บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · เงินทุนและหลักทรัพย์
2.16
+0.02 (+0.93%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3437 out_tok=1906 at=2026-07-25T10:22:38 -->
# ASAP พลิกกำไร Q1/2565 โต 116% รับอานิสงส์ราคาตลาดรถมือสองพุ่ง
## รายได้ขายรถยนต์สดใส ดันกำไรสุทธิกลับมาเป็นบวก หลังคุมต้นทุนและภาระดอกเบี้ยได้ดี
บริษัท ซินเนอร์เจติค ออโต้ เพอร์ฟอร์มานซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASAP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 5.11 ล้านบาท เติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 116% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 32.29 ล้านบาท การฟื้นตัวนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายที่ลดลงอย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ ASAP พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การเพิ่มขึ้นของกำไรจากการขายรถยนต์** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากราคาตลาดรถยนต์มือสองที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การลดลงของ **ต้นทุนทางการเงิน** และ **ผลขาดทุนด้านเครดิตที่อาจจะเกิดขึ้น** ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญเช่นกัน โดยกำไรสุทธิพลิกจากขาดทุน 32.29 ล้านบาทใน Q1/2564 มาเป็นกำไร 5.11 ล้านบาทใน Q1/2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ราคาตลาดรถยนต์มือสองปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลโดยตรงต่อ **รายได้จากการขายรถยนต์** ของ ASAP ที่เพิ่มขึ้นถึง 339.21 ล้านบาท แม้ว่ารายได้บริการจะลดลง 96.96 ล้านบาท แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายรถยนต์ก็สามารถชดเชยส่วนที่หายไปได้ ทำให้รายได้รวมจากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 28% มาอยู่ที่ 1,111.53 ล้านบาท ขณะเดียวกัน ต้นทุนขายและบริการก็เพิ่มขึ้นตามปริมาณการขายรถยนต์ที่มากขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนอื่นๆ เช่น ค่าใช้จ่ายบริหารที่เกี่ยวกับสำนักงาน และผลขาดทุนด้านเครดิตที่อาจจะเกิดขึ้นที่ลดลง 4.07 ล้านบาท รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 15.18 ล้านบาท เนื่องจากจำนวนรถยนต์ที่ติดภาระดอกเบี้ยลดลง ทำให้ต้นทุนโดยรวมเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่ารายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยราคาตลาดรถยนต์มือสอง** ฝ่ายจัดการระบุว่ากำไรที่เพิ่มขึ้นส่วนหนึ่งมาจากราคาตลาดรถยนต์มือสองที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่อาจมีความผันผวน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้ดีขึ้น สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานที่อาจจะส่งผลดีต่อเนื่องได้ หากแนวโน้มราคาตลาดรถยนต์มือสองยังคงอยู่ในระดับที่ดี หรือบริษัทสามารถรักษาการควบคุมต้นทุนได้ต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** ASAP มีกำไรสุทธิ 5.11 ล้านบาทใน Q1/2565 เพิ่มขึ้น 116% จากขาดทุน 32.29 ล้านบาทใน Q1/2564
* **รายได้ขายรถยนต์โตเด่น:** รายได้จากการขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 339.21 ล้านบาท หนุนรายได้รวม 28% แตะ 1,111.53 ล้านบาท
* **ต้นทุนการเงินลดลง:** ต้นทุนทางการเงินลดลง 16% เหลือ 77.28 ล้านบาท จากจำนวนรถยนต์ที่ติดภาระดอกเบี้ยน้อยลง
* **บริหารค่าใช้จ่ายดี:** ค่าใช้จ่ายบริหารและผลขาดทุนด้านเครดิตที่อาจจะเกิดขึ้นลดลง 13%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,111.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากรายได้จากการขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 339.21 ล้านบาท แม้ว่ารายได้บริการจะลดลง 96.96 ล้านบาท ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 28% สอดคล้องกับปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายขายและบริการ ค่าใช้จ่ายบริหาร และผลขาดทุนด้านเครดิตที่อาจจะเกิดขึ้นรวมกันลดลง 13% และต้นทุนทางการเงินลดลง 16% ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 5.11 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 32.29 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **ราคาตลาดรถยนต์มือสองขาขึ้น:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญที่ช่วยเพิ่มกำไรจากการขายรถยนต์
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การลดลงของภาระดอกเบี้ยจากการมีจำนวนรถยนต์ที่ติดภาระน้อยลง ช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การลดลงของค่าใช้จ่ายบริหารและผลขาดทุนด้านเครดิตที่อาจจะเกิดขึ้น สะท้อนการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาตลาดรถยนต์มือสอง:** ราคาที่ปรับตัวสูงขึ้นอาจไม่ยั่งยืน และอาจส่งผลกระทบต่อกำไรหากราคาลดลง
