บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
THIP กำไรทรุด! บาทแข็งค่า ฉุดกำไร Q2/68 ร่วง 32.2% แม้รายได้พุ่ง
P/E 8.24 YIELD 7.17 ราคา 23.00 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ:
THIP รายได้รวม Q2/68 โต 29.3% แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 32.2% เหตุบาทแข็งค่า กระทบกำไรจากการขายต่างประเทศ และค่าใช้จ่ายบริษัทย่อยในเวียดนามที่อยู่ระหว่างปรับปรุงโรงงาน
รายได้ทะยาน กำไรทรุด:
บริษัท ทานตะวันอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) (THIP) รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 มีรายได้จากสัญญาที่ทำกับลูกค้า 1,234 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.3% จาก 954 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิลดลงเหลือ 60.7 ล้านบาท จาก 89.5 ล้านบาทในปีก่อนหน้า และลดลง 30.5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
สำหรับงวดหกเดือนแรกของปี 2568 บริษัทมีกำไรสุทธิ 148.0 ล้านบาท ลดลง 18.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจาก ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน เนื่องจากการแข็งค่าของเงินบาท และค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยในเวียดนามที่อยู่ระหว่างการปรับปรุงโรงงานและติดตั้งเครื่องจักร
วิเคราะห์เจาะลึก:
- รายได้จากการขาย: เพิ่มขึ้น 29.3% ในไตรมาส 2 และ 34.0% ในงวดหกเดือน จากการขายในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในทวีปอเมริกาและยุโรป
- รายได้อื่น: ลดลง 16.6% ในไตรมาส 2 และ 42.2% ในงวดหกเดือน จากรายได้ดอกเบี้ยรับที่ลดลง
- อัตรากำไรขั้นต้น: ลดลง จากค่าเงินบาทแข็งค่า
- ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย: เพิ่มขึ้น 1.6% ในไตรมาส 2 และ 10.2% ในงวดหกเดือน ตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
- ค่าใช้จ่ายในการบริหาร: เพิ่มขึ้น 41.4% ในไตรมาส 2 และ 32.1% ในงวดหกเดือน จากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน, R&D และค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อยในเวียดนาม
- กำไร/ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน: ขาดทุน 28.1 ล้านบาท ในไตรมาส 2 และ 22.4 ล้านบาท ในงวดหกเดือน
สินทรัพย์-หนี้สิน:
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568:
- สินทรัพย์รวม: 4,173.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.9% จากสิ้นปี 2567
- หนี้สิน: 1,359.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.0% จากสิ้นปี 2567
- ส่วนของผู้ถือหุ้น: 2,814.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.8% จากสิ้นปี 2567
สรุป:
แม้ THIP จะมีรายได้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง แต่ผลกระทบจากค่าเงินบาทแข็งค่า และค่าใช้จ่ายในการลงทุนในบริษัทย่อยที่เวียดนาม ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรติดตามสถานการณ์ค่าเงินบาท และความคืบหน้าในการปรับปรุงโรงงานของบริษัทย่อยในเวียดนามอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในอนาคต