บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.16
+0.02 (+0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4036 out_tok=2098 at=2026-07-25T10:32:34 -->
# ASAP พลิกขาดทุน Q3/2565 สู่กำไร 67.82 ล้านบาท รับแรงหนุนราคาขายรถมือสองพุ่ง
## รายได้จากการขายรถยนต์ฟื้นตัว ราคาตลาดรถมือสองสูงขึ้น หนุนกำไร ASAP พลิกบวก
บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 67.82 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 90.04 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของราคาขายรถยนต์มือสองและการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะสั้น ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 83.54 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 179.70 ล้านบาทในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ ASAP พลิกจากขาดทุนกลับมามีกำไรในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของราคาขายรถยนต์มือสองที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ประกอบกับการ **เพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะสั้น** ซึ่งชดเชยรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงจากการส่งมอบรถยนต์หมดสัญญาเช่าที่น้อยลง นอกจากนี้ **กำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน** จำนวน 52.10 ล้านบาท ยังเป็นปัจจัยบวกที่เข้ามาเสริม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักมาจาก **ราคาตลาดรถยนต์มือสองที่สูงขึ้น** ทำให้บริษัทสามารถขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่าได้ในราคาที่สูงกว่าต้นทุน ส่งผลให้เกิดกำไรจากการขายรถยนต์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในส่วนของรายได้จากการให้บริการที่เพิ่มขึ้นนั้น มาจากการเติบโตของ **รายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะสั้น** ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการใช้รถยนต์ในระยะสั้นที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน ต้นทุนขายและบริการ รวมถึงต้นทุนทางการเงินปรับลดลงตามปริมาณรถยนต์ที่ลดลงและแผนการชะลอการลงทุนเพิ่มจำนวนรถยนต์ให้เช่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยราคาตลาดรถมือสอง** แม้ว่าราคาตลาดรถยนต์มือสองที่สูงขึ้นจะเป็นปัจจัยบวกสำคัญในไตรมาสนี้ แต่ราคาดังกล่าวมีความผันผวนสูงและขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดโดยรวม การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "ราคาตลาดรถมือสองที่สูงขึ้น" เป็นสาเหตุหลัก ชี้ให้เห็นว่าปัจจัยนี้อาจไม่ยั่งยืนในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะสั้นอาจเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มนี้ ส่วนกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** ไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 67.82 ล้านบาท พลิกจากขาดทุน 90.04 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากการขายรถยนต์ฟื้นตัว:** แม้รายได้รวมลดลง แต่กำไรจากการขายรถยนต์เพิ่มขึ้นจากการขายรถมือสองในราคาตลาดที่สูงขึ้น
* **รายได้ค่าเช่าระยะสั้นเติบโต:** รายได้จากการบริการเพิ่มขึ้นจากการเติบโตของรถยนต์เช่าระยะสั้น
* **ต้นทุนลดลง:** ต้นทุนขายและบริการ รวมถึงต้นทุนทางการเงินปรับลดลงตามปริมาณรถยนต์
* **กำไรพิเศษหนุน:** มีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน 52.10 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 790.08 ล้านบาท ลดลง 31% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขายรถยนต์ 257.15 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนรถที่หมดสัญญาเช่าจากลูกค้าน้อยลง และรายได้จากการบริการลดลง 97.37 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการลดลง 37% และต้นทุนทางการเงินลดลง 27% ส่งผลให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 67.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 157.86 ล้านบาทจากขาดทุนสุทธิ 90.04 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,878.47 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายรถยนต์ 240.15 ล้านบาท แต่รายได้จากการให้บริการลดลง 301.61 ล้านบาท ทั้งนี้ ต้นทุนขายและบริการลดลง 6% และต้นทุนทางการเงินลดลง 23% ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิรวม 83.54 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 179.70 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาตลาดรถมือสองที่สูงขึ้น:** เป็นโอกาสในการสร้างกำไรจากการขายรถยนต์ที่หมดสัญญาเช่า
* **การฟื้นตัวของรายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะสั้น:** สะท้อนถึงความต้องการใช้รถยนต์ในกลุ่มนี้ที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของต้นทุนขายและบริการ รวมถึงต้นทุนทางการเงิน ช่วยเพิ่มอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาตลาดรถยนต์มือสอง:** ราคาที่สูงขึ้นในปัจจุบันอาจไม่ยั่งยืนและส่งผลกระทบต่อกำไรในอนาคต
