บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
7.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รายได้ เพิ่มขึ้นราว 35% เมื่อเทียบกับไตรมาส เดียวกันปีก่อนหน้า กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงรายได้เติบโตสูงมากถึง 63% จากการที่สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ กลุ่ม อาหารทะเลแช่เยือกแข็งก็มียอดขายเติบโตสูงขึ้นถึง 51% จากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหมึกและของทอดแช่เยือกแข็ง
อย่างไรก็ดี กลุ่ม อาหารสัตว์น้ํามียอดขายลดลงมากถึง 31% จากนโยบายการปรับสัดส่วนฐานลูกค้า (Customer portfolio) ไปพร้อม ๆ กับการ ปรับปรุงคุณภาพอาหารปลา ในขณะที่กลุ่มทูน่ายอดขายลดลงราว 7%
กําไรขั้นต้นสําหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2565 อยู่ที่ 477 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 34% โดยมีปัจจัยสําคัญมาจาการที่ยอดขายในกลุ่มอาหาร สัตว์เลี้ยงและอาหารแช่เยือกแข็งเติบโตสูงขึ้น คิดเป็นอัตรากําไรขั้นต้น 16.8% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับอัตรากําไรขั้นต้นที่ 16.9% ในไตรมาส 1 ปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10679 out_tok=2832 at=2026-07-25T01:36:01 -->
# ASIAN กำไร Q2/66 ดิ่ง 94% รับยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยง-ทะเลแช่แข็งวูบ
## รายได้-กำไรหดตัวแรงจากสต็อกล้นตลาดสหรัฐฯ-ต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง ฝ่ายจัดการคาดครึ่งปีหลังดีขึ้นเล็กน้อย
บริษัท เอเชี่ยนซีคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 94.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมาก แม้ว่าจะมีปัจจัยบวกจากยอดขายอาหารสัตว์น้ำที่เติบโตขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ ASIAN ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของปริมาณการขายในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลงถึง 50.9% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.4% ลดลง 7.0% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่กดดันอัตรากำไร
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ปริมาณการขายอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง:** สาเหตุหลักมาจากคำสั่งซื้อที่ลดลงจากตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นตลาดหลัก เนื่องจากปัญหาสินค้าคงคลัง (สต็อก) ที่มากเกินไปตั้งแต่ช่วงปลายปี 2565 ประกอบกับความต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงพรีเมียมที่ซบเซา โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงแบบถ้วยที่มียอดขายลดลงกว่า 40% ในไตรมาส 2 ปี 2566
* **ปริมาณการขายอาหารทะเลแช่เยือกแข็งลดลง:** ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ปริมาณการส่งออกอาหารทะเลแช่เยือกแข็งลดลง 41% ในช่วงครึ่งปีแรก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป
* **ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ปลาป่นและกากถั่วเหลือง ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตโดยตรง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม**
ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์ในตลาดสหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดหลักจะยังคงซบเซาในช่วงครึ่งหลังของปี 2566 โดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อ และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีมุมมองเชิงบวกว่าธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งจะปรับตัวดีขึ้น หากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในตลาดสหรัฐฯ และยุโรปดีขึ้น และคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่มมูลค่าเพิ่ม (VAP) กลับสู่ระดับปกติ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 ดิ่ง 94.1%** เหลือ 16 ล้านบาท จาก 264 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
* **รายได้รวม Q2/66 ลดลง 16.8%** อยู่ที่ 2,338 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/66 หดตัวแรง** เหลือ 11.4% จาก 18.1% ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักจากการผลิตลดลงและต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น
* **ยอดขายอาหารสัตว์น้ำเติบโต 37%** ใน Q2/66 จากการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์
* **คาดการณ์ยอดขายรวมปี 2566 ลดลง 11%** จากปีก่อนหน้า และคาดอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในช่วง 10-11%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 ASIAN มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,338 ล้านบาท ลดลง 16.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่ลดลงของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาสินค้าคงคลังที่มากเกินไปในตลาดสหรัฐอเมริกา ขณะที่รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์น้ำเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะอาหารกุ้ง
สำหรับครึ่งปีแรกของปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 4,610 ล้านบาท ลดลง 18.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 267 ล้านบาท ลดลง 50.9% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.4% ลดลง 7.0% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการผลิตที่ลดลงในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น เช่น ปลาป่นและกากถั่วเหลือง
กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 16 ล้านบาท ลดลง 94.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีกำไรสุทธิ 264 ล้านบาท โดยมีกำไรต่อหุ้น 0.02 บาท เทียบกับ 0.32 บาทในปีก่อนหน้า
สำหรับครึ่งปีแรกปี 2566 กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 87.1% อยู่ที่ 66 ล้านบาท จาก 513 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีกำไรต่อหุ้น 0.08 บาท เทียบกับ 0.63 บาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** มีการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 37% ในไตรมาส 2 ปี 2566 และ 22% ในครึ่งปีแรก จากการปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งให้การยอมรับเพิ่มขึ้น
