บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.16
+0.02 (+0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4073 out_tok=2049 at=2026-07-25T10:32:00 -->
# ASAP พลิกขาดทุนหนัก Q3/2564 รับพิษโควิด-19 ฉุดรายได้เช่ารถ
## รายได้ขายรถยนต์พุ่ง แต่ไม่ทันชดเชยผลขาดทุนจากการขายและรายได้ค่าเช่าที่ลดลง
บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลขาดทุนจากการขายรถยนต์และการลดลงของรายได้ค่าเช่ารถยนต์ทั้งระยะยาวและระยะสั้น ซึ่งได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของตลาดรถยนต์มือสองและสถานการณ์การระบาดของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ ASAP ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น 69.54 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ผลขาดทุนจากการขายรถยนต์** และ **การลดลงของรายได้ค่าเช่ารถยนต์** ซึ่งไม่สามารถชดเชยได้ด้วยรายได้จากการขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า **ผลขาดทุนจากการขายรถยนต์** เกิดจากการชะลอตัวของตลาดรถยนต์มือสอง ซึ่งส่งผลให้ราคาขายรถยนต์มือสองลดลง ประกอบกับ **รายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะยาวลดลง** เนื่องจากจำนวนรถใน Fleet ที่ลดลง และ **รายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะสั้นลดลง** จากผลกระทบของการระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อการเดินทางและการใช้บริการรถเช่า แม้ว่ารายได้จากการขายรถยนต์จะเพิ่มขึ้น 327.03 ล้านบาท แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลขาดทุนดังกล่าว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากที่ระบุในเอกสาร สถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ เช่น การชะลอตัวของตลาดรถยนต์มือสอง และผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 เป็นปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบเป็นครั้งคราว อย่างไรก็ตาม การลดลงของจำนวนรถใน Fleet อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าระยะยาวในระยะต่อไป หากบริษัทไม่สามารถเพิ่มจำนวนรถกลับมาได้
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุด 30 ก.ย. 2564 อยู่ที่ 92.74 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 69.54 ล้านบาท เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน
* **รายได้จากการขายรถยนต์เติบโต:** รายได้จากการขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 327.03 ล้านบาท คิดเป็น 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **รายได้ค่าเช่ารถยนต์ลดลง:** รายได้จากการให้เช่ารถยนต์ลดลง 77.97 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนรถใน Fleet ลดลง และผลกระทบจากโควิด-19
* **ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 320.93 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากต้นทุนขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง:** ต้นทุนทางการเงินลดลง 2.08 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทชะลอการเพิ่มจำนวนรถให้เช่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 3 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,142.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 249.05 ล้านบาท หรือ 28% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 327.03 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้เช่ารถยนต์ลดลง 77.97 ล้านบาท ส่งผลให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 320.93 ล้านบาท โดยเฉพาะต้นทุนขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 92.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 69.54 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,931.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 427.36 ล้านบาท หรือ 17% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายรถยนต์ 597.25 ล้านบาท ขณะที่รายได้ค่าเช่ารถยนต์ลดลง 169.89 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 558.51 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นต้นทุนขายรถยนต์ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 188.27 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 128.32 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน
## โอกาส
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายรถยนต์:** แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการระบายสต็อกรถยนต์และตอบสนองความต้องการของตลาดรถยนต์มือสองได้ในระดับหนึ่ง
