บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
64.00
+0.50 (+0.79%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18396 out_tok=2878 at=2026-07-25T01:33:49 -->
AOT กำไรสุทธิ Q2/66 พลิกบวกแรง รับปริมาณผู้โดยสาร-เที่ยวบินฟื้นตัว
รายได้-กำไรพุ่งกว่า 177% YoY หลังเปิดประเทศเต็มรูปแบบ ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าโครงการพัฒนาสนามบินและมาตรการกระตุ้นตลาดการบินต่อเนื่อง
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 (เมษายน-มิถุนายน) พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 3,155.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 2,207.19 ล้านบาท การฟื้นตัวดังกล่าวเป็นผลมาจากการกลับมาของปริมาณการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ AOT พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบิน** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้หลักของบริษัทฯ ทั้งรายได้เกี่ยวกับกิจการการบินและรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
การกลับมาเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบภายหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ประกอบกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2566 ทำให้มีผู้โดยสารเดินทางผ่านท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งของ AOT เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยรายได้จากการขายหรือการให้บริการเพิ่มขึ้นถึง 177.63%
* **รายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน (Aeronautical Revenue)** เพิ่มขึ้น 192.20% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการผู้โดยสารขาออก 204.44% และรายได้ค่าบริการสนามบิน 186.37% ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารรวม 85.17% และจำนวนเที่ยวบินรวม 49.56% ในไตรมาส 3/2566
* **รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue)** เพิ่มขึ้น 165.99% โดยเฉพาะรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ 245.24% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจร้านค้าปลอดอากร ธุรกิจบริหารกิจกรรมเชิงพาณิชย์ และธุรกิจโฆษณา รวมถึงรายได้เกี่ยวกับบริการที่เพิ่มขึ้น 117.62% ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้บริการต่างๆ ภายในท่าอากาศยาน
แม้ว่าค่าใช้จ่ายรวมจะเพิ่มขึ้น 18.59% ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน ค่าจ้างภายนอก และค่าสาธารณูปโภค แต่การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่สูงกว่ามาก ทำให้บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานได้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการที่นโยบายการเปิดประเทศเต็มรูปแบบยังคงดำเนินต่อไป และคาดการณ์ว่าปริมาณการจราจรทางอากาศจะยังคงเพิ่มขึ้นในชั่วโมงบินฤดูหนาวปี 2566 (Winter Schedule 2023) นอกจากนี้ AOT ยังมีมาตรการกระตุ้นตลาดด้านการบินและโครงการพัฒนาต่างๆ ที่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 พลิกบวก 3,155.63 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 2,207.19 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/66 โต 163.85% อยู่ที่ 13,157.01 ล้านบาท:** มาจากการเพิ่มขึ้นทั้งรายได้การบินและไม่เกี่ยวกับการบิน
* **รายได้เกี่ยวกับการบิน Q2/66 เพิ่ม 192.20%:** หนุนโดยผู้โดยสารขาออกและค่าบริการสนามบินที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสาร
* **รายได้ไม่เกี่ยวกับการบิน Q2/66 เพิ่ม 165.99%:** มาจากส่วนแบ่งผลประโยชน์ (ร้านค้าปลอดอากร, บริหารเชิงพาณิชย์) และรายได้บริการที่ฟื้นตัว
* **ค่าใช้จ่ายรวม Q2/66 เพิ่ม 18.59%:** หลักๆ มาจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าจ้างภายนอก และค่าสาธารณูปโภค
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 AOT มีกำไรสุทธิ 3,155.63 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 2,207.19 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายหรือการให้บริการเพิ่มขึ้น 177.63% เป็น 12,954.26 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นทั้งรายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน 192.20% และรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 165.99% เนื่องจากจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารโดยรวมเพิ่มขึ้น
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 AOT มีกำไรสุทธิ 5,358.94 ล้านบาท พลิกกลับมามีกำไรจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 9,755.32 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายหรือการให้บริการเพิ่มขึ้น 227.45% เป็น 32,779.04 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นทั้งรายได้เกี่ยวกับการบิน 282.53% และรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบิน 188.10%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของปริมาณการเดินทางทางอากาศ:** นโยบายเปิดประเทศเต็มรูปแบบและการผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลก ส่งผลให้จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **โครงการกระตุ้นตลาดการบิน:** มาตรการส่วนลดค่าบริการต่างๆ สำหรับสายการบินที่ทำการบินเส้นทางใหม่ หรือย้ายไปยังอาคารเทียบเครื่องบินรอง (SAT-1) จะช่วยดึงดูดสายการบินให้เพิ่มเที่ยวบิน
* **การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน:** โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทางวิ่งเส้นที่ 3, อาคาร SAT-1) และท่าอากาศยานดอนเมือง (ระยะที่ 3) จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินในอนาคต
* **การบริหารจัดการสินทรัพย์:** การพัฒนาที่ดินแปลงถนนวัดศรีวารีน้อย 723 ไร่ เพื่อเป็นศูนย์บริการและสนับสนุนกิจการท่าอากาศยาน รวมถึงโครงการศูนย์จัดการสินค้าเกษตรแบบครบวงจร จะช่วยเพิ่มรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับการบิน
* **การขยายการบริหารจัดการสนามบิน:** การเข้าบริหารจัดการท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) 3 แห่ง (อุดรธานี, บุรีรัมย์, กระบี่) จะช่วยเพิ่มฐานรายได้และขยายเครือข่าย
## ความเสี่ยง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการบิน:** การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นในกลุ่ม ASEAN อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและรายได้
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์:** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการเดินทางระหว่างประเทศ
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าสาธารณูปโภค และค่าจ้างภายนอกที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจกดดันอัตรากำไร
* **ความล่าช้าของโครงการพัฒนา:** ความล่าช้าในการดำเนินโครงการต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเติบโตในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบิน:** ติดตามการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และผลกระทบจากฤดูกาลท่องเที่ยว
* **ความคืบหน้าโครงการพัฒนาสนามบิน:** โดยเฉพาะการเปิดใช้งานอาคาร SAT-1 และการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง
* **ผลของมาตรการกระตุ้นตลาดการบิน:** ประสิทธิภาพในการดึงดูดสายการบินและการเพิ่มเที่ยวบิน
* **การบริหารจัดการสินทรัพย์และการพัฒนาโครงการใหม่:** ความคืบหน้าในการพัฒนาที่ดินแปลงถนนวัดศรีวารีน้อย และการเข้าบริหารสนามบิน ทย.