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งจะปรับตัวดีขึ้นในครึ่งปีหลัง หากการใช้จ่ายของผู้บริโภคในตลาดสหรัฐฯ และยุโรปดีขึ้น และคำสั่งซื้อสินค้ากลุ่มมูลค่าเพิ่ม (VAP) กลับสู่ระดับปกติ
* **การแข่งขันในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยง:** แม้จะมีการแข่งขันสูง แต่แบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงของบริษัทฯ เช่น "Pro" สามารถสร้างยอดขายที่เติบโตได้ แสดงถึงความสามารถในการทำตลาดที่เหมาะสม
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของตลาดสหรัฐอเมริกา:** ตลาดหลักยังคงซบเซา โดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูง:** ต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ปลาป่นและกากถั่วเหลือง ยังคงมีแนวโน้มสูง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ:** ภาคการเกษตรของไทยเผชิญความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิต
* **ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์:** ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ยังคงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนอาหาร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง
* การปรับตัวของต้นทุนวัตถุดิบหลัก เช่น ปลาป่นและกากถั่วเหลือง
* ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญต่อภาคการเกษตรและปริมาณการผลิต
* การปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ เพื่อรักษาการเติบโต
* แนวโน้มการส่งออกอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบ เช่น ปลาป่นและกากถั่วเหลืองเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กดดัน GPM ในขณะที่ราคาปลาทูน่าคาดว่าจะทรงตัวสูงตลอดทั้งปีจากปริมาณการจับที่น้อยลงและปัจจัยอื่นๆ
* **Volume:** ปริมาณการขายรวมลดลง 8% ใน Q2/66 โดยธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 33% และอาหารทะเลแช่เยือกแข็งลดลง 31% แต่ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำเพิ่มขึ้น 37%
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 18.1% ในปีก่อนหน้า เหลือ 11.4% ใน Q2/66
* **ช่องทางขาย/ส่งออก:** ตลาดหลักคือสหรัฐอเมริกาและยุโรป คิดเป็นกว่า 60% ของยอดขาย แต่ได้รับผลกระทบจากสต็อกล้นและความต้องการซบเซา ตะวันออกกลางยังคงเป็นตลาดหลักของธุรกิจทูน่า
* **สต็อก:** ปัญหาสต็อกอาหารสัตว์เลี้ยงล้นตลาดในสหรัฐอเมริกาเป็นปัจจัยกดดันยอดขายหลัก
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทที่แข็งค่าสร้างแรงกดดันต่อปริมาณการขายอาหารสัตว์เลี้ยง
* **ฤดูกาลผลิต:** การผลิตกุ้งทั่วโลกมีการผลิตเพิ่มขึ้นในเอกวาดอร์ และการเริ่มต้นฤดูกาลจับกุ้งในหลายประเทศ ส่งผลให้กุ้งล้นตลาดและราคาลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 สินทรัพย์รวมลดลง 7.7% มาอยู่ที่ 9,182 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสด 908 ล้านบาท แต่ถูกชดเชยด้วยการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมลดลง 19.1% มาอยู่ที่ 1,713 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 4.4% มาอยู่ที่ 7,469 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานในครึ่งปีแรก 2566 อยู่ที่ 44 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการลดลงของกำไรจากการดำเนินงาน แต่ถูกชดเชยด้วยการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์ดำเนินงาน กิจกรรมการลงทุนลดลง 87 ล้านบาทจากการลงทุนที่น้อยลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า กิจกรรมการจัดหาเงินมีการชำระคืนเงินกู้จำนวนมาก ทำให้ภาระหนี้ลดลง
## สรุปท้าย
ASIAN เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2566 จากปัจจัยลบหลายด้าน ทั้งการลดลงของปริมาณขายในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแช่เยือกแข็งอันเนื่องมาจากปัญหาสต็อกล้นตลาดในสหรัฐอเมริกา และต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจอาหารสัตว์น้ำจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักได้ ฝ่ายจัดการคาดว่าสถานการณ์จะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะแนวโน้มเศรษฐกิจในตลาดหลัก และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASIAN ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,967.13
ล้านบาท
↑ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
369.84
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.46
%
กำไรสุทธิ
147.65
ล้านบาท
↑ 29.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.98
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,967
↑ + 9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
370
↓ -7.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
148
↑ + 29.9%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASIAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
10.64
ROA (%)
11.13
Book Value/หุ้น
7.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASIAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-961
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+386
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASIAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-961.30
+28.76%
|
-746.56
-1,037.42%
|
79.64
-58.21%
|
190.55
-71.81%
|
676.05
+39.57%
|
484.39
-195.80%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
385.51
+323.82%
|
90.96
+32.65%
|
68.57
-95.24%
|
1,441.93
+739.36%
|
171.79
+366.19%
|
36.85
-61.96%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
643.33
+5.28%
|
611.09
-17.99%
|
745.15
+2,891.37%
|
24.91
-103.90%
|
-638.61
-30.53%
|
-919.31
-295.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
67.69
-240.49%
|
-48.18
-105.40%
|
891.96
-46.10%
|
1,654.94
+699.41%
|
207.02
+133.89%
|
88.51
+41.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
852.74
-9.90%
|
946.45
-49.55%
|
1,875.83
+2,015.76%
|
88.66
-57.25%
|
207.40
+101.59%
|
102.88
+6.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
153.32
-82.02%
|
852.74
-9.90%
|
946.45
-49.55%
|
1,875.83
+2,015.76%
|
88.66
-57.25%
|
207.40
+101.59%
|