บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
64.00
+0.50 (+0.79%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17595 out_tok=3613 at=2026-07-25T09:45:34 -->
AOT กำไรสุทธิลดลง 46.45% YoY ใน Q2/65 รับผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น แม้รายได้ฟื้นตัว
AOT Q2/65: รายได้ฟื้นตัวแรง 179.99% แต่ยังขาดทุนสุทธิ เหตุค่าใช้จ่ายพุ่งสูงกว่า
บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 (สิ้นสุด 30 มิ.ย. 65) มีผลขาดทุนสุทธิ 2,207.19 ล้านบาท ลดลง 46.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 4,078.47 ล้านบาท แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตอย่างมีนัยสำคัญถึง 179.99% แต่ค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นกว่า 20.17% ส่งผลให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนอยู่ โดยฝ่ายบริหารระบุว่าการฟื้นตัวของปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินเป็นปัจจัยหลักที่หนุนรายได้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจรอบนี้คือการฟื้นตัวของรายได้จากการดำเนินงานที่กลับมาเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ**
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้จากการขายหรือการให้บริกา รที่เติบโตถึง 179.99% หรือ 2,999.49 ล้านบาท** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนจากทั้งรายได้เกี่ยวกับกิจการการบินที่เพิ่มขึ้น 312.82% และรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินที่เพิ่มขึ้น 122.74% อย่างไรก็ตาม **ค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้น 20.17% หรือ 1,176.06 ล้านบาท** เป็นปัจจัยกดดันสำคัญที่ทำให้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 2,207.19 ล้านบาท
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การฟื้นตัวของรายได้เป็นผลโดยตรงจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ของภาครัฐ ทั้งการยกเลิก Test & Go และการไม่ต้องลงทะเบียนผ่าน Thailand Pass ทำให้จำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในส่วนของรายได้เกี่ยวกับกิจการการบินที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้โดยสารขาออกและจำนวนเที่ยวบิน ส่วนรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินที่เพิ่มขึ้นมาจากธุรกิจร้านค้าปลอดอากรและธุรกิจบริหารกิจกรรมเชิงพาณิชย์
ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมที่เพิ่มขึ้นนั้น เกิดจากหลายปัจจัย ได้แก่ ค่าใช้จ่ายอื่นที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการจ้างงานเพิ่มในบริษัทย่อย, ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ที่เพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรม, ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา, ค่าจ้างภายนอก, ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ และค่าสาธารณูปโภค
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินจะฟื้นตัวต่อเนื่องในปีงบประมาณ 2565-2567 จนกลับสู่ระดับใกล้เคียงก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้ในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวนี้ยังคงต้องเผชิญกับปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เช่น นโยบายการเปิดประเทศของจีน, การกลับมาระบาดของโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่, และผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน นอกจากนี้ การเปิดใช้งานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ที่เลื่อนไปเป็นเมษายน 2566 และแผนการปรับแบบอาคารผู้โดยสารส่วนต่อขยาย จะส่งผลต่อค่าใช้จ่ายและรายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 2,207.19 ล้านบาท:** ลดลง 46.45% YoY จาก 4,078.47 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการโต 179.99%:** อยู่ที่ 4,666.00 ล้านบาท จาก 1,666.51 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่ม 312.82%:** เป็น 2,072.03 ล้านบาท จาก 501.92 ล้านบาท
* **รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบินเพิ่ม 122.74%:** เป็น 2,593.97 ล้านบาท จาก 1,164.59 ล้านบาท
* **ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่ม 20.17%:** เป็น 7,007.18 ล้านบาท จาก 5,831.12 ล้านบาท
* **คาดการณ์ผู้โดยสารปี 2565 ฟื้นตัว 33%:** เทียบกับก่อนโควิด-19 และคาดฟื้นตัว 68-99% ในปี 2566-2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 AOT มีผลขาดทุนสุทธิ 2,207.19 ล้านบาท ลดลง 46.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายหรือการให้บริกา รเพิ่มขึ้น 179.99% หรือ 2,999.49 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นทั้งรายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน 312.82% และรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 122.74% เนื่องจากจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารโดยรวมเพิ่มขึ้น รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 452.85% ในขณะที่ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 20.17% หรือ 1,176.06 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่น, ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน, ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์, ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา, ค่าจ้างภายนอก, ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ และค่าสาธารณูปโภค
