บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.74
0.01 (1.33%)
สรุปสั้น
กำไรชั้นต้นสำหรับปีสิ้นสุด 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.8 YoY เป็น 195 ล้านบาทสาเหตุหลักมาจากยอดขายและ ยอดบริการที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในบางสาขาเต็ม การให้บริการเต็มรูปแบบของสาขานาคาในจังหวัดภูเก็ต การขยายสาขาเพิ่ม อีก 2 สาขาในจังหวัดกระบี่ และการเปลี่ยนการบริหารจัดการของบางสาขาจากเติมพนักงานช่าง Sub contract เป็น
หนักงานช่างของบริษัท ส่งผลให้ กำไรสุทธิสำหรับปีสิ้นสุด 2562 เพิ่มขึ้นร้อยละ 92.9 YoY เป็น 54 ล้านบาท
สาเหตุหลักมาจากการเติบโตเพิ่มขึ้นของรายได้ จากส่วนงานจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 27.5 เป็นจํานวนเงิน 2,650 ล้านบาท และรายได้จากส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่เพิ่มขึ้นอีกร้อยละ 448 เป็นจำนวนเงิน 378 ล้านบาท
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8192 out_tok=2608 at=2026-07-25T08:45:11 -->
# ACG กำไรสุทธิ Q1/2565 ลดลง 16% YoY รับผลต้นทุนเตรียมขยายสาขา
## รายได้โตตามการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ขณะที่กำไรสุทธิหดตัวจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น
บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ ACG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 7.31 ล้านบาท ลดลง 16.17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตขึ้น 15.44% โดยมีปัจจัยหลักจากยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่กำไรสุทธิที่ลดลงเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเตรียมความพร้อมและขยายสาขาของบริษัทย่อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำใหกำไรสุทธิของ ACG ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลง 16.17% YoY มาอยู่ที่ 7.31 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตได้ถึง 15.44% มาอยู่ที่ 498.19 ล้านบาทนั้น มาจาก **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย รวมถึงค่าใช้จ่ายในการบริหารที่สูงขึ้น** โดยเฉพาะอย่างยิ่งจาก **การลงทุนเพื่อเตรียมความพร้อมและขยายสาขาของบริษัท ออโตคลิก** ซึ่งเป็นธุรกิจ Fast Fit ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า กำไรสุทธิที่ลดลงในภาพรวมนั้นเกิดจากผลการดำเนินงานของ **ออโตคลิก** ที่เพิ่งเริ่มเปิดดำเนินการ ทำให้มีค่าใช้จ่ายในการเตรียมความพร้อม ค่าฝึกอบรมพนักงาน และค่าส่งเสริมการตลาดที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการบริหารยังเพิ่มขึ้นจากการขยายสาขาของออโตคลิก ซึ่งรวมถึงค่าใช้จ่ายด้านบุคลากรและค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น แม้ว่า **ฮอนด้ามะลิวัลย์** ซึ่งเป็นธุรกิจจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งจะทำกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 37.94% จากปริมาณยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น 17.29% โดยเฉพาะจากการเปิดตัวรถยนต์ Honda HRV 2022 รุ่นใหม่ แต่ผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นของออโตคลิกก็มีน้ำหนักมากกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจาก "การเตรียมความพร้อม" และ "การลงทุนขยายสาขา" ซึ่งอาจเป็นลักษณะของการลงทุนในช่วงเริ่มต้น แต่ก็ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนว่าการลงทุนดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อกำไรในลักษณะนี้ไปอีกนานเท่าใด หรือจะเริ่มเห็นผลตอบแทนจากการลงทุนเมื่อใด การขยายสาขาของออโตคลิกยังคงเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ซึ่งอาจทำให้ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในระยะสั้น
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 16.17% YoY:** อยู่ที่ 7.31 ล้านบาท เทียบกับ 8.72 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
* **รายได้รวมเติบโต 15.44% YoY:** อยู่ที่ 498.19 ล้านบาท เทียบกับ 431.56 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
* **ยอดขายรถยนต์เพิ่มขึ้น 17.29% YoY:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก จากการเปิดตัว Honda HRV 2022
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการเตรียมพร้อมและขยายสาขาของออโตคลิก
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 12.19% YoY:** จากดอกเบี้ยสัญญาเช่าที่ดินของออโตคลิก
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 ACG มีรายได้จากการขายและบริการรวม 498.19 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.44% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการจำหน่ายรถยนต์และอุปกรณ์ตกแต่งที่เพิ่มขึ้น 17.62% สู่ระดับ 389.55 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการเปิดตัวรถยนต์ Honda HRV 2022 รุ่นใหม่ และช่วงเวลาที่ผู้บริโภคนิยมซื้อรถยนต์ใหม่ ประกอบกับรายได้จากส่วนงานบริการซ่อมบำรุงและจำหน่ายอะไหล่ที่เพิ่มขึ้น 8.25% สู่ระดับ 108.64 ล้านบาท จากการเปิดสาขาเพิ่มของออโตคลิก
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 10.97% สู่ระดับ 47.55 ล้านบาท ทำให้กำไรขั้นต้นต่อยอดขาย (GPM) ปรับลดลงเล็กน้อย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นถึง 25.82% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 13.52% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลง 16.17% YoY สู่ระดับ 7.31 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้รวมเพิ่มขึ้น 6.94% สู่ระดับ 498.19 ล้านบาท และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 24.53% สู่ระดับ 7.31 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากการดำเนินงานที่ดีขึ้นของฮอนด้ามะลิวัลย์
## โอกาส
* **การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่:** การเปิดตัว Honda HRV 2022 รุ่นใหม่ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นยอดขายรถยนต์ในไตรมาส 1 ปี 2565 และมีแนวโน้มที่จะส่งผลดีต่อเนื่อง
* **การขยายสาขาธุรกิจ Fast Fit:** การลงทุนขยายสาขาของออโตคลิกตามแผนที่วางไว้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจบริการซ่อมแซมและจำหน่ายอะไหล่ในระยะยาว
