บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.74
0.01 (1.33%)
สรุปสั้น
กำไรชั้นต้นสำหรับปีสิ้นสุด 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 YoY เป็น 195 ล้านบาทสาเหตุหลักมาจากยอดขายและ ยอดบริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางสาขาเต็ม การให้บริการเต็มรูปแบบของสาขานาคาในจังหวัดภูเก็ต การขยายสาขาเพิ่ม อีก 2 สาขาในจังหวัดกระบี่ และการเปลี่ยนการบริหารจัดการของบางสาขาจากเติมพนักงานช่าง Sub contract เป็น
หนักงานช่างของบริษัท ส่งผลให้ กำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุด 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 92.9 YoY เป็น 54 ล้านบาท
สาเหตุหลักมาจากการเติบโตเพิ่มขึ้นของรายได้ จากส่วนงานจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 27.5 เป็นจํานวนเงิน 2,650 ล้านบาท และรายได้จากส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 448 เป็นจำนวนเงิน 378 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10507 out_tok=3022 at=2026-07-27T07:53:04 -->
# ACG กำไร Q2/64 พุ่ง 3,428% รับผลฐานต่ำปีก่อน-บริการฟื้น
## รายได้โตตามการฟื้นตัวของตลาดรถยนต์และบริการซ่อมบำรุง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ACG รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 7.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 3,428.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของยอดขายรถยนต์และบริการซ่อมบำรุงที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในปีก่อน ขณะที่รายได้รวมจากการขายและบริการเติบโต 11.43% YoY
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ ACG ในไตรมาส 2 ปี 2564 พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายรถยนต์และบริการซ่อมบำรุง ประกอบกับการลดลงอย่างมากของต้นทุนทางการเงิน** โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 7.20 ล้านบาท หรือ 3,428.57% YoY จาก 0.21 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 เป็น 7.41 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การฟื้นตัวของรายได้:**
* **รายได้จากการขายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง:** เพิ่มขึ้น 11.24% YoY เป็น 307.96 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2563 ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อยอดขาย ทำให้ฐานเปรียบเทียบในปีนี้ต่ำกว่า
* **รายได้บริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่:** เพิ่มขึ้น 12.06% YoY เป็น 93.58 ล้านบาท เนื่องจากในไตรมาส 2 ปี 2563 ปริมาณรถยนต์เข้ารับบริการลดลงอย่างมากจากมาตรการล็อกดาวน์และข้อจำกัดต่างๆ
* **การลดลงของต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินลดลงถึง 45.34% YoY เป็น 4.34 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังรถยนต์ให้เหมาะสมกับความต้องการ ทำให้บริษัทสามารถคืนตั๋วสัญญาใช้เงินบางส่วน ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยลดลง
* **ปัจจัยกดดัน:** แม้ภาพรวมจะดีขึ้น แต่เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 กำไรสุทธิลดลง 15.02% เนื่องจากในไตรมาสแรกมีการเริ่มเปิดดำเนินการธุรกิจ Fast Fit (ออโตคลิก) ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเตรียมความพร้อม การฝึกอบรมพนักงาน และการตลาด
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** การฟื้นตัวของรายได้จากการขายรถยนต์และบริการซ่อมบำรุงมีแนวโน้มต่อเนื่อง หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม การลดลงของต้นทุนทางการเงินอาจไม่สามารถทำได้ในระดับเดิมอีก หากการบริหารจัดการสินค้าคงคลังไม่สามารถลดลงได้มากกว่านี้ นอกจากนี้ การขยายสาขาของออโตคลิกจะยังคงมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและทำการตลาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำไรในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 พุ่ง 3,428.57% YoY:** จาก 0.21 ล้านบาท เป็น 7.41 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q2/64 โต 11.43% YoY:** อยู่ที่ 401.54 ล้านบาท
* **รายได้ขายรถยนต์ Q2/64 โต 11.24% YoY:** เป็น 307.96 ล้านบาท
* **รายได้บริการซ่อมบำรุง Q2/64 โต 12.06% YoY:** เป็น 93.58 ล้านบาท
* **ต้นทุนทางการเงิน Q2/64 ลดลง 45.34% YoY:** เหลือ 4.34 ล้านบาท จากการบริหารจัดการสินค้าคงคลัง
* **กำไรสุทธิ 6 เดือนแรกปี 64 ลดลง 11.23% YoY:** อยู่ที่ 16.13 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบโควิดฯ ในช่วงต้นปี 2563 ยังไม่รุนแรงเท่าช่วงไตรมาส 2
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2564 ACG มีรายได้จากการขายและบริการรวม 401.54 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.43% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ที่ 360.35 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง 11.24% และรายได้จากส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่ 12.06% ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดหลังได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ในปีก่อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 รายได้รวมลดลง 6.96% มาอยู่ที่ 401.54 ล้านบาท จาก 431.56 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายรถยนต์ลดลง 7.02% และรายได้บริการซ่อมบำรุงลดลง 6.76% ซึ่งเป็นผลมาจากการเริ่มเปิดดำเนินการธุรกิจใหม่ "ออโตคลิก" ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเตรียมความพร้อมและต้นทุนที่เกี่ยวข้อง
กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 42.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.77% YoY แต่ลดลงเล็กน้อย 1.94% QoQ ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 45.34% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตโดดเด่นถึง 3,428.57% YoY
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีกำไรสุทธิ 16.13 ล้านบาท ลดลง 11.23% YoY โดยรายได้รวมจากการขายและบริการลดลง 25.35% เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ตั้งแต่ช่วงปลายไตรมาส 1 ปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัว จะส่งผลดีต่อยอดขายรถยนต์และบริการหลังการขาย
* **การขยายธุรกิจ Fast Fit (ออโตคลิก):** การเปิดสาขาใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้าในธุรกิจบริการซ่อมแซมรถยนต์ทุกยี่ห้อ
