https://aio.panphol.com/assets/images/community/8171_3BD8FC.png

TU ฟ้าหลังฝน! กำไร Q2/25 โต บีวายดี ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ชี้เป้า 17.40 บาท

P/E 9.46 YIELD 6.07 ราคา 11.80 (0.00%)

THAI UNION GROUP (TU) กำไรสุทธิไตรมาส 2/2568 ฟื้นตัวโดดเด่น โบรกเกอร์ BYD มองเห็นอนาคตสดใส ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" พร้อมเพิ่มราคาเป้าหมายใหม่

ไฮไลท์สำคัญ

  • กำไรสุทธิ Q2/2568 เติบโต 25% (q-q) และ 4% (y-y) อยู่ที่ 1.27 พันล้านบาท
  • อัตรากำไรขั้นต้นดีขึ้นอยู่ที่ 19.7% จาก 18.8% ใน Q1/2568 และ 18.5% ใน Q2/2567
  • ต้นทุนทูน่าลดลง 9% (q-q)
  • สัดส่วนผลิตภัณฑ์ High Value-added เพิ่มขึ้น

ผลประกอบการที่เติบโต

BYD วิเคราะห์ว่า กำไรที่เพิ่มขึ้น มาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น จากต้นทุนทูน่าที่ลดลงและการจัดการสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าเพิ่มสูง นอกจากนี้ การควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A และความสามารถในการแข่งขันด้านภาษีศุลกากรของ TU ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ

BYD คาดการณ์ว่าค่าใช้จ่ายในการบริหารจะลดลงในอนาคต จากโครงการ TU Transformation ที่มุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนการผลิต โดยตั้งเป้าประหยัดต้นทุน 15 ล้านเหรียญสหรัฐในปี 2568 จากโครงการ SONAR และลดต้นทุนการผลิต PetCare 17 ล้านเหรียญสหรัฐจากโครงการ Tailwind

การที่ Mitsubishi Corporation (MC) เข้ามาเป็น Strategic Partner จะช่วยสร้าง synergy ในอนาคต โดยเฉพาะธุรกิจฟาร์มปลา CERMAQ ในญี่ปุ่นของ MC ที่สามารถเป็นลูกค้าอาหารสัตว์น้ำและถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับ TFM ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TU ได้

ข้อสังเกตและประมาณการ

BYD ปรับประมาณการกำไรปกติปี 2568 ขึ้น 22% เป็น 4.9 พันล้านบาท และปี 2569 ขึ้น 27% เป็น 5.6 พันล้านบาท สะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีกว่าคาดและแนวโน้มยอดขายที่จะกลับมาเติบโตตามปกติหลังมีความชัดเจนเกี่ยวกับภาษีการค้าสหรัฐ

BYD ให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 17.40 บาท อิงจากกำไรต่อหุ้นปี 2569 ที่ 12.0x (สะท้อน EPS ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการซื้อหุ้นคืนครั้งที่ 3 และ 4 จำนวน 600 ล้านหุ้นและการเตรียมลดทุนในอนาคต)

สรุป

BYD ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" จากเดิม "ถือ" โดยมีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มการเติบโตของ TU จากผลประกอบการที่ฟื้นตัว ต้นทุนที่ลดลง และโอกาสในการเติบโตจากความร่วมมือกับพันธมิตร

โพสต์ล่าสุด