝ่ายจัดการเร่งปรับราคา-คุมต้นทุน ## รายได้รวมโต 34% รับแรงหนุนธุรกิจบรรจุภัณฑ์-เยื่อกระดาษ แต่ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานพุ่งกดดันอัตรากำไร ในช่วงไตรมาสที่ 1 ปี 2565 บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN เผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวจากผลกระทบของ COVID-19, การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน, และสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ส่งผลให้ราคาพลังงานและเงินเฟ้อสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถบริหารจัดการรายได้จากการขายที่เติบโต 34% YoY มาอยู่ที่ 36,634 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิลดลง 22% YoY อยู่ที่ 1,658 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ ASIAN ในไตรมาส 1/2565 ลดลง 22% YoY มาอยู่ที่ 1,658 ล้านบาท (เทียบกับ 2,135 ล้านบาทในปีก่อน) คือ **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ที่ลดลงจาก 22.2% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 17.2% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีถึง 34% YoY ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานมีสาเหตุมาจากปัจจัยภายนอกหลายประการที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ในเอกสาร ได้แก่: * **ราคาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลที่สูงขึ้น:** การเข้าถึงกระดาษรีไซเคิลทำได้ยากขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศ ส่งผลให้ราคาวัตถุดิบหลักปรับตัวสูงขึ้น * **ค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูง:** ค่าขนส่งระหว่างประเทศยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการนำเข้าวัตถุดิบและส่งออกสินค้า * **ต้นทุนด้านพลังงานที่สูงขึ้น:** สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญในกระบวนการผลิต * **การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** แม้จะไม่ได้ระบุโดยตรงว่าเป็นสาเหตุของต้นทุนที่สูงขึ้น แต่การขาดแคลนนี้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และยานยนต์ ซึ่งอาจมีผลต่อปริมาณความต้องการสินค้าบางประเภท ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43% YoY อยู่ที่ 30,346 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ทำให้ GPM หดตัวลงอย่างชัดเจน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่มีปัจจัยบรรเทา** จากการวิเคราะห์เอกสาร พบว่าปัจจัยด้านต้นทุนที่สูงขึ้นยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาในระยะสั้นถึงกลาง โดยเฉพาะราคาพลังงานและค่าระวางเรือที่ยังคงผันผวน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อบริหารจัดการต้นทุนและบรรเทาผลกระทบ ได้แก่: * **การปรับราคาสินค้า:** มีการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยรักษา GPM ในระดับหนึ่ง * **การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบภายในประเทศ:** ลดการพึ่งพาการนำเข้าวัตถุดิบ * **การจัดตั้งศูนย์จัดการวัสดุรีไซเคิล:** เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดหาและจัดการวัตถุดิบรีไซเคิล * **การปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อและส่งออก:** เช่น การใช้ Free On Board (FOB) และการขนส่งทางบก (Cross border) เพื่อลดผลกระทบจากค่าระวางเรือ * **การควบรวมกิจการและการขยายกำลังการผลิต:** การรวมผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการ (Duy Tan, Intan Group, Deltalab) และการขยายกำลังการผลิตในฟิลิปปินส์และเวียดนาม จะช่วยเพิ่มปริมาณการขายและกระจายความเสี่ยง ดังนั้น แม้ต้นทุนจะยังเป็นปัจจัยกดดัน แต่มาตรการบริหารจัดการของบริษัทมีแนวโน้มที่จะช่วยบรรเทาผลกระทบและสนับสนุนการฟื้นตัวของอัตรากำไรในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขายรวม Q1/2565 เติบโต 34% YoY** แตะ 36,634 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการรวมผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการ (Duy Tan, Intan Group, Deltalab) และการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร * **กำไรสุทธิ Q1/2565 ลดลง 22% YoY** อยู่ที่ 1,658 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) หดตัว** จาก 22.2% ในปีก่อน เหลือ 17.2% ในไตรมาสนี้ * **Core EBITDA ลดลง 9% YoY** อยู่ที่ 4,988 ล้านบาท แต่ **Core Profit เพิ่มขึ้น 27% QoQ** อยู่ที่ 1,722 ล้านบาท จากการปรับราคาสินค้าและการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ * **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB) มีรายได้เติบโต 35% YoY** แต่ EBITDA Margin ลดลงจาก 20% เป็น 14% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและค่าขนส่งสูงขึ้น * **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB) มีรายได้เติบโต 32% YoY** จากปริมาณการใช้กระดาษที่เพิ่มขึ้นและความกังวลด้าน Supply chain disruption แต่ EBITDA Margin ลดลงจาก 13% เป็น 10% * **บริษัทมีการลงทุนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง** ทั้งในฟิลิปปินส์ (กระดาษบรรจุภัณฑ์) และเวียดนาม (บรรจุภัณฑ์อาหารจากกระดาษและเยื่อธรรมชาติ) * **SCGP มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG** และเข้าร่วม Science Based Targets initiative (SBTi) เพื่อตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ในปี 2593 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ASIAN (SCGP) มีรายได้จากการขายรวม 36,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการรวมผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการ (Duy Tan, Intan Group, Deltalab) การเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร โดยเฉพาะการส่งออกอาหารปรุงสำเร็จพร้อมทาน อาหารแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงปริมาณความต้องการและราคาของเยื่อกระดาษที่เพิ่มขึ้นจากความกังวลด้านการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นถึง 43% YoY อยู่ที่ 30,346 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 4% YoY อยู่ที่ 6,288 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 22.2% เป็น 17.2% EBITDA เท่ากับ 4,887 ล้านบาท ลดลง 7% YoY และลดลง 10% QoQ โดยมี EBITDA margin ที่ 13.3% เทียบกับ 19.3% ในปีก่อน กำไรสำหรับงวดเท่ากับ 1,658 ล้านบาท ลดลง 22% YoY และลดลง 22% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ 4.5% เทียบกับ 7.8% ในปีก่อน เมื่อพิจารณาผลการดำเนินงานหลัก (Core Profit) อยู่ที่ 1,722 ล้านบาท ลดลง 24% YoY แต่เพิ่มขึ้น 27% QoQ สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ## โอกาส * **การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ในหลายประเทศส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอย และการเดินทางท่องเที่ยวฟื้นตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์ * **การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหาร:** ความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารปรุงสำเร็จพร้อมทาน อาหารแช่แข็ง และอาหารสัตว์เลี้ยง ยังคงเติบโตได้ดี โดยเฉพาะในตลาดส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว * **การขยายกำลังการผลิต:** โครงการขยายกำลังการผลิตในฟิลิปปินส์และเวียดนามที่ทยอยแล้วเสร็จ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการตอบสนองความต้องการของตลาดและเพิ่มส่วนแบ่งการตลาด * **การควบรวมกิจการ (M&P):** การรวมผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง * **การมุ่งเน้น ESG:** การดำเนินธุรกิจตามกรอบ ESG และการตั้งเป้าหมาย Net Zero จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและเพิ่มความน่าสนใจให้กับนักลงทุนที่ให้ความสำคัญกับการลงทุนอย่างยั่งยืน ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** สงครามรัสเซีย-ยูเครนและปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ยังคงส่งผลให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบบางชนิดอยู่ในระดับสูงและผันผวน ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร * **การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน:** แม้จะเริ่มคลี่คลาย แต่ความกังวลเรื่องการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะจากมาตรการ Zero COVID ของจีน ซึ่งอาจส่งผลต่อการนำเข้าวัตถุดิบและการส่งออกสินค้า * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจโลกจะฟื้นตัวช้ากว่าคาด จากเงินเฟ้อที่เร่งตัวขึ้นและผลกระทบจากสงคราม อาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและความต้องการสินค้า * **ค่าระวางเรือที่ยังคงสูง:** ค่าขนส่งระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูงยังคงเป็นปัจจัยกดดันต้นทุนการดำเนินงาน ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล, พลังงาน, และค่าระวางเรือ ว่าจะปรับตัวลดลงหรือทรงตัวในระดับสูง * **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุนและการปรับราคาขาย:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และการปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ * **ผลการดำเนินงานของธุรกิจที่เข้าซื้อกิจการ:** ติดตามการรวมผลการดำเนินงานและ Synergy ที่คาดหวังจากการเข้าซื้อกิจการ Duy Tan, Intan Group, และ Deltalab * **ความคืบหน้าของโครงการขยายกำลังการผลิต:** ติดตามการเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการบรรจุภัณฑ์อาหารในไทย (Q2/2565) และโครงการกระดาษบรรจุภัณฑ์ในเวียดนาม (ปี 2567) * **ผลกระทบจากมาตรการ Zero COVID ของจีน:** ประเมินผลกระทบต่อปริมาณความต้องการนำเข้าสินค้าของจีน และผลกระทบต่อการส่งออกของ ASIAN * **อัตราแลกเปลี่ยน:** ติดตามความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทต่อสกุลเงินหลักที่บริษัทมีการค้าขาย เพื่อประเมินผลกระทบต่อรายได้และต้นทุน ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB):** รายได้เติบโต 35% YoY มาอยู่ที่ 31,022 ล้านบาท (ก่อนหักรายการระหว่างส่วนงาน) ได้รับแรงหนุนจากการรวมผลประกอบการของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการ และยอดขายในกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตสินค้าส่งออกไปยังยุโรปและอเมริกา รวมถึงการเตรียมสต็อกสินค้าสำหรับเทศกาล อย่างไรก็ตาม EBITDA Margin ลดลงจาก 20% เป็น 14% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB):** รายได้เติบโต 32% YoY มาอยู่ที่ 6,208 ล้านบาท (ก่อนหักรายการระหว่างส่วนงาน) จากปริมาณการใช้กระดาษพิมพ์เขียนที่เพิ่มขึ้น และความต้องการเยื่อกระดาษที่สูงขึ้นจากความกังวลด้าน Supply chain disruption แต่ EBITDA Margin ลดลงจาก 13% เป็น 10% แม้ราคาเยื่อกระดาษจะปรับสูงขึ้น แต่ค่าระวางเรือยังคงสูง * **การบริหารต้นทุน:** บริษัทได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกเพื่อลดผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลภายในประเทศ, การจัดตั้งศูนย์จัดการวัสดุรีไซเคิล, การปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อและส่งออก, และการใช้การขนส่งทางบกทดแทน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 198,399 ล้านบาท ลดลง 4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 2,865 ล้านบาท แต่เงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นลดลง 12,018 ล้านบาท * **หนี้สินรวม** อยู่ที่ 77,193 ล้านบาท ลดลง 9% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมรวมสุทธิ 10,152 ล้านบาท * **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม** อยู่ที่ 121,206 ล้านบาท ลดลง 1% จากสิ้นปี 2564 * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น** อยู่ที่ 0.6 เท่า ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA** เพิ่มขึ้นจาก 0.8 เท่า ในปีก่อน เป็น 1.7 เท่า ในไตรมาสนี้ * **กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน** จำนวน 2,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน * **กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน** จำนวน 10,404 ล้านบาท จากการรับรู้เงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น * **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน** จำนวน 10,316 ล้านบาท จากการลดลงของเงินกู้ยืมสุทธิ ## สรุปท้าย ASIAN (SCGP) ในไตรมาส 1/2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ารายได้จะเติบโตได้ดีจากการรวมกิจการและการฟื้นตัวของความต้องการบรรจุภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในการบริหารจัดการต้นทุน ปรับราคาขาย และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน พร้อมกับการลงทุนขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะเป็นกลไกสำคัญในการประคองผลประกอบการและสร้างการเติบโตในระยะต่อไป ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนที่ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASIAN ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,967.13 ล้านบาท
↑ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
369.84 ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.46 %
กำไรสุทธิ
147.65 ล้านบาท
↑ 29.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.98 %
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,967
↑ + 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
370
↓ -7.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
148
↑ + 29.9% YoY
D/E Ratio
0.14

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASIAN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
2,967.13
+9.88%
2,700.41
+11.31%
2,425.98
-4.60%
2,543.04
+2.29%
2,486.15
+5.05%
2,366.63
+17.61%
กำไรขั้นต้น —
369.84
-7.60%
400.26
+20.88%
331.13
-18.90%
408.32
-10.67%
457.11
+43.90%
317.66
+111.16%
ค่าใช้จ่ายรวม —
177.24
-20.30%
222.38
+25.94%
176.58
+86.94%
94.46
-42.40%
163.99
-4.69%
172.06
+20.18%
กำไรสุทธิ —
147.65
+29.93%
113.64
+40.44%
80.91
-63.75%
223.19
-15.82%
265.12
+25.78%
210.78
+1,148.70%
กำไรต่อหุ้น —
0.18
+30.00%
0.14
+40.00%
0.10
-63.64%
0.28
-15.64%
0.33
+25.38%
0.26
