ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม อินดัสเทรียล โกรท
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
12.30
0.20 (1.60%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6878 out_tok=2879 at=2026-07-25T06:54:31 -->
# AIMIRT กำไรสุทธิ Q1/2566 ดิ่ง 65% YoY รับแรงกดดันต้นทุนพุ่ง-ดีมานด์หด
## รายได้หด 4% ต้นทุนพุ่ง 4% กดดันกำไรขั้นต้นวูบ 33% ฝ่ายบริหารเร่งบริหารต้นทุน-เจรจาลูกค้า
บริษัท ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ เอไอเอ็ม อินดัสเทรียล โกรท (AIMIRT) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 75 ล้านบาท ลดลง 65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 4% ประกอบกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 4% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ ฝ่ายจัดการอยู่ระหว่างเร่งบริหารจัดการต้นทุนและเจรจาปรับราคาสินค้ากับลูกค้าเพื่อบรรเทาผลกระทบ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากมูลค่าโอน, presale, backlog ที่รับรู้, อัตรากำไรโครงการ, รายได้ค่าเช่า, หรือรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ AIMIRT ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปรับตัวลดลง 65% YoY มาจาก **การหดตัวของกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 33%** โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่กำไรขั้นต้นลดลงถึง 37% คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้นที่ 10.3% ลดลง 457 bps YoY แม้ว่ารายได้จากการขายโดยรวมจะลดลงเพียง 4% แต่ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น 4% และต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยกดดันหลัก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การหดตัวของกำไรขั้นต้นมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัยประการแรก **กลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว** ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ประสบปัญหาจากราคาพลังงาน ต้นทุนวัตถุดิบ เช่น เศษแก้ว และอัตราค่าไฟฟ้าโดยอัตโนมัติ (Ft) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 530 bps YoY นอกจากนี้ รายได้จากการขายในกลุ่มนี้ลดลง 5% YoY โดยเฉพาะในกลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์ (Soft drinks) และเบียร์ ที่ผู้บริโภคระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยจากผลกระทบของเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง ประการที่สอง แม้ **กลุ่มแพคเกจจิ้ง** จะมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 9% YoY แต่กำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเพียง 26% YoY ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วได้ทั้งหมด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ฝ่ายจัดการได้ระบุถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเข้าร่วมโครงการประหยัดพลังงานกับ ESCO การปรับสูตรการผลิต การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ และการปรับใช้พลังงานทางเลือก ควบคู่ไปกับการเจรจาปรับราคาสินค้ากับลูกค้า อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน รวมถึงภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในระยะต่อไปได้ การฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มเครื่องดื่ม และความสำเร็จในการเจรจาปรับราคาจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 65% YoY:** จาก 226 ล้านบาท ใน Q1/2565 เป็น 75 ล้านบาท ใน Q1/2566
* **รายได้จากการขายลดลง 4% YoY:** อยู่ที่ 3,814 ล้านบาท โดยกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วลดลง 5% และกลุ่มแพคเกจจิ้งเพิ่มขึ้น 9%
* **กำไรขั้นต้นหดตัว 33% YoY:** อยู่ที่ 393 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 14.9% เหลือ 10.3%
* **ต้นทุนขายเงินสดเพิ่มขึ้น 4% YoY:** สวนทางกับรายได้ที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 30% YoY:** จากการบริหารควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้นและการปรับการตั้งสำรองสินทรัพย์
* **การเข้าซื้อกิจการ Prime Packaging:** BGCP ได้รับโอนหุ้น 75% ของ Prime ซึ่งเป็นผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 AIMIRT มีรายได้จากการขายรวม 3,814 ล้านบาท ลดลง 4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้กลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วลดลง 5% มาอยู่ที่ 3,345 ล้านบาท เนื่องจากยอดขายในประเทศกลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์และเบียร์ลดลง รวมถึงรายได้จากการส่งออกที่ลดลงจากการเปิดประเทศหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด ในขณะที่รายได้กลุ่มแพคเกจจิ้งเพิ่มขึ้น 9% มาอยู่ที่ 532 ล้านบาท จากบรรจุภัณฑ์กระดาษและขวดพลาสติกที่เติบโต แม้ผลิตภัณฑ์ฟิล์มจะลดลง
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 4% YoY ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 33% YoY มาอยู่ที่ 393 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 14.9% เหลือ 10.3% โดยเฉพาะกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้วที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 530 bps YoY เนื่องจากต้นทุนพลังงาน วัตถุดิบ และค่า Ft ที่สูงขึ้น แม้กลุ่มแพคเกจจิ้งจะมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนและเจรจาปรับราคา แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบได้ทั้งหมด
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 30% YoY จากการบริหารควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีขึ้น ทำให้กำไรก่อนค่าใช้จ่ายทางการเงินและภาษีเงินได้ลดลง 50% YoY อยู่ที่ 91 ล้านบาท เมื่อหักค่าใช้จ่ายทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 34% และค่าใช้จ่ายภาษีที่ลดลง 43% ส่งผลให้กำไรสุทธิหลังภาษีลดลง 65% YoY อยู่ที่ 78 ล้านบาท โดยกำไรสุทธิที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 65% YoY อยู่ที่ 75 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคบริการ:** การเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวและการฟื้นตัวของกิจกรรมในภาคบริการเป็นปัจจัยบวกต่อภาพรวมเศรษฐกิจไทย
* **การขยายธุรกิจสู่ธุรกิจอื่น:** การจัดตั้งบริษัท บีจีซี ซัพพลาย เชน เมเนจเม้นท์ จำกัด เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ และการเข้าซื้อหุ้น Prime Packaging เพื่อขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน
* **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ การเข้าร่วมโครงการประหยัดพลังงาน และการปรับสูตรการผลิตเพื่อลดต้นทุน