* **การแข่งขันในภูมิภาค:** กลยุทธ์ของประเทศคู่แข่งในการดึงดูดนักท่องเที่ยวและสายการบิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน (Aeronautical Revenue):**
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2566 รายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 6,054.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 192.20% โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการผู้โดยสารขาออก 204.44% และรายได้ค่าบริการสนามบิน 186.37% ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue):**
ในไตรมาส 3/2566 รายได้ส่วนนี้อยู่ที่ 6,899.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165.99% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ 245.24% ซึ่งมาจากธุรกิจร้านค้าปลอดอากร ธุรกิจบริหารกิจกรรมเชิงพาณิชย์ และธุรกิจโฆษณา รวมถึงรายได้เกี่ยวกับบริการที่เพิ่มขึ้น 117.62% จากบริการภาคพื้น การตรวจสอบผู้โดยสาร และค่าไฟฟ้า
**ค่าใช้จ่ายรวม:**
ค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 8,309.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.59% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน 33.10% (จากการจ้างงานเพิ่มและการตั้งโบนัส) ค่าจ้างภายนอก 50.61% (ค่าบริการตรวจสอบผู้โดยสารล่วงหน้า) และค่าสาธารณูปโภค 41.19%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 AOT มีสินทรัพย์รวม 189,662.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.18% โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 76.35% จากลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ และที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 2.71% จากสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง
หนี้สินรวมอยู่ที่ 81,282.62 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.01% โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 37.18% จากหนี้สินตามสัญญาเช่าที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี และเงินกู้ยืมระยะสั้น
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 5.72% เป็น 108,380.31 ล้านบาท โดยมีกำไรสะสมเพิ่มขึ้น 7.28% จากผลกำไรสุทธิในงวด
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับงวดเก้าเดือนอยู่ที่ 12,192.32 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 7,997.49 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 4,012.93 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 181.90 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ AOT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบิน ซึ่งส่งผลให้รายได้หลักทั้งจากกิจการการบินและไม่เกี่ยวกับการบินเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าค่าใช้จ่ายจะปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แต่การเติบโตของรายได้ที่มากกว่าทำให้บริษัทฯ พลิกกลับมามีกำไรได้อย่างโดดเด่น โอกาสในการเติบโตยังคงมีอยู่จากการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการบินอย่างต่อเนื่อง และแผนการพัฒนาโครงการต่างๆ ของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นและต้นทุนที่อาจผันผวน.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AOT ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
52,497.99
ล้านบาท
↑ 60.4% YoY
กำไรขั้นต้น
77,304.50
ล้านบาท
↑ 59.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
147.25
%
กำไรสุทธิ
14,260.41
ล้านบาท
↑ 61.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
27.16
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
52,498
↑ + 60.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
77,304
↑ + 59.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14,260
↑ + 61.4%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AOT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
14.21
ROA (%)
12.43
Book Value/หุ้น
9.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AOT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29,338
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-9,488
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AOT
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
29,338.47
-774.00%
|
-4,352.86
+66.46%
|
-2,614.98
-147.69%
|
5,483.25
+2.39%
|
5,355.22
-135.45%
|
-15,104.72
+412.47%
|
-2,947.44
-24.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-9,488.25
-384.06%
|
3,340.21
+79.45%
|
1,861.39
-126.66%
|
-6,980.88
+14.55%
|
-6,094.40
-57.89%
|
-14,471.94
+94.64%
|
-7,435.16
+304.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-18,935.98
-278.39%
|
10,614.66
+342.63%
|
2,398.10
-8.61%
|
2,624.15
-18.01%
|
3,200.44
-80.37%
|
16,305.20
+2.19%
|
15,956.48
+22.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
914.24
-90.48%
|
9,602.00
+483.89%
|
1,644.50
+45.98%
|
1,126.53
-54.23%
|
2,461.26
-118.55%
|
-13,271.45
-338.10%
|
5,573.87
-878.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
9,932.46
+15.47%
|
8,602.10
-7.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
5,828.09
-41.32%
|
9,932.46
+15.47%
|