สำหรับงวดเก้าเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 AOT มีผลขาดทุนสุทธิ 9,755.32 ล้านบาท ลดลง 12.62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการขายหรือการให้บริกา รเพิ่มขึ้น 78.11% จากการเพิ่มขึ้นทั้งรายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน 112.38% และรายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน 59.69% เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของจำนวนเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารรวม รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 89.11% ค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 17.44% ส่วนใหญ่เกิดจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายอื่น, ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงาน, ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์, ค่าสาธารณูปโภค, ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย, ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษา และค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้า-ออกประเทศของไทยและทั่วโลก เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่คาดว่าจะทำให้ปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
* **การเปิดใช้งานอาคาร SAT-1 และทางวิ่งเส้นที่ 3:** การเปิดใช้งานอาคารเทียบเครื่องบินรองหลังที่ 1 (SAT-1) ที่เลื่อนไปเป็นเมษายน 2566 และแผนการเปิดให้บริการทางวิ่งเส้นที่ 3 ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสารและเที่ยวบินในอนาคต
* **การปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร:** แผนการปรับแบบอาคารผู้โดยสารส่วนต่อขยายด้านทิศตะวันออกของท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อรองรับปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นหลังโควิด-19 คลี่คลาย
* **การนำเทคโนโลยี Smart Travel มาใช้:** การนำระบบบริการผู้โดยสารขึ้นเครื่อง (CUPPS), ระบบเช็คอินด้วยตนเองอัตโนมัติ (CUSS) และระบบรับกระเป๋าสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD) มาใช้ จะช่วยเพิ่มความสะดวก รวดเร็ว และลดความหนาแน่นของผู้โดยสาร
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของการระบาดของโรคโควิด-19:** การกลับมาระบาดของโรคโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ หรือโรคระบาดอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของการเดินทาง
* **นโยบายการเปิดประเทศของจีน:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางเข้า-ออกประเทศของจีน เป็นปัจจัยสำคัญต่อการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน
* **ผลกระทบจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและอุตสาหกรรมการบิน
* **การประมาณการค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน, การซ่อมบำรุง, และการลงทุนในโครงการต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไรในอนาคต
* **คดีความ:** การประมาณการหนี้สินคดีความที่ศาลปกครองกลางพิพากษาให้ AOT ชำระเงินให้แก่ผู้ฟ้องคดี อาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มจำนวนผู้โดยสารและเที่ยวบิน:** ติดตามการฟื้นตัวเทียบกับประมาณการของบริษัท และเทียบกับช่วงก่อนโควิด-19
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** จับตาการควบคุมค่าใช้จ่ายต่างๆ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายอื่น, ค่าใช้จ่ายพนักงาน, และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของโครงการใหม่
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** ติดตามความคืบหน้าการเปิดใช้งานอาคาร SAT-1 และทางวิ่งเส้นที่ 3 รวมถึงการปรับปรุงอาคารผู้โดยสาร
* **นโยบายการเดินทางระหว่างประเทศ:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายของประเทศต่างๆ โดยเฉพาะจีน ที่อาจส่งผลต่อปริมาณผู้โดยสาร
* **สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์:** ผลกระทบจากเงินเฟ้อ, อัตราดอกเบี้ย, และความขัดแย้งระหว่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้เกี่ยวกับกิจการการบิน (Aeronautical Revenue):** เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 312.82% ในไตรมาส 2/65 มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริการผู้โดยสารขาออก (622.37%) ซึ่งสอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของผู้โดยสารรวม 315.92% และรายได้ค่าบริการสนามบินที่เพิ่มขึ้น 75.65% จากจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น 113.93% สะท้อนการกลับมาของปริมาณการเดินทางทางอากาศ
**รายได้ที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน (Non-Aeronautical Revenue):** เติบโต 122.74% ในไตรมาส 2/65 โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ (230.62%) ที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจร้านค้าปลอดอากรและธุรกิจบริหารกิจกรรมเชิงพาณิชย์ รวมถึงรายได้เกี่ยวกับบริการ (126.78%) ที่เพิ่มขึ้นจากรายได้กิจการบริการภาคพื้นและค่าบริการตรวจสอบผู้โดยสารล่วงหน้า การฟื้นตัวของกิจกรรมเชิงพาณิชย์ภายในสนามบินบ่งชี้ถึงการกลับมาของกำลังซื้อและการใช้บริการของผู้โดยสาร
**รายได้อื่น:** เติบโตสูงถึง 452.85% ในไตรมาส 2/65 ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (236.02%) เนื่องจากการแปลงค่าเงินตราต่างประเทศของเงินกู้ระยะยาวสกุลเงินเยน ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ
**ค่าใช้จ่ายรวม:** เพิ่มขึ้น 20.17% ในไตรมาส 2/65 โดยมีค่าใช้จ่ายอื่นเพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง, ค่าใช้จ่ายผลประโยชน์พนักงานเพิ่มขึ้นจากการจ้างงานในบริษัทย่อย, ขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์, ค่าซ่อมแซมบำรุงรักษา, ค่าจ้างภายนอก, ค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ในที่ราชพัสดุ และค่าสาธารณูปโภค การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นผลจากการกลับมาดำเนินงานที่มากขึ้นและการลงทุนเพื่อรองรับการฟื้นตัว
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 AOT มีสินทรัพย์รวม 181,131.47 ล้านบาท ลดลง 7.15% จากสิ้นปีงบประมาณก่อน โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 57.05% ส่วนใหญ่จากการลดลงของเงินฝากประจำเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน และเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 3,929.60 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 77,369.22 ล้านบาท ลดลง 5.26% หนี้สินหมุนเวียนลดลง 22.33% จากการลดลงของเจ้าหนี้งานระหว่างทำ ส่วนของเจ้าหนี้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปีลดลง 38.92%
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 103,762.25 ล้านบาท ลดลง 8.52% เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิในระหว่างงวด ทำให้กำไรสะสมลดลง
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 2,558.85 ล้านบาท เกิดจากผลการดำเนินงานของงวดปัจจุบัน กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 2,088.79 ล้านบาท จากการรับรู้เงินฝากประจำครบกำหนด แต่มีการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 3,459.54 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากการชำระคืนเงินกู้ระยะยาวและดอกเบี้ย รวมถึงการชำระหนี้สินตามสัญญาเช่า
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.87 เท่า ซึ่งต่ำกว่า 1 เท่า บ่งชี้ถึงความสามารถในการชำระหนี้ระยะสั้นที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
## สรุปท้าย
AOT ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนจากปริมาณผู้โดยสารและเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้รายได้เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงานที่กลับมาเต็มที่และการลงทุนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต ยังคงเป็นปัจจัยกดดันให้บริษัทยังมีผลขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกยังคงมีอยู่ แต่การคาดการณ์การฟื้นตัวต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยวและการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานจะเป็นกุญแจสำคัญในการกลับมามีกำไรอย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AOT ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
52,497.99
ล้านบาท
↑ 60.4% YoY
กำไรขั้นต้น
77,304.50
ล้านบาท
↑ 59.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
147.25
%
กำไรสุทธิ
14,260.41
ล้านบาท
↑ 61.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
27.16
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
52,498
↑ + 60.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
77,304
↑ + 59.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
14,260
↑ + 61.4%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AOT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
14.21
ROA (%)
12.43
Book Value/หุ้น
9.08
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AOT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+29,338
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-9,488
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AOT
| รายการ | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน |
29,338.47
-774.00%
|
-4,352.86
+66.46%
|
-2,614.98
-147.69%
|
5,483.25
+2.39%
|
5,355.22
-135.45%
|
-15,104.72
+412.47%
|
-2,947.44
-24.53%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน |
-9,488.25
-384.06%
|
3,340.21
+79.45%
|
1,861.39
-126.66%
|
-6,980.88
+14.55%
|
-6,094.40
-57.89%
|
-14,471.94
+94.64%
|
-7,435.16
+304.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน |
-18,935.98
-278.39%
|
10,614.66
+342.63%
|
2,398.10
-8.61%
|
2,624.15
-18.01%
|
3,200.44
-80.37%
|
16,305.20
+2.19%
|
15,956.48
+22.77%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) |
914.24
-90.48%
|
9,602.00
+483.89%
|
1,644.50
+45.98%
|
1,126.53
-54.23%
|
2,461.26
-118.55%
|
-13,271.45
-338.10%
|
5,573.87
-878.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
9,932.46
+15.47%
|
8,602.10
-7.68%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
5,828.09
-41.32%
|
9,932.46
+15.47%
|