+1,138.10%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
12.46
-15.92%
14.82
+8.57%
13.65
-15.01%
16.06
-12.67%
18.39
+37.03%
13.42
+79.41%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
5.97
-27.55%
8.24
+13.19%
7.28
+96.23%
3.71
-43.79%
6.60
-9.22%
7.27
+2.25%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
4.98
+18.29%
4.21
+26.05%
3.34
-61.96%
8.78
-17.64%
10.66
+19.64%
8.91
+960.71%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
+100.00%
-1.52
-103.08%
49.42
+1,730.37%
2.70
+124.17%
-11.17
-141.80%
ROE(%) —
10.64
-20.12%
13.32
+176.92%
4.81
-74.54%
18.89
-31.78%
27.69
+6.75%
25.94
+99.54%
ROA(%) —
11.13
-21.06%
14.10
+158.24%
5.46
-64.36%
15.32
-14.70%
17.96
+16.47%
15.42
+10.62%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.14
-6.67%
0.15
-11.76%
0.17
-37.04%
0.27
-67.07%
0.82
+5.13%
0.78
+420.00%
P/E —
9.02
+12.33%
8.03
-36.87%
12.72
+16.38%
10.93
-25.75%
14.72
+72.77%
8.52
-21.69%
P/BV —
0.94
-7.84%
1.02
+10.87%
0.92
-64.75%
2.61
-32.21%
3.85
+137.65%
1.62
+95.18%
BV —
7.62
-3.05%
7.86
+4.11%
7.55
+43.81%
5.25
+12.90%
4.65
-23.27%
6.06
+17.67%
YIELD(%) —
13.79
+199.78%
4.60
-50.80%
9.35
+97.26%
4.74
+131.22%
2.05
+0.49%
2.04
-65.25%
ราคาหุ้น —
7.20
-10.56%
8.05
+15.83%
6.95
-49.27%
13.70
-23.46%
17.90
+82.65%
9.80
+130.05%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
10.64
ROA (%)
11.13
Book Value/หุ้น
7.87

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASIAN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
4,738.75
-9.17%
5,216.99
+4.79%
4,978.54
-21.44%
6,336.97
+56.10%
4,059.66
+27.72%
3,178.46
+16.93%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
4,159.79
+4.13%
3,994.75
-1.13%
4,040.46
+11.97%
3,608.60
+9.52%
3,295.04
+7.92%
3,053.35
-1.63%
รวมสินทรัพย์ —
8,898.54
-3.40%
9,211.74
+2.14%
9,019.00
-9.32%
9,945.57
+35.23%
7,354.70
+18.02%
6,231.81
+7.04%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
839.62
-6.38%
896.80
-2.42%
919.01
-32.23%
1,356.04
-41.45%
2,316.20
+20.32%
1,925.07
+21.09%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
286.18
-0.21%
286.78
-26.37%
389.48
-48.92%
762.57
-23.32%
994.50
+22.96%
808.81
-43.13%
รวมหนี้สิน —
1,125.80
-4.88%
1,183.57
-9.55%
1,308.50
-38.24%
2,118.61
-36.01%
3,310.70
+21.10%
2,733.88
-9.23%
รวมส่วนของเจ้าของ —
7,772.74
-3.18%
8,028.16
+4.12%
7,710.50
-1.49%
7,826.96
+93.55%
4,043.99
+15.61%
3,497.93
+24.47%
D/E —
0.14
0.15
0.17
0.27
0.82
0.78
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
10.64
13.32
4.81
18.89
27.69
25.94
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
11.13
14.10
5.46
15.32
17.96
15.42
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
5.64
5.82
5.42
4.67
1.75
1.65
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
2.07
2.80
2.53
2.41
0.54
0.62
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
55.03
51.43
0.00
0.00
41.41
38.19
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
95.44
99.22
0.00
0.00
110.55
91.95
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
29.86
29.11
0.00
0.00
34.89
32.21
วงจรเงินสด —
120.61
121.54
0.00
0.00
117.07
97.93
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-961
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+386
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASIAN

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-961.30
+28.76%
-746.56
-1,037.42%
79.64
-58.21%
190.55
-71.81%
676.05
+39.57%
484.39
-195.80%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
385.51
+323.82%
90.96
+32.65%
68.57
-95.24%
1,441.93
+739.36%
171.79
+366.19%
36.85
-61.96%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
643.33
+5.28%
611.09
-17.99%
745.15
+2,891.37%
24.91
-103.90%
-638.61
-30.53%
-919.31
-295.51%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
67.69
-240.49%
-48.18
-105.40%
891.96
-46.10%
1,654.94
+699.41%
207.02
+133.89%
88.51
+41.12%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
852.74
-9.90%
946.45
-49.55%
1,875.83
+2,015.76%
88.66
-57.25%
207.40
+101.59%
102.88
+6.31%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
153.32
-82.02%
852.74
-9.90%
946.45
-49.55%
1,875.83
+2,015.76%
88.66
-57.25%
207.40
+101.59%