* **จำนวนรถที่หมดสัญญาเช่าลดลง:** เป็นปัจจัยกดดันรายได้จากการขายรถยนต์ในระยะยาว หากไม่สามารถเพิ่มจำนวนรถให้เช่าใหม่ได้ทัน
* **การแข่งขันในธุรกิจเช่ารถยนต์:** อาจส่งผลต่ออัตราค่าเช่าและส่วนแบ่งทางการตลาด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาตลาดรถยนต์มือสอง:** จะยังคงอยู่ในระดับสูงหรือปรับลดลง
* **จำนวนรถยนต์ให้เช่าใหม่:** ความสามารถในการเพิ่มจำนวนรถยนต์ให้เช่าเพื่อทดแทนรถที่หมดสัญญา
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ท่ามกลางภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
* **การเติบโตของรายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะสั้น:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการบริหารจัดการยานพาหนะ ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ **NIM (Net Interest Margin)** และ **NII (Net Interest Income)** ซึ่งในกรณีของ ASAP จะเกี่ยวข้องกับต้นทุนทางการเงินเป็นหลัก โดยในไตรมาส 3/2565 ต้นทุนทางการเงินลดลง 27% YoY จาก 90.04 ล้านบาท เหลือ 66.66 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอการเพิ่มจำนวนรถยนต์ให้เช่าและการมีรถที่หมดสัญญาการเงินเพิ่มขึ้น ปัจจัยนี้ส่งผลดีต่อผลกำไรโดยตรง
สำหรับ **NPL (Non-Performing Loan)** และ **Coverage Ratio** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลขโดยตรง แต่การที่บริษัทฯ มีการตั้ง **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น** ลดลง 0.62 ล้านบาท หรือ 2% YoY บ่งชี้ว่าคุณภาพสินทรัพย์โดยรวมยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่บริหารจัดการได้
**รายได้ค่าธรรมเนียม (Non-NII)** ในที่นี้คือรายได้จากการบริการ ซึ่งลดลง 97.37 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565 แต่รายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะสั้นมีการเติบโตเข้ามาทดแทน
**CAR/Basel** ไม่ได้มีการกล่าวถึงในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง
## สรุปท้าย
ASAP พลิกเกมกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 จากแรงหนุนสำคัญของราคาขายรถยนต์มือสองที่สูงขึ้น และการเติบโตของรายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะสั้น แม้รายได้รวมจะลดลงจากการส่งมอบรถยนต์หมดสัญญาเช่าที่น้อยลง แต่การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง ประกอบกับกำไรพิเศษจากการขายอสังหาริมทรัพย์ ทำให้บริษัทฯ สามารถพลิกผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาตลาดรถยนต์มือสองและความสามารถในการเพิ่มจำนวนรถยนต์ให้เช่าใหม่ในระยะยาว เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงของบริษัทฯ ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASAP ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
2,408.15
ล้านบาท
↑ 24% YoY
กำไรขั้นต้น
96.63
ล้านบาท
↓ 123.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.01
%
กำไรสุทธิ
-61.88
ล้านบาท
↓ 69% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.57
%
D/E Ratio
6.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,408
↑ + 24%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
97
↓ -123.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-62
↓ -69%
YoY
D/E Ratio
6.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.67
ROE (%)
6.10
ROA (%)
4.78
Book Value/หุ้น
1.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,951
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-58
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,950.56
-149.52%
|
3,939.29
-259.05%
|
-2,476.71
+36.47%
|
-1,814.87
+159.40%
|
-699.64
-208.62%
|
644.10
-6.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-58.30
-292.73%
|
30.25
-3,095.05%
|
-1.01
-110.24%
|
9.86
-52.37%
|
20.70
-97.44%
|
810.07
-22,415.98%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,084.83
-151.17%
|
-4,074.40
-259.53%
|
2,553.93
+36.99%
|
1,864.26
+217.56%
|
587.06
-139.30%
|
-1,493.76
+117.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
75.97
-172.44%
|
-104.87
-237.59%
|
76.22
+28.64%
|
59.25
-164.49%
|
-91.88
+132.08%
|
-39.59
+1,152.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.69
+110.83%
|
71.00
-35.44%
|
109.98
-7.67%
|
119.12
+636.22%
|
16.18
+67.15%
|
9.68
-86.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
254.48
+70.00%
|
149.69
+110.83%
|
71.00
-35.44%
|
109.98
-7.67%
|
0.00
|
0.00
|