บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
7.10
+0.00 (+0.00%)
สรุปสั้น
รายได้ เพิ่มขึ้นราว 35% เมื่อเทียบกับไตรมาส เดียวกันปีก่อนหน้า กลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงรายได้เติบโตสูงมากถึง 63% จากการที่สามารถเติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง ในขณะที่ กลุ่ม อาหารทะเลแช่เยือกแข็งก็มียอดขายเติบโตสูงขึ้นถึง 51% จากผลิตภัณฑ์ในกลุ่มหมึกและของทอดแช่เยือกแข็ง
อย่างไรก็ดี กลุ่ม อาหารสัตว์น้ํามียอดขายลดลงมากถึง 31% จากนโยบายการปรับสัดส่วนฐานลูกค้า (Customer portfolio) ไปพร้อม ๆ กับการ ปรับปรุงคุณภาพอาหารปลา ในขณะที่กลุ่มทูน่ายอดขายลดลงราว 7%
กําไรขั้นต้นสําหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2565 อยู่ที่ 477 ล้านบาท เพิ่มขึ้นราว 34% โดยมีปัจจัยสําคัญมาจาการที่ยอดขายในกลุ่มอาหาร สัตว์เลี้ยงและอาหารแช่เยือกแข็งเติบโตสูงขึ้น คิดเป็นอัตรากําไรขั้นต้น 16.8% ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับอัตรากําไรขั้นต้นที่ 16.9% ในไตรมาส 1 ปี 2564
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7504 out_tok=3247 at=2026-07-25T09:52:09 -->
# ASIAN Q1/2566 กำไรวูบ 79.7% รับแรงกดดันธุรกิจอาหารแช่แข็ง-อาหารสัตว์เลี้ยง
## รายได้-กำไรหดตัวหนัก เหตุสต็อกล้นตลาด-อุปสงค์ชะลอตัว ฝ่ายจัดการคาดครึ่งปีหลังฟื้นตัว
บริษัท เอเชี่ยนซี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ASIAN รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 2,272 ล้านบาท ลดลง 19.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 51 ล้านบาท ลดลงถึง 79.7% โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลประกอบการที่ลดลงของธุรกิจอาหารแช่เยือกแข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งสร้างแรงกดดันต่อภาพรวมทางการเงินอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ ASIAN ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงของปริมาณขายและรายได้ในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยปริมาณขายรวมลดลง 16% และรายได้รวมลดลง 25% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 7.6% มาอยู่ที่ 9.2% และกำไรสุทธิลดลง 79.7%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ **ภาวะสินค้าคงคลัง (Inventory) ที่มีปริมาณสูงในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป** ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของบริษัท โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ามูลค่าเพิ่ม (VAP) และกุ้งแช่เยือกแข็ง ส่งผลให้การบริโภคของผู้บริโภคภาคครัวเรือนลดลง และความต้องการนำเข้าสินค้าใหม่ลดน้อยลง ทำให้เกิดแรงกดดันต่อยอดขายและปริมาณการขายอย่างมาก นอกจากนี้ ปัญหาผลผลิตกุ้งตกต่ำและขนาดกุ้งไม่ตรงตามความต้องการของตลาดก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจกุ้งแช่เยือกแข็ง
สำหรับธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ปัญหาเกิดจากการที่ลูกค้าในตลาดสหรัฐอเมริกาและสหราชอาณาจักรมีการสั่งสินค้าคงคลังจำนวนมากในช่วงก่อนหน้า ทำให้การสั่งซื้อในช่วงไตรมาส 1 ปี 2566 ชะลอตัวลง ประกอบกับการปรับปรุงกระบวนการเคลียร์สินค้าที่ท่าเรือให้รวดเร็วขึ้น ส่งผลให้ระยะเวลาการสั่งสินค้าขยายออกไป
อย่างไรก็ตาม ธุรกิจทูน่าและอาหารสัตว์น้ำยังคงเติบโตได้ดี โดยธุรกิจทูน่าเติบโต 37% จากความต้องการในตลาดตะวันออกกลางที่แข็งแกร่ง และธุรกิจอาหารสัตว์น้ำเติบโต 13% จากการปรับปรุงคุณภาพอาหารกุ้งและการปรับราคาขาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์การระบายสินค้าคงคลังในตลาดสหรัฐอเมริกาจะยังคงส่งผลต่อเนื่องไปตลอดไตรมาสที่ 2 ของปี 2566 และคาดว่าการส่งออกโดยรวมจะยังไม่ฟื้นตัวในไตรมาส 2 แต่จะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การปรับปรุงกระบวนการเคลียร์สินค้าที่ท่าเรือให้รวดเร็วขึ้นอาจช่วยกระตุ้นคำสั่งซื้อให้กลับสู่ระดับปกติได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q1/2566 อยู่ที่ 2,272 ล้านบาท ลดลง 19.9% YoY** จากผลกระทบของธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 อยู่ที่ 51 ล้านบาท ลดลง 79.7% YoY** โดยมีกำไรต่อหุ้น (EPS) 0.06 บาท/หุ้น เทียบกับ 0.30 บาท/หุ้น ในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 7.6% YoY เหลือ 9.2%** สาเหตุหลักจากการผลิตที่ลดลงในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ปริมาณขายรวมลดลง 16%** โดยธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งลดลงกว่า 50% และอาหารสัตว์เลี้ยงลดลง 24%
* **ธุรกิจทูน่าและอาหารสัตว์น้ำยังคงเติบโตได้ดี** โดยทูน่าโต 37% และอาหารสัตว์น้ำโต 13%
