บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.74
0.01 (1.33%)
สรุปสั้น
กำไรชั้นต้นสำหรับปีสิ้นสุด 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 YoY เป็น 195 ล้านบาทสาเหตุหลักมาจากยอดขายและ ยอดบริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางสาขาเต็ม การให้บริการเต็มรูปแบบของสาขานาคาในจังหวัดภูเก็ต การขยายสาขาเพิ่ม อีก 2 สาขาในจังหวัดกระบี่ และการเปลี่ยนการบริหารจัดการของบางสาขาจากเติมพนักงานช่าง Sub contract เป็น
หนักงานช่างของบริษัท ส่งผลให้ กำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุด 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 92.9 YoY เป็น 54 ล้านบาท
สาเหตุหลักมาจากการเติบโตเพิ่มขึ้นของรายได้ จากส่วนงานจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 27.5 เป็นจํานวนเงิน 2,650 ล้านบาท และรายได้จากส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 448 เป็นจำนวนเงิน 378 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17126 out_tok=3059 at=2026-07-25T03:22:58 -->
# ACG กำไรสุทธิ Q4/2565 พุ่ง 55% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-ท่องเที่ยวคึกคัก
## รายได้-กำไรโตตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและภาคท่องเที่ยว ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและขยายธุรกิจต่อเนื่อง
บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ACG รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 10,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2,806 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 55% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การเติบโตดังกล่าวสะท้อนถึงการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของเศรษฐกิจไทย โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคักหลังการเปิดประเทศ ส่งผลดีต่อการบริโภคภาคเอกชนและการดำเนินงานของบริษัทในทุกกลุ่มธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ ACG ในไตรมาส 4 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการดำเนินงานที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในธุรกิจให้เช่าและบริการ ธุรกิจโรงแรม และธุรกิจบริการศูนย์อาหาร นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพยังช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งหลังของปี 2565 โดยเฉพาะการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากการปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำและเงินเฟ้อที่เริ่มอ่อนตัวลง เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ศูนย์การค้าของ ACG มีผู้เข้าใช้บริการและยอดขายของผู้เช่ากลับมาสู่ระดับปกติก่อนโควิด-19 นอกจากนี้ การเปิดโรงแรมใหม่และการขยายโครงการที่อยู่อาศัยยังช่วยเสริมรายได้ในส่วนธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ ขณะเดียวกัน บริษัทฯ สามารถลดมาตรการสนับสนุนส่วนลดค่าเช่าให้กับผู้เช่าลงได้ เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้ค่าเช่าและบริการโดยตรง
ในด้านต้นทุน บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนการดำเนินงานเพิ่มขึ้นในอัตราที่ต่ำกว่าการเพิ่มขึ้นของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 52% เพิ่มขึ้นจาก 45% ในปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2566 จะยังคงได้รับการสนับสนุนจากการท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว และการบริโภคภายในประเทศที่ขยายตัวต่อเนื่อง ACG จึงมีแผนขยายธุรกิจอย่างแข็งขัน ทั้งการเปิดศูนย์การค้าใหม่ 2 แห่ง การปรับปรุงศูนย์การค้าเดิม การขยายธุรกิจโรงแรมอีก 6 แห่ง และโครงการที่อยู่อาศัยอีก 7 โครงการ รวมถึงแผนลงทุนระยะยาว 5 ปี มูลค่า 1.35 แสนล้านบาท เพื่อรักษาความเป็นผู้นำและขยายธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งปัจจัยเหล่านี้บ่งชี้ถึงแนวโน้มการเติบโตที่ต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q4/2565 เติบโต 33% YoY** แตะ 10,583 ล้านบาท โดยหากไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบ TFRS16 รายได้รวมอยู่ที่ 10,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% YoY
* **กำไรสุทธิ Q4/2565 พุ่ง 55% YoY** สู่ระดับ 2,806 ล้านบาท หากไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบ TFRS16 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 67% YoY แตะ 2,823 ล้านบาท
* **ธุรกิจให้เช่าและบริการยังคงเป็นรายได้หลัก** โดยมีรายได้ 8,798 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% YoY จากการฟื้นตัวของศูนย์การค้าและอาคารสำนักงาน