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่มีประสิทธิภาพช่วยลดต้นทุนทางการเงินและเพิ่มสภาพคล่อง
* **การเพิ่มรายได้ค่าบริการต่อคัน:** การที่รายได้ค่าบริการต่อคันในส่วนงานซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีต่อการทำกำไรในส่วนนี้
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** การระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ทำให้ยอดขายรถยนต์และบริการลดลง
* **การแข่งขันในธุรกิจ Fast Fit:** ธุรกิจบริการซ่อมแซมรถยนต์มีผู้เล่นจำนวนมาก การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วน:** การหยุดเดินสายการผลิตรถยนต์ของฮอนด้าในต่างประเทศเนื่องจากการขาดแคลนชิ้นส่วน อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการส่งมอบรถยนต์ในอนาคต
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในงวดนี้จะไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาสำหรับธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าชิ้นส่วนหรือรถยนต์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายรถยนต์:** ติดตามสถานการณ์ตลาดรถยนต์และกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจออโตคลิก:** ประเมินการเติบโตของรายได้และกำไรจากการขยายสาขา
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการสต็อกรถยนต์และอะไหล่
* **ต้นทุนทางการเงิน:** แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของต้นทุนดอกเบี้ยจากการบริหารจัดการหนี้สิน
* **สถานการณ์การผลิตรถยนต์ของฮอนด้า:** ความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนและการกลับมาผลิตตามปกติ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ในฐานะผู้ประกอบธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ ACG ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ การฟื้นตัวของยอดขายรถยนต์ในไตรมาส 2 ปี 2564 เป็นสัญญาณบวกที่สำคัญ ซึ่งสอดคล้องกับภาพรวมตลาดที่เริ่มกลับมาคึกคักขึ้นหลังผ่านพ้นช่วงวิกฤตของโควิด-19 ในปีก่อน
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการรักษาฐานลูกค้าและสร้างรายได้จากบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นส่วนที่มีอัตรากำไรค่อนข้างดี การขยายธุรกิจ Fast Fit (ออโตคลิก) เป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจในการกระจายความเสี่ยงและเพิ่มช่องทางการเติบโต โดยเน้นการให้บริการที่รวดเร็วและครอบคลุมรถยนต์ทุกยี่ห้อ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนที่ส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ของฮอนด้า เป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาจส่งผลต่อปริมาณรถยนต์ที่สามารถส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในอนาคต ซึ่งจะกระทบต่อรายได้จากการขายรถยนต์โดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 ACG มีสินทรัพย์รวม 1,148.47 ล้านบาท ลดลง 13.16% จากสิ้นปี 2563 โดยมีรายการสำคัญที่ลดลงคือ เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด (ลดลง 45.23%) ลูกหนี้การค้า (ลดลง 18.72%) และสินค้าคงเหลือ (ลดลง 41.22%) การลดลงของสินค้าคงเหลือเป็นผลมาจากการบริหารจัดการที่ดีขึ้น ประกอบกับการหยุดการผลิตรถยนต์ชั่วคราวของฮอนด้า
หนี้สินรวมอยู่ที่ 493.48 ล้านบาท ลดลง 25.20% จากสิ้นปี 2563 โดยมีการลดลงของเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน (ลดลง 37.50%) และเจ้าหนี้การค้า (ลดลง 27.76%) ซึ่งสอดคล้องกับการบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่ลดลง
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 113.39 ล้านบาท ลดลงจาก 217.05 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2563 โดยมีรายการหลักที่ทำให้กระแสเงินสดลดลงคือการลดลงของเจ้าหนี้การค้า ในขณะที่การลดลงของสินค้าคงเหลือช่วยหนุนกระแสเงินสดรับ กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนเพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างสาขาออโตคลิก และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืม
## สรุปท้าย
ACG ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงผลประกอบการที่น่าประทับใจด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายรถยนต์และบริการซ่อมบำรุงที่ได้รับผลกระทบจากฐานที่ต่ำในปีก่อน ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจใหม่และการบริหารจัดการสินค้าคงคลังยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับความเสี่ยงจากสถานการณ์เศรษฐกิจและปัญหาการผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตและความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ACG ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
353.82
ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
71.59
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.23
%
กำไรสุทธิ
12.80
ล้านบาท
↑ 75.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.62
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
354
↑ + 1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↑ + 75.4%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ACG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
5.20
ROA (%)
5.71
Book Value/หุ้น
1.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ACG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ACG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6.32
-94.86%
|
-122.95
-5,077.73%
|
2.47
-102.19%
|
-112.89
+3,701.01%
|
-2.97
-100.79%
|
374.50
-372.66%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1.79
-235.61%
|
1.32
-95.68%
|
30.57
-22.43%
|
39.41
-577.12%
|
-8.26
-24.22%
|
-10.90
-90.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
58.04
-61.06%
|
149.04
+169.12%
|
55.38
-66.47%
|
165.17
-36.03%
|
258.20
-172.74%
|
-354.96
-250.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.53
+557.94%
|
8.44
-90.45%
|
88.42
-3.56%
|
91.68
-62.88%
|
246.97
+1,182.29%
|
19.26
-49.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
165.87
-4.20%
|
173.14
+18.49%
|
146.12
-13.86%
|
169.63
+4.36%
|
162.54
+5.61%
|
153.90
-7.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
173.74
+4.74%
|
165.87
-4.20%
|
173.14
+18.49%
|
146.12
-13.86%
|
169.63
+4.36%
|
162.54
+5.61%
|