* **คาดการณ์รายได้รวมปี 2566 อาจชะลอตัวลงประมาณ 4% YoY** จากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวและความไม่แน่นอนในตลาดต่างประเทศ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 ASIAN มีรายได้จากการขายและบริการ 2,272 ล้านบาท ลดลง 19.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงของยอดขายในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง เนื่องจากสินค้าคงคลังในตลาดสหรัฐอเมริกาอยู่ในระดับสูง และยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่ลดลง แม้ว่าธุรกิจทูน่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นท่ามกลางต้นทุนวัตถุดิบที่สูง และธุรกิจอาหารสัตว์น้ำเติบโตขึ้นจากผลิตภัณฑ์อาหารกุ้งที่ดีขึ้น
กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 209 ล้านบาท ลดลง 56.1% YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 9.2% ลดลง 7.6% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการผลิตที่ลดลงในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวม 179 ล้านบาท ลดลง 10.2% YoY โดยค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายไม่เปลี่ยนแปลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงจากการตั้งสำรองมูลค่าสินค้าคงเหลือที่เสียหายจากเหตุไฟไหม้ในปีที่แล้ว และค่าจดทะเบียนสัญญาเช่าที่ดินระยะยาว
ต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ 7 ล้านบาท ลดลง 4 ล้านบาท จากการใช้วงเงินกู้ระยะสั้นลดลงและการชำระคืนเงินกู้ระยะยาว
ส่งผลให้กำไรสุทธิที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 51 ล้านบาท ลดลง 197 ล้านบาท หรือ 79.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีกำไรต่อหุ้น 0.06 บาท เทียบกับ 0.30 บาท ในปีก่อน
## โอกาส
* **การปรับปรุงกระบวนการเคลียร์สินค้าที่ท่าเรือ:** ช่วยให้ระยะเวลาการจัดส่งเร็วขึ้น ซึ่งอาจกระตุ้นคำสั่งซื้อให้กลับสู่ระดับปกติ
* **ความต้องการสินค้าในตลาดตะวันออกกลาง:** ยังคงแข็งแกร่ง เป็นปัจจัยหนุนธุรกิจทูน่า
* **การปรับปรุงคุณภาพผลิตภัณฑ์อาหารกุ้ง:** ส่งผลดีต่อการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ
* **การลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** การลงทุนขยายกำลังการผลิตและคลังสินค้าอัตโนมัติแห่งที่ 2 รวมถึงสายการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเม็ด จะช่วยรองรับการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและความไม่แน่นอน:** ทั้งในตลาดสหรัฐอเมริกาและยุโรป ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการบริโภค
* **ความขัดแย้งระหว่างประเทศ:** ยังคงสร้างความไม่แน่นอนต่อสถานการณ์ตลาดโลก
* **การแข่งขันด้านราคา:** ในอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง
* **ความผันผวนของค่าเงิน:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและรายได้จากการส่งออก
* **ผลผลิตกุ้งตกต่ำและขนาดไม่ตรงความต้องการ:** เป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการระบายสินค้าคงคลังในตลาดสหรัฐฯ และยุโรป:** จะคลี่คลายได้เร็วแค่ไหน
* **การฟื้นตัวของคำสั่งซื้อ:** โดยเฉพาะจากธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง
* **ผลกระทบจากความขัดแย้งในยุโรป:** ต่อการส่งออกและต้นทุนวัตถุดิบ
* **ความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** และผลตอบรับจากการขยายกำลังการผลิต
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** โดยเฉพาะปลาทูน่าและวัตถุดิบสำหรับอาหารสัตว์น้ำ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็ง:** ประสบปัญหาหนักจากการมีสินค้าคงคลังสูงในตลาดสหรัฐฯ โดยเฉพาะกลุ่ม VAP และกุ้งแช่เยือกแข็ง ทำให้ปริมาณขายลดลงกว่า 50% และยอดขายลดลง 47% ฝ่ายจัดการมองว่าเป็นสถานการณ์ที่ท้าทายและต้องบริหารจัดการอย่างระมัดระวัง นอกจากนี้ ยอดขายปลาหมึกลดลง 37% จากความต้องการที่ลดลงในตลาดยุโรป
**ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ปริมาณขายลดลง 24% และรายได้ลดลง 26% สาเหตุหลักมาจากตลาดสหรัฐฯ ที่มีการระบายสินค้าคงคลังจำนวนมาก ทำให้ชะลอคำสั่งซื้อ แม้กำลังการผลิตจะอยู่ที่ 49,500 ตันต่อปีรวมไลน์สินค้าประเภทถุงเพาซ์แล้วก็ตาม
**ธุรกิจทูน่า:** เติบโตโดดเด่น ปริมาณขายเพิ่มขึ้น 21% และรายได้เพิ่มขึ้น 37% จากความต้องการที่แข็งแกร่งในตลาดตะวันออกกลาง รวมถึงกลยุทธ์การตลาดและการกระจายสินค้าที่ดี
**ธุรกิจอาหารสัตว์น้ำ:** แม้ผลผลิตกุ้งโดยรวมลดลง แต่ ASIAN สามารถเพิ่มปริมาณการขายอาหารกุ้งได้ 7% และรายได้เติบโต 13% จากการปรับปรุงคุณภาพอาหารและการปรับราคาขาย
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบยังคงสูง โดยเฉพาะปลาทูน่า แต่ธุรกิจทูน่ายังสามารถเติบโตได้จากการปรับราคาขายและอุปสงค์ในตลาดตะวันออกกลาง
**Volume:** ปริมาณขายรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง แต่เพิ่มขึ้นในธุรกิจทูน่าและอาหารสัตว์น้ำ
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 16.8% ใน Q1/2565 เหลือ 9.2% ใน Q1/2566