* **ธุรกิจโรงแรมเติบโตโดดเด่น** รายได้ 337 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125% YoY จากการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวและอัตราเข้าพักเฉลี่ยที่ดีขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น** อยู่ที่ 52% ใน Q4/2565 เพิ่มขึ้นจาก 45% ในปีก่อน จากการบริหารต้นทุนและรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **แผนขยายธุรกิจเชิงรุกในปี 2566** เตรียมเปิดศูนย์การค้าใหม่ 2 แห่ง, โรงแรม 6 แห่ง และโครงการที่อยู่อาศัย 7 โครงการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2565 ACG มีรายได้รวมจากการดำเนินงาน 10,583 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า สำหรับทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 37,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% จากปีก่อนหน้า โดยหากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการดำเนินงานหลัก (ไม่รวมรายการที่มิได้เกิดขึ้นเป็นประจำและผลกระทบ TFRS16) รายได้รวมในไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 10,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33% YoY และทั้งปีอยู่ที่ 37,578 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% YoY
ด้านกำไรสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 2,806 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55% YoY และเพิ่มขึ้น 2% QoQ สำหรับทั้งปี 2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 10,760 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% YoY หากพิจารณาเฉพาะกำไรสุทธิหลัก (ไม่รวมรายการที่มิได้เกิดขึ้นเป็นประจำและผลกระทบ TFRS16) ในไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 2,823 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% YoY และทั้งปีอยู่ที่ 10,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 197% YoY
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 4 ปี 2565 อยู่ที่ 52% (หักผลกระทบ TFRS16) เพิ่มขึ้นจาก 45% ในปีก่อนหน้า และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 26% (หักรายการที่มิได้เกิดขึ้นเป็นประจำและ TFRS16) เพิ่มขึ้นจาก 21% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักที่ส่งผลดีต่อธุรกิจของบริษัทฯ โดยเฉพาะศูนย์การค้า โรงแรม และธุรกิจที่เกี่ยวข้อง
* **แผนการขยายธุรกิจเชิงรุก:** การเปิดศูนย์การค้าใหม่ โรงแรม และโครงการที่อยู่อาศัย รวมถึงแผนลงทุนระยะยาว จะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพ:** การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพช่วยหนุนอัตรากำไรให้ดีขึ้น ท่ามกลางสภาวะต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **การปรับปรุงและพัฒนาโครงการเดิม:** การปรับปรุงศูนย์การค้า เช่น CentralWorld และ Central Chaengwattana จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจและดึงดูดลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในประเทศ
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** แม้ปัจจุบันบริษัทฯ จะบริหารจัดการได้ดี แต่ต้นทุนพลังงาน ค่าก่อสร้าง และอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงมีแนวโน้มสูงขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่อผลประกอบการในอนาคต
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และโรงแรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางการท่องเที่ยว:** จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้ของธุรกิจให้เช่าและบริการ
* **การบริโภคภายในประเทศ:** การใช้จ่ายของผู้บริโภคจะส่งผลโดยตรงต่อยอดขายของผู้เช่าในศูนย์การค้า
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** การเปิดศูนย์การค้า โรงแรม และโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ตามแผน จะเป็นตัวชี้วัดการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
แม้ว่า ACG จะอยู่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และบริการเป็นหลัก แต่การวิเคราะห์ตามเลนส์สินค้าอุตสาหกรรมสามารถมองได้จากการบริหารจัดการพื้นที่เช่าและต้นทุนการดำเนินงาน
* **Utilization:** อัตราการเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าโดยรวมคงที่ที่ 90% และอัตราการเช่าพื้นที่อาคารสำนักงานเฉลี่ย 91% เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้า แสดงถึงการใช้ประโยชน์พื้นที่ที่มีประสิทธิภาพ
