บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.75
+0.02 (+2.74%)
สรุปสั้น
กำไรชั้นต้นสำหรับปีสิ้นสุด 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 YoY เป็น 195 ล้านบาทสาเหตุหลักมาจากยอดขายและ ยอดบริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางสาขาเต็ม การให้บริการเต็มรูปแบบของสาขานาคาในจังหวัดภูเก็ต การขยายสาขาเพิ่ม อีก 2 สาขาในจังหวัดกระบี่ และการเปลี่ยนการบริหารจัดการของบางสาขาจากเติมพนักงานช่าง Sub contract เป็น
หนักงานช่างของบริษัท ส่งผลให้ กำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุด 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 92.9 YoY เป็น 54 ล้านบาท
สาเหตุหลักมาจากการเติบโตเพิ่มขึ้นของรายได้ จากส่วนงานจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 27.5 เป็นจํานวนเงิน 2,650 ล้านบาท และรายได้จากส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 448 เป็นจำนวนเงิน 378 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## สรุปผลประกอบการของ บมจ. ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง (ACG) ปี 2568
**1. สรุปรายได้รวมและกำไรสุทธิ:**
บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (ACG) และบริษัทย่อย มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2568 จำนวน 37.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.76% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มีกำไรสุทธิ 24.10 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 4/2568 มีกำไรสุทธิ 12.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 75.07% จาก 7.34 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567 อัตรากำไรสุทธิสำหรับปี 2568 และไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 2.78% และ 3.63% ตามลำดับ ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.19% และ 1.53% ตามลำดับ
รายได้รวมสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 1,358.19 ล้านบาท ลดลง 10.19% จาก 1,512.24 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากการลดลงของรายได้จากการขายและการให้บริการ 9.98% โดยเฉพาะรายได้จากส่วนงานจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งที่ลดลง 181.36 ล้านบาท หรือ 22.05% อย่างไรก็ตาม รายได้รวมในไตรมาส 4/2568 อยู่ที่ 353.82 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.18% จาก 349.70 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567 เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากส่วนงานบริการและจำหน่ายอะไหล่ 7.85 ล้านบาท หรือ 4.68%
ค่าใช้จ่ายรวมสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 1,289.23 ล้านบาท ลดลง 11.19% จาก 1,451.75 ล้านบาท สำหรับไตรมาส 4/2568 ค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 333.16 ล้านบาท ลดลง 0.21% จาก 333.85 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการปรับตัวลดลงของต้นทุนขายที่สอดคล้องกับรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์ที่ลดลง อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 2.62% เมื่อเทียบกับปี 2567 สะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรที่ดีขึ้น (หน้า 1)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากการเพิ่มความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อของสถาบันการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์รวมในประเทศ (หน้า 1)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **รายได้จากการขายและการให้บริการ:** ปี 2568 เท่ากับ 1,320.81 ล้านบาท ลดลง 9.98% จาก 1,467.19 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 344.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.69% จาก 339.06 ล้านบาทในไตรมาส 4/2567 (หน้า 3)
* **รายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง:** ปี 2568 เท่ากับ 641.13 ล้านบาท ลดลง 22.05% จาก 822.49 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากปริมาณยอดขายรถยนต์ลดลง 21.55% ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 169.34 ล้านบาท ลดลง 1.24% จาก 171.47 ล้านบาท สาเหตุหลักเกิดจากปริมาณยอดขายรถยนต์ลดลง 1.67% สอดคล้องกับภาวะตลาดรถยนต์ที่ชะลอตัว (หน้า 3)
* **รายได้จากงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่:** ปี 2568 เท่ากับ 679.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.43% จาก 644.70 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 175.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.68% จาก 167.59 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากธุรกิจ Fast Fit เพิ่มขึ้น 11.12% เมื่อเทียบกับปี 2567 และเพิ่มขึ้น 11.08% เมื่อเทียบรายไตรมาส เนื่องจากการปรับตัวดีขึ้นของรายได้เฉลี่ยต่อคัน 13.93% จากการปรับกลยุทธ์การกำหนดราคาให้เหมาะสมกับต้นทุนและมูลค่าการให้บริการ ประกอบกับการขยายประเภทงานบริการ และการเพิ่มมูลค่าต่อการเข้ารับบริการของลูกค้า (หน้า 3)
* **กำไรขั้นต้น:** ปี 2568 เท่ากับ 241.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.07% จาก 229.89 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 65.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.58% จาก 57.94 ล้านบาท เนื่องจากกำไรต่อคันของส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น ประกอบกับรายได้เฉลี่ยต่อคันที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนคงที่ต่อหน่วยดีขึ้น จึงช่วยลดต้นทุนต่อหน่วยโดยรวม (หน้า 3)