* **การลดลงของต้นทุนทางการเงิน:** การชะลอการเพิ่มจำนวนรถให้เช่าช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงิน ซึ่งเป็นผลดีต่อผลกำไรในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การชะลอตัวของตลาดรถยนต์มือสอง:** ส่งผลโดยตรงต่อผลขาดทุนจากการขายรถยนต์
* **ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะสั้น
* **การลดลงของจำนวนรถใน Fleet:** ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่ารถยนต์ระยะยาว และอาจต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู
* **การเพิ่มขึ้นของผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** แม้จะลดลงในไตรมาสนี้ แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์มือสอง และความสามารถในการทำกำไรจากการขายรถยนต์
* การกลับมาของอุปสงค์การเช่ารถยนต์ระยะสั้นและระยะยาว หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* แผนการบริหารจัดการ Fleet รถยนต์ เพื่อเพิ่มจำนวนรถและสร้างรายได้ค่าเช่าให้กลับมาเติบโต
* การบริหารจัดการผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจให้เช่ารถยนต์และขายรถยนต์มือสอง ASAP ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด-19
* **รายได้จากการขายรถยนต์:** แม้จะมีการเติบโต แต่ก็มาพร้อมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และถูกหักล้างด้วยผลขาดทุนจากการขายรถยนต์ ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในการบริหารจัดการราคาขายในตลาดรถยนต์มือสองที่ชะลอตัว
* **รายได้จากการให้เช่ารถยนต์:** เป็นส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยเฉพาะรายได้ระยะสั้นที่ลดลงจากการจำกัดการเดินทาง และรายได้ระยะยาวที่ลดลงจากการที่จำนวนรถใน Fleet หายไป ซึ่งเป็นสัญญาณที่ต้องเฝ้าระวัง
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การชะลอการลงทุนในรถยนต์ใหม่เพื่อขยาย Fleet เป็นการบริหารต้นทุนที่ดีในระยะสั้น แต่ก็อาจส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ค่าเช่าในระยะยาวหากไม่สามารถเพิ่มจำนวนรถได้
* **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น:** แม้จะลดลงในไตรมาสนี้ แต่ก็ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทฯ ในส่วนนี้
## สรุปท้าย
ASAP เผชิญกับความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยผลขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากผลขาดทุนจากการขายรถยนต์และรายได้ค่าเช่าที่ลดลงจากปัจจัยลบภายนอก แม้ว่ารายได้จากการขายรถยนต์จะเติบโต แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ การฟื้นตัวของบริษัทฯ จะขึ้นอยู่กับแนวโน้มการปรับตัวของตลาดรถยนต์มือสอง การกลับมาของอุปสงค์การเช่ารถยนต์ และความสามารถในการบริหารจัดการ Fleet รถยนต์ให้กลับมาเติบโตอีกครั้ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASAP ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
2,408.15
ล้านบาท
↑ 24% YoY
กำไรขั้นต้น
96.63
ล้านบาท
↓ 123.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.01
%
กำไรสุทธิ
-61.88
ล้านบาท
↓ 69% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.57
%
D/E Ratio
6.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,408
↑ + 24%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
97
↓ -123.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-62
↓ -69%
YoY
D/E Ratio
6.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.67
ROE (%)
6.10
ROA (%)
4.78
Book Value/หุ้น
1.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,951
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-58
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,950.56
-149.52%
|
3,939.29
-259.05%
|
-2,476.71
+36.47%
|
-1,814.87
+159.40%
|
-699.64
-208.62%
|
644.10
-6.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-58.30
-292.73%
|
30.25
-3,095.05%
|
-1.01
-110.24%
|
9.86
-52.37%
|
20.70
-97.44%
|
810.07
-22,415.98%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,084.83
-151.17%
|
-4,074.40
-259.53%
|
2,553.93
+36.99%
|
1,864.26
+217.56%
|
587.06
-139.30%
|
-1,493.76
+117.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
75.97
-172.44%
|
-104.87
-237.59%
|
76.22
+28.64%
|
59.25
-164.49%
|
-91.88
+132.08%
|
-39.59
+1,152.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.69
+110.83%
|
71.00
-35.44%
|
109.98
-7.67%
|
119.12
+636.22%
|
16.18
+67.15%
|
9.68
-86.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
254.48
+70.00%
|
149.69
+110.83%
|
71.00
-35.44%
|
109.98
-7.67%
|
0.00
|
0.00
|