บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.74
0.01 (1.33%)
สรุปสั้น
กำไรชั้นต้นสำหรับปีสิ้นสุด 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 YoY เป็น 195 ล้านบาทสาเหตุหลักมาจากยอดขายและ ยอดบริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางสาขาเต็ม การให้บริการเต็มรูปแบบของสาขานาคาในจังหวัดภูเก็ต การขยายสาขาเพิ่ม อีก 2 สาขาในจังหวัดกระบี่ และการเปลี่ยนการบริหารจัดการของบางสาขาจากเติมพนักงานช่าง Sub contract เป็น
หนักงานช่างของบริษัท ส่งผลให้ กำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุด 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 92.9 YoY เป็น 54 ล้านบาท
สาเหตุหลักมาจากการเติบโตเพิ่มขึ้นของรายได้ จากส่วนงานจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 27.5 เป็นจํานวนเงิน 2,650 ล้านบาท และรายได้จากส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 448 เป็นจำนวนเงิน 378 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9931 out_tok=2564 at=2026-07-25T04:27:35 -->
# ACG กำไร Q3/66 ดิ่ง 67% สวนทางรายได้บริการโต รับแรงกดดันยอดขายรถยนต์
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรสุทธิหดตัวแรง เหตุยอดขายรถยนต์ลดกระทบรายได้หลักและค่านายหน้า
บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ACG รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 1.74 ล้านบาท ลดลง 66.92% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโตเล็กน้อย แต่ปัจจัยลบจากยอดขายรถยนต์ที่ลดลงส่งผลกระทบต่อรายได้หลักและรายได้ค่านายหน้า ขณะที่ธุรกิจบริการยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ ACG ในไตรมาส 3/2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของปริมาณยอดขายรถยนต์** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการขายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง และรายได้ค่านายหน้า แม้ว่ารายได้จากธุรกิจบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่จะเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักที่หดตัวได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง:** ในไตรมาส 3/2566 รายได้ส่วนนี้ลดลง 11.30% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณยอดขายรถยนต์ที่ลดลงถึง 17.77% แม้ว่ารายได้เฉลี่ยต่อคันจะเพิ่มขึ้น 6.33% แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยปริมาณขายที่หายไป
* **รายได้ค่านายหน้า:** รายได้ส่วนนี้ลดลง 18.15% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 และลดลง 25.02% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566 เนื่องจากรายได้ค่านายหน้ามาจากการจัดหาสินเชื่อและประกันภัยรถยนต์ ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงกับปริมาณการขายรถยนต์ เมื่อยอดขายรถยนต์ลดลง รายได้ส่วนนี้จึงได้รับผลกระทบตามไปด้วย
* **ธุรกิจบริการเติบโต:** ในทางกลับกัน รายได้จากส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่ยังคงเติบโตได้ดี โดยเพิ่มขึ้น 20.89% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 และ 3.41% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2/2566 การเติบโตนี้ส่วนหนึ่งมาจากรายได้ของออโตคลิกที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขาใหม่
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลในเอกสาร การลดลงของยอดขายรถยนต์เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้ ซึ่งอาจเป็นผลมาจากสภาวะตลาดรถยนต์โดยรวม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้มีการลงทุนขยายสาขาของออโตคลิก (ธุรกิจ Fast Fit) อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี หากสภาวะตลาดรถยนต์กลับมาฟื้นตัว และการขยายสาขาของออโตคลิกประสบความสำเร็จ ก็มีโอกาสที่ผลประกอบการจะปรับตัวดีขึ้นได้ แต่ยังคงต้องจับตาแนวโน้มยอดขายรถยนต์และผลการดำเนินงานของออโตคลิกอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 ลดลง 66.92% YoY** อยู่ที่ 1.74 ล้านบาท และลดลง 70.90% QoQ อยู่ที่ 1.74 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายและบริการ Q3/66 เพิ่มขึ้น 6.65% YoY** อยู่ที่ 412.88 ล้านบาท แต่ลดลง 6.94% QoQ
* **รายได้จากการขายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่ง Q3/66 เพิ่มขึ้น 0.81% YoY** อยู่ที่ 276.88 ล้านบาท แต่ลดลง 11.30% QoQ เนื่องจากปริมาณยอดขายรถยนต์ลดลง 17.77% QoQ
* **รายได้บริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่ Q3/66 เพิ่มขึ้น 20.89% YoY** อยู่ที่ 136.00 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 3.41% QoQ จากการเปิดสาขาเพิ่มของออโตคลิก
* **สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 33.88%** ณ สิ้น ก.ย. 66 อยู่ที่ 173 ล้านบาท โดยเป็นรถยนต์และอะไหล่ เพื่อรองรับการเปิดสาขาใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งวด 9 เดือนแรกปี 2566:** กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 14.55 ล้านบาท ลดลง 14.76% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,329.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.15% รายได้จากการขายรถยนต์ลดลง 5.39% แต่รายได้บริการซ่อมบำรุงและอะไหล่เพิ่มขึ้น 20.66%
**ไตรมาส 3 ปี 2566:** มีกำไรสุทธิ 1.74 ล้านบาท ลดลง 66.92% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 และลดลง 70.90% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 รายได้จากการขายและบริการรวม 412.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.65% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 แต่ลดลง 6.94% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566
## โอกาส
* **การขยายสาขาของออโตคลิก:** การเปิดสาขาใหม่ของออโตคลิก (ธุรกิจ Fast Fit) อย่างต่อเนื่องในทำเลที่มีศักยภาพ จะช่วยเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งทางการตลาดในธุรกิจบริการซ่อมรถยนต์ทุกยี่ห้อ