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่การเปิดโครงการใหม่ๆ ทั้งศูนย์การค้า โรงแรม และที่อยู่อาศัย สะท้อนถึงการมี "order book" ในรูปแบบของโครงการในอนาคต
* **ราคาวัตถุดิบ:** ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนการดำเนินงานต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น เช่น ค่าก่อสร้าง
* **GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยใน Q4/2565 อยู่ที่ 52% (หัก TFRS16) เพิ่มขึ้นจาก 45% ในปีก่อนหน้า สะท้อนการบริหารต้นทุนที่ดี
* **การส่งออก:** ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจของ ACG
* **ค่าเงิน:** มีการบันทึกขาดทุนทางบัญชีจากอัตราแลกเปลี่ยน 135 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2565
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2565 ACG มีสินทรัพย์รวม 272,692 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 4% จากปีก่อนหน้า หนี้สินรวมอยู่ที่ 183,072 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 89,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 9% จากปีก่อนหน้า
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.04 เท่า ลดลงจาก 2.10 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า และลดลงจาก 2.21 เท่าในปีก่อนหน้า แสดงถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.82 เท่า ลดลงจาก 0.85 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า
บริษัทฯ มีหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี 2565 จำนวน 78,502 ล้านบาท โดยมีการปรับสัดส่วนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยคงที่เพิ่มขึ้นเป็น 54% และหนี้สินระยะยาวมากกว่า 1 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 66% ของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยทั้งหมด อายุหนี้สินเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักคงที่ที่ 2.7 ปี
ความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยของบริษัทฯ อยู่ที่ 11.6 เท่าในไตรมาส 4 ปี 2565 ซึ่งยังคงอยู่ในระดับสูง แม้ว่าดอกเบี้ยจ่ายและอัตราดอกเบี้ยจะเพิ่มขึ้นก็ตาม
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการอันโดดเด่นของ ACG ในไตรมาส 4 ปี 2565 คือการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการดำเนินงานเติบโตอย่างมีนัยสำคัญในทุกกลุ่มธุรกิจ ประกอบกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ด้วยแผนการขยายธุรกิจที่ชัดเจนและแข็งแกร่งในปี 2566 ประกอบกับแนวโน้มเศรษฐกิจที่ยังคงเติบโต ทำให้ ACG มีโอกาสในการรักษาโมเมนตัมเชิงบวกต่อไป แม้จะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ด้วยฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งและกลยุทธ์การลงทุนที่รอบคอบ คาดว่าบริษัทฯ จะสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ACG ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
353.82
ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
71.59
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.23
%
กำไรสุทธิ
12.80
ล้านบาท
↑ 75.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.62
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
354
↑ + 1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↑ + 75.4%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ACG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
5.20
ROA (%)
5.71
Book Value/หุ้น
1.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ACG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ACG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6.32
-94.86%
|
-122.95
-5,077.73%
|
2.47
-102.19%
|
-112.89
+3,701.01%
|
-2.97
-100.79%
|
374.50
-372.66%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1.79
-235.61%
|
1.32
-95.68%
|
30.57
-22.43%
|
39.41
-577.12%
|
-8.26
-24.22%
|
-10.90
-90.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
58.04
-61.06%
|
149.04
+169.12%
|
55.38
-66.47%
|
165.17
-36.03%
|
258.20
-172.74%
|
-354.96
-250.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.53
+557.94%
|
8.44
-90.45%
|
88.42
-3.56%
|
91.68
-62.88%
|
246.97
+1,182.29%
|
19.26
-49.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
165.87
-4.20%
|
173.14
+18.49%
|
146.12
-13.86%
|
169.63
+4.36%
|
162.54
+5.61%
|
153.90
-7.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
173.74
+4.74%
|
165.87
-4.20%
|
173.14
+18.49%
|
146.12
-13.86%
|
169.63
+4.36%
|
162.54
+5.61%
|