บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
POLY โชว์ผลงาน Q1/68 สุดปัง! โตสวนกระแสเศรษฐกิจ อนาคตสดใสด้วยกลยุทธ์เน้นสินค้าซับซ้อน
P/E 11