**ช่องทางขาย/ส่งออก:** ตลาดหลักคือสหรัฐฯ และยุโรป (60% ของรายได้) ได้รับผลกระทบจากสต็อกล้นและอุปสงค์ชะลอตัว ตลาดตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยบวก
**สต็อก:** ปัญหาหลักคือสต็อกสินค้าคงคลังในตลาดสหรัฐฯ และยุโรปที่สูง โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง แต่กล่าวถึงความผันผวนของค่าเงินเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลต่อการส่งออก
**ฤดูกาลผลิต:** ผลผลิตกุ้งในไตรมาสแรกของปีลดลงเล็กน้อย แต่ ASIAN สามารถเพิ่มปริมาณการขายอาหารกุ้งได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 9,630 ล้านบาท ลดลง 3.2% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินสดลดลง 185 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือลดลง 193 ล้านบาท (ส่วนใหญ่ในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง)
**หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 1,731 ล้านบาท ลดลง 18.3% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ระยะยาว 320 ล้านบาท
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 72 ล้านบาท จาก 7,827 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2565 เป็น 7,899 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 จากกำไรจากการดำเนินงาน
**กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** อยู่ที่ 289 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 143 ล้านบาท YoY สาเหตุหลักจากการลดลงของสินทรัพย์ในการดำเนินงาน เช่น ลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ
**กระแสเงินสดจากกิจกรรมการลงทุน:** ลดลง 56 ล้านบาท YoY เนื่องจากมีการลงทุนในกระบวนการเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน 95 ล้านบาท
**กระแสเงินสดจากกิจกรรมการจัดหาเงิน:** มีการชำระหนี้เงินกู้ 375 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ ASIAN ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือการปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญของกำไรสุทธิ 79.7% และรายได้ 19.9% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากภาวะสต็อกสินค้าคงคลังที่สูงในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและยุโรป โดยเฉพาะในธุรกิจอาหารทะเลแช่เยือกแข็งและอาหารสัตว์เลี้ยง แม้ธุรกิจทูน่าและอาหารสัตว์น้ำจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันจากธุรกิจหลักได้ ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์จะยังคงท้าทายต่อเนื่องในไตรมาส 2 และจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลัง ขณะที่บริษัทมีการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและขยายกำลังการผลิตในธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและความไม่แน่นอนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASIAN ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,967.13
ล้านบาท
↑ 9.9% YoY
กำไรขั้นต้น
369.84
ล้านบาท
↓ 7.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
12.46
%
กำไรสุทธิ
147.65
ล้านบาท
↑ 29.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
4.98
%
D/E Ratio
0.14
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,967
↑ + 9.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
370
↓ -7.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
148
↑ + 29.9%
YoY
D/E Ratio
0.14
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASIAN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.14
ROE (%)
10.64
ROA (%)
11.13
Book Value/หุ้น
7.87
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASIAN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-961
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+386
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASIAN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-961.30
+28.76%
|
-746.56
-1,037.42%
|
79.64
-58.21%
|
190.55
-71.81%
|
676.05
+39.57%
|
484.39
-195.80%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
385.51
+323.82%
|
90.96
+32.65%
|
68.57
-95.24%
|
1,441.93
+739.36%
|
171.79
+366.19%
|
36.85
-61.96%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
643.33
+5.28%
|
611.09
-17.99%
|
745.15
+2,891.37%
|
24.91
-103.90%
|
-638.61
-30.53%
|
-919.31
-295.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
67.69
-240.49%
|
-48.18
-105.40%
|
891.96
-46.10%
|
1,654.94
+699.41%
|
207.02
+133.89%
|
88.51
+41.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
852.74
-9.90%
|
946.45
-49.55%
|
1,875.83
+2,015.76%
|
88.66
-57.25%
|
207.40
+101.59%
|
102.88
+6.31%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
153.32
-82.02%
|
852.74
-9.90%
|
946.45
-49.55%
|
1,875.83
+2,015.76%
|
88.66
-57.25%
|
207.40
+101.59%
|