* **ศักยภาพของทำเลที่ตั้ง:** การมีโชว์รูมและศูนย์บริการจำนวนมากใน 5 จังหวัดที่มีศักยภาพสูงในภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้ รวมถึงการขยายสาขาออโตคลิกในจังหวัดที่มีประชากรและรถยนต์จำนวนมาก
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้นจากการลงทุนในออโตคลิก อาจกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
* **การแข่งขันในธุรกิจ Fast Fit:** ธุรกิจบริการซ่อมแซมรถยนต์ทุกยี่ห้อมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อการตั้งราคาและส่วนแบ่งการตลาด
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจที่อาจชะลอตัว หรือกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายรถยนต์ใหม่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการของออโตคลิก:** การเติบโตของรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจ Fast Fit หลังจากการลงทุนขยายสาขา
* **แนวโน้มยอดขายรถยนต์:** การตอบรับของตลาดต่อรถยนต์รุ่นใหม่ และปัจจัยเศรษฐกิจมหภาคที่อาจส่งผลต่อกำลังซื้อ
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ความสามารถของฝ่ายบริหารในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้สินตามสัญญาเช่า
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Utilization Rate โดยตรง
* **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Order Book โดยตรง แต่ระบุถึงปริมาณยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น
* **ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากราคาวัตถุดิบ
* **GPM:** กำไรขั้นต้นต่อยอดขาย (GPM) ปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากรายได้เติบโตน้อยกว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น
* **การส่งออก:** ไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของ ACG
* **ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลังโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการบริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่ดีขึ้นในส่วนของการบริหารเงินทุนหมุนเวียน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 1,283.89 ล้านบาท ลดลง 1.12% จากสิ้นปี 2564 โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 25.05% สู่ระดับ 127.14 ล้านบาท ขณะที่ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพิ่มขึ้น 1.76% จากการก่อสร้างและเปิดดำเนินการของออโตคลิกเพิ่ม 2 สาขา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 609.29 ล้านบาท ลดลง 3.46% จากสิ้นปี 2564 โดยเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นลดลง 13.33% จากการบริหารเงินทุนหมุนเวียนที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 10.43% จากการรับรถยนต์เพิ่มขึ้นของฮอนด้ามะลิวัลย์ และหนี้สินตามสัญญาเช่าเพิ่มขึ้น 8.14% จากการทำสัญญาเช่าที่ดินเพิ่มของออโตคลิก
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 674.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.10% จากกำไรสุทธิ 7.31 ล้านบาทในช่วงไตรมาส
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 68.98 ล้านบาทในไตรมาส 1/2564 เป็น 30.61 ล้านบาทในไตรมาส 1/2565 โดยหลักมาจากกระแสเงินสดจ่ายในกิจกรรมการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเป็น 23.91 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เพื่อการก่อสร้างออโตคลิก) และกระแสเงินสดจ่ายในกิจกรรมจัดหาเงินที่ 49.19 ล้านบาท
## สรุปท้าย
ACG ในไตรมาส 1 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันด้านกำไรสุทธิที่ลดลง 16% YoY แม้ว่ารายได้จะเติบโตได้ดีจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่การลงทุนเพื่อขยายธุรกิจ Fast Fit ของออโตคลิกได้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิหดตัว แม้ว่าการขยายสาขาจะเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว แต่ในระยะสั้น นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายและแนวโน้มการทำกำไรของออโตคลิกอย่างใกล้ชิด ควบคู่ไปกับการประเมินผลตอบรับของตลาดต่อรถยนต์รุ่นใหม่ของฮอนด้ามะลิวัลย์
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ACG ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
353.82
ล้านบาท
↑ 1.2% YoY
กำไรขั้นต้น
71.59
ล้านบาท
↑ 10.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
20.23
%
กำไรสุทธิ
12.80
ล้านบาท
↑ 75.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.62
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
354
↑ + 1.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
72
↑ + 10.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
13
↑ + 75.4%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ACG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
5.20
ROA (%)
5.71
Book Value/หุ้น
1.24
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ACG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-2
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ACG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6.32
-94.86%
|
-122.95
-5,077.73%
|
2.47
-102.19%
|
-112.89
+3,701.01%
|
-2.97
-100.79%
|
374.50
-372.66%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-1.79
-235.61%
|
1.32
-95.68%
|
30.57
-22.43%
|
39.41
-577.12%
|
-8.26
-24.22%
|
-10.90
-90.26%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
58.04
-61.06%
|
149.04
+169.12%
|
55.38
-66.47%
|
165.17
-36.03%
|
258.20
-172.74%
|
-354.96
-250.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
55.53
+557.94%
|
8.44
-90.45%
|
88.42
-3.56%
|
91.68
-62.88%
|
246.97
+1,182.29%
|
19.26
-49.21%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
165.87
-4.20%
|
173.14
+18.49%
|
146.12
-13.86%
|
169.63
+4.36%
|
162.54
+5.61%
|
153.90
-7.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
173.74
+4.74%
|
165.87
-4.20%
|
173.14
+18.49%
|
146.12
-13.86%
|
169.63
+4.36%
|
162.54
+5.61%
|