* **การแข่งขันในธุรกิจ:** ธุรกิจรถยนต์มือสองมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อปริมาณการขายและอัตรากำไรในอนาคต
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาตลาดรถยนต์มือสองในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการสต็อกรถยนต์และต้นทุนการขาย
* การเติบโตของรายได้บริการ ซึ่งเป็นรายได้ที่มีอัตรากำไรสูง
* การควบคุมค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง
* การบริหารจัดการคุณภาพสินทรัพย์และผลขาดทุนด้านเครดิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ธุรกิจการเงิน / ธนาคาร / ประกัน / หลักทรัพย์)
ในฐานะผู้ประกอบการในธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการเงินและการบริหารจัดการสินทรัพย์ยานยนต์ (รถยนต์มือสอง) ปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาคือ **NIM (Net Interest Margin)** และ **NII/Non-NII (รายได้ดอกเบี้ยสุทธิ / รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย)** รวมถึง **NPL (Non-Performing Loan)** และ **Coverage Ratio** แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลขเหล่านี้โดยตรง แต่สามารถอนุมานได้ว่าการลดลงของต้นทุนทางการเงิน (ซึ่งส่งผลต่อ NII) และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิตที่อาจจะเกิดขึ้น (ซึ่งสะท้อนคุณภาพสินทรัพย์และ NPL) เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการของบริษัทฯ การที่รายได้จากการขายรถยนต์เป็นสัดส่วนหลักของรายได้รวม แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของปัจจัยด้านราคาตลาดและปริมาณการขายรถยนต์มือสอง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง อย่างไรก็ตาม การที่ต้นทุนทางการเงินลดลง อาจบ่งชี้ถึงการลดลงของภาระหนี้สินทางการเงิน หรือการบริหารจัดการหนี้สินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น
## สรุปท้าย
ASAP พลิกฟื้นผลประกอบการได้อย่างน่าประทับใจในไตรมาส 1 ปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตถึง 116% โดยมีหัวใจสำคัญมาจากราคาตลาดรถยนต์มือสองที่ปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้จากการขายรถยนต์ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่มีประสิทธิภาพ การเติบโตนี้มีโอกาสที่จะต่อเนื่องได้ หากปัจจัยราคาตลาดรถยนต์มือสองยังคงเอื้ออำนวยและบริษัทสามารถรักษาการควบคุมต้นทุนได้ แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาตลาดและสภาวะเศรษฐกิจที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASAP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,408.15
ล้านบาท
↑ 24% YoY
กำไรขั้นต้น
96.63
ล้านบาท
↓ 123.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
4.01
%
กำไรสุทธิ
-61.88
ล้านบาท
↓ 69% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-2.57
%
D/E Ratio
6.67
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,408
↑ + 24%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
97
↓ -123.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-62
↓ -69%
YoY
D/E Ratio
6.67
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASAP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
6.67
ROE (%)
6.10
ROA (%)
4.78
Book Value/หุ้น
1.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASAP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,951
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-58
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASAP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,950.56
-149.52%
|
3,939.29
-259.05%
|
-2,476.71
+36.47%
|
-1,814.87
+159.40%
|
-699.64
-208.62%
|
644.10
-6.31%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-58.30
-292.73%
|
30.25
-3,095.05%
|
-1.01
-110.24%
|
9.86
-52.37%
|
20.70
-97.44%
|
810.07
-22,415.98%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,084.83
-151.17%
|
-4,074.40
-259.53%
|
2,553.93
+36.99%
|
1,864.26
+217.56%
|
587.06
-139.30%
|
-1,493.76
+117.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
75.97
-172.44%
|
-104.87
-237.59%
|
76.22
+28.64%
|
59.25
-164.49%
|
-91.88
+132.08%
|
-39.59
+1,152.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
149.69
+110.83%
|
71.00
-35.44%
|
109.98
-7.67%
|
119.12
+636.22%
|
16.18
+67.15%
|
9.68
-86.50%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
254.48
+70.00%
|
149.69
+110.83%
|
71.00
-35.44%
|
109.98
-7.67%
|
0.00
|
0.00
|