* **การเจรจาปรับราคาสินค้ากับลูกค้า:** เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ:** ราคาน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และเศษแก้วที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* **อัตราค่าไฟฟ้า (Ft) และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้น:** เป็นแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิตและภาระทางการเงิน
* **การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อผู้บริโภค:** ส่งผลกระทบต่ออุปสงค์สินค้า โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่มที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์และเบียร์
* **ความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออก
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์:** อาจส่งผลต่อความสามารถในการปรับราคาสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาจะส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความคืบหน้าในการเจรจาปรับราคาสินค้ากับลูกค้า:** ความสำเร็จในการส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้า
* **ผลประกอบการของกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว:** โดยเฉพาะยอดขายในประเทศกลุ่มเครื่องดื่มและเบียร์
* **การบูรณาการธุรกิจ Prime Packaging:** ศักยภาพในการสร้างรายได้และผลกำไรจากการเข้าซื้อกิจการ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง เอกสาร MD&A นี้ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับมูลค่าโอน (Presale/Backlog) หรืออัตราการเช่า (Occupancy Rate) ของโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยตรง เนื่องจาก AIMIRT เป็นทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ที่เน้นการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้าเป็นหลัก ซึ่งข้อมูลที่ให้มาจะเน้นไปที่ผลประกอบการของธุรกิจบรรจุภัณฑ์เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม การเข้าซื้อบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด (Prime) ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและม้วนฟิล์ม ถือเป็นการขยายการลงทุนไปยังธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบรรจุภัณฑ์ ซึ่งอาจมองได้ว่าเป็นการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสในการเติบโตในกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์โดยรวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 AIMIRT มีสินทรัพย์รวม 17,806 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY โดยมีสินทรัพย์ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 1,344 ล้านบาท จากส่วนเกินทุนของการตีราคาที่ดินใหม่ งานซ่อมเตา และสินทรัพย์ของบริษัท ไพร์ม แพ็คเกจจิ้ง จำกัด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 12,466 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% YoY โดยมีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยระยะสั้นเพิ่มขึ้น 1,137 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 5,339 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY จากส่วนเกินทุนของการตีราคาที่ดินใหม่
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 2.3 เท่า และ Net Debt to EBITDA อยู่ที่ 4.5 เท่า ซึ่งใกล้เคียงกับสิ้นปี 2565
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 172 ล้านบาท จากรายการที่ไม่ใช่เงินสดที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานลดลง การเปลี่ยนแปลงของเงินทุนหมุนเวียนลดลง
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนลดลง 1,199 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ และการลงทุนในบริษัทย่อย
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 972 ล้านบาท จากการกู้ยืมและจ่ายคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน
วงจรเงินสดอยู่ที่ 31.6 วัน ลดลงจากสิ้นปี 2565 จากระยะเวลาสินค้าคงเหลือที่ลดลง และระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้ที่เพิ่มขึ้น
ความสามารถในการชำระหนี้ (DSCR) อยู่ที่ 0.3 เท่า ลดลงจาก 1.1 เท่า ในสิ้นปี 2565
## สรุปท้าย
AIMIRT ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มบรรจุภัณฑ์แก้ว ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีความพยายามในการบริหารจัดการต้นทุนและเจรจาปรับราคาสินค้ากับลูกค้า รวมถึงการขยายธุรกิจผ่านการเข้าซื้อกิจการ Prime Packaging เพื่อสร้างโอกาสการเติบโตในระยะยาว แต่ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ AIMIRT ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
276.50
ล้านบาท
↓ 0.3% YoY
กำไรขั้นต้น
275.66
ล้านบาท
↑ 1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
99.70
%
กำไรสุทธิ
156.25
ล้านบาท
↓ 3.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
56.51
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
277
↓ -0.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
276
↑ + 1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
156
↓ -3.5%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — AIMIRT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
12.39
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — AIMIRT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
15,420.36
+9.69%
|
14,058.48
+27.02%
|
11,067.97
-0.77%
|
11,154.18
+11.17%
|
10,033.72
+34.03%
|
7,485.97
+8.22%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
5,633.90
+31.29%
|
4,291.30
+15.19%
|
3,725.36
-1.51%
|
3,782.30
+34.05%
|
2,821.49
+21.45%
|
2,323.14
+28.16%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,535
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — AIMIRT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,535.37
-201.33%
|
1,515.20
-673.40%
|
-264.25
-64.20%
|
-738.23
+16.45%
|
-633.92
-726.03%
|
101.26
-2.49%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,523.78
-187.48%
|
-1,741.95
-603.47%
|
345.99
-36.96%
|
548.84
+1,064.03%
|
47.15
-142.53%
|
-110.87
+45.59%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-11.59
-94.89%
|
-226.75
-377.40%
|
81.74
-143.16%
|
-189.40
-67.72%
|
-586.78
+1,685.70%
|
-32.86
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
598.64
+120.82%
|
271.10
-27.83%
|
375.66
+10.48%
|
340.02
+719.33%
|
41.50
-44.19%
|
74.36
+274.56%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
665.96
+11.25%
|
598.64
+120.82%
|
271.10
-27.83%
|
375.66
+10.48%
|
340.02
+719.30%
|
0.00
|