* **การเติบโตของรายได้บริการ:** รายได้จากส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณรถเข้ารับบริการและจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้เฉลี่ยต่อคัน:** แม้ปริมาณขายรถยนต์จะลดลง แต่การที่รายได้เฉลี่ยต่อคันเพิ่มขึ้น แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายที่มีประสิทธิภาพในส่วนของรถยนต์
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดรถยนต์:** ยอดขายรถยนต์ที่ลดลงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักและรายได้ค่านายหน้า
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการ:** ธุรกิจ Fast Fit มีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **การบริหารสินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น 33.88% อาจเป็นความเสี่ยงหากยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายรถยนต์:** การฟื้นตัวของตลาดรถยนต์จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้หลักของบริษัท
* **ผลการดำเนินงานของออโตคลิก:** การเติบโตของรายได้และกำไรจากสาขาใหม่ของออโตคลิก
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนในการจัดจำหน่าย เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การบริหารสินค้าคงคลัง:** ระดับสินค้าคงคลังและระยะเวลาขายสินค้าที่เหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Utilization Rate โดยตรง
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบ
* **GPM:** กำไรขั้นต้นโดยรวมเพิ่มขึ้น 17.30% สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 164.86 ล้านบาท แต่ในไตรมาส 3/2566 กำไรขั้นต้นลดลง 6.30% YoY อยู่ที่ 52.24 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันต่ออัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาสนี้
* **ส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงคลังเพิ่มขึ้น 33.88% เป็น 173 ล้านบาท ณ สิ้น ก.ย. 66 โดยส่วนใหญ่เป็นรถยนต์และอะไหล่ ซึ่งสอดคล้องกับการขยายสาขาของออโตคลิก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้น ก.ย. 66 อยู่ที่ 1,313.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.18% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินค้คงคลังเพิ่มขึ้นมากที่สุด 33.88%
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้น ก.ย. 66 อยู่ที่ 621.55 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.44% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้น 7.14%
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้น ก.ย. 66 อยู่ที่ 692.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.94% จากสิ้นปี 2565
* **กระแสเงินสด:** กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 61.52 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 2565 เป็น 24.01 ล้านบาท ใน 9 เดือนแรกปี 2566 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและภาษีเงินได้จ่าย กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 36.38 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อการก่อสร้างสาขาออโตคลิก
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3/2566 ของ ACG สะท้อนแรงกดดันจากยอดขายรถยนต์ที่ลดลง ซึ่งเป็นธุรกิจหลัก ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลงอย่างมาก แม้ว่าธุรกิจบริการจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ การบริหารจัดการสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้นและการลงทุนขยายสาขาออโตคลิกเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินโอกาสในการฟื้นตัวของผลประกอบการในระยะต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสภาวะตลาดรถยนต์
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ACG ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
353.82
ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
71.59
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.23
%
กำไรสุทธิ
12.80
ล้านบาท
↑ 75.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.62
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
354
↑ + 1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↑ + 75.4%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ACG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
5.20
ROA (%)
5.71
Book Value/หุ้น
1.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ACG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ACG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6.32
-94.86%
|
-122.95
-5,077.73%
|
2.47
-102.19%
|
-112.89
+3,701.01%
|
-2.97
-100.79%
|
374.50
-372.66%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1.79
-235.61%
|
1.32
-95.68%
|
30.57
-22.43%
|
39.41
-577.12%
|
-8.26
-24.22%
|
-10.90
-90.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
58.04
-61.06%
|
149.04
+169.12%
|
55.38
-66.47%
|
165.17
-36.03%
|
258.20
-172.74%
|
-354.96
-250.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.53
+557.94%
|
8.44
-90.45%
|
88.42
-3.56%
|
91.68
-62.88%
|
246.97
+1,182.29%
|
19.26
-49.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
165.87
-4.20%
|
173.14
+18.49%
|
146.12
-13.86%
|
169.63
+4.36%
|
162.54
+5.61%
|
153.90
-7.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
173.74
+4.74%
|
165.87
-4.20%
|
173.14
+18.49%
|
146.12
-13.86%
|
169.63
+4.36%
|
162.54
+5.61%
|