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปี 2568 เท่ากับ 18.29% เพิ่มขึ้น 2.62% เมื่อเทียบกับปี 2567 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่ขึ้น (หน้า 3)
* **รายได้ค่านายหน้า:** ปี 2568 เท่ากับ 24.13 ล้านบาท ลดลง 21.01% จาก 30.55 ล้านบาท ในไตรมาส 4/2568 เท่ากับ 5.79 ล้านบาท ลดลง 16.45% จาก 6.93 ล้านบาท เนื่องจากปริมาณยอดขายรถยนต์ที่ลดลงส่งผลให้รายได้ค่านายหน้าจากการจัดหาสินเชื่อและประกันภัยรถยนต์ลดลง ซึ่งจะมีแนวโน้มตามปริมาณยอดขายรถยนต์ (หน้า 3)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์รวม:** จำนวน 1,164.49 ล้านบาท ลดลง 6.99% จาก 1,252.07 ล้านบาท (หน้า 4)
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** เพิ่มขึ้น 7.87 ล้านบาท หรือ 4.74% (หน้า 4)
* **สินค้าคงเหลือ:** ลดลง 43.91 ล้านบาท หรือ 37.20% สาเหตุหลักเกิดจากการลดลงของสินค้าประเภทรถยนต์ 40.33 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทได้บริหารจัดการสินค้าให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดมากขึ้น โดยเน้นการควบคุมระดับสินค้าคงเหลือให้เหมาะสมกับยอดขาย ประกอบกับยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในเดือนธันวาคม ส่งผลให้สินค้าคงเหลือ ณ สิ้นงวดลดลง (หน้า 4)
* **ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์:** ลดลง 39.45 ล้านบาท หรือ 6.60% สาเหตุหลักมาจากการรับรู้ค่าเสื่อมราคาตามปกติในระหว่างปี (หน้า 4)
* **หนี้สินรวม:** จำนวน 427.93 ล้านบาท ลดลง 20.37% จาก 537.39 ล้านบาท (หน้า 4)
* **เงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน:** ลดลง 100.00 ล้านบาท หรือ 45.45% เนื่องจากการจ่ายชำระคืนตั๋วสัญญาใช้เงิน (หน้า 4)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** จำนวน 736.56 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.06% จาก 714.68 ล้านบาท เนื่องจากมีกำไรสุทธิ 37.78 ล้านบาท ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นสามัญเพิ่มขึ้น 0.77 ล้านบาท และลดลงจากการจ่ายเงินปันผล 16.00 ล้านบาท (หน้า 5)
**วิเคราะห์สภาพคล่อง:**
* กระแสเงินสดรับจากกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 159.13 ล้านบาท เป็นกระแสเงินสดที่ได้จากกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) จำนวน 126.71 ล้านบาท และกระแสเงินสดเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานจำนวน 32.42 ล้านบาท โดยรายการหลักที่ทำให้กระแสเงินสดเพิ่มขึ้น เกิดจากสินค้าคงเหลือลดลงจำนวน 43.91 ล้านบาท และลดลงจากการจ่ายภาษีเงินได้จำนวน 16.15 ล้านบาท (หน้า 5)
* กระแสเงินสดจ่ายในกิจกรรมลงทุนจำนวน 0.43 ล้านบาท สาเหตุหลักจากการลงทุนในอุปกรณ์และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนจำนวน 4.19 ล้านบาท ทั้งนี้ มีเงินสดรับจากการจำหน่ายอุปกรณ์จำนวน 3.27 ล้านบาท และดอกเบี้ยรับจำนวน 0.49 ล้านบาท (หน้า 5)
* กระแสเงินสดจ่ายในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 158.83 ล้านบาท เป็นเงินสดรับจากเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินจำนวน 920.00 ล้านบาท ขณะที่มีเงินสดจ่ายเพื่อชำระคืนเงินกู้ยืมจำนวน 1,031.15 ล้านบาท ชำระหนี้สินตามสัญญาเช่าจำนวน 16.66 ล้านบาท จ่ายเงินปันผลจำนวน 16 ล้านบาท และจ่ายชำระดอกเบี้ยจำนวน 7.02 ล้านบาท (หน้า 5)
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ACG ไตรมาส 4/2568
รายได้รวม
353.82
ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
71.59
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.23
%
กำไรสุทธิ
12.80
ล้านบาท
↑ 75.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.62
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
354
↑ + 1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↑ + 75.4%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ACG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
1.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ACG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ACG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6.32
-94.86%
|
-122.95
-5,077.73%
|
2.47
-102.19%
|
-112.89
+3,701.01%
|
-2.97
-100.79%
|
374.50
-372.66%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1.79
-235.61%
|
1.32
-95.68%
|
30.57
-22.43%
|
39.41
-577.12%
|
-8.26
-24.22%
|
-10.90
-90.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
58.04
-61.06%
|
149.04
+169.12%
|
55.38
-66.47%
|
165.17
-36.03%
|
258.20
-172.74%
|
-354.96
-250.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.53
+557.94%
|
8.44
-90.45%
|
88.42
-3.56%
|
91.68
-62.88%
|
246.97
+1,182.29%
|
19.26
-49.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
165.87
-4.20%
|
173.14
+18.49%
|
146.12
-13.86%
|
169.63
+4.36%
|
162.54
+5.61%
|
153.90
-7.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
173.74
+4.74%
|
165.87
-4.20%
|
173.14
+18.49%
|
146.12
-13.86%
|
169.63
+4.36%
|
162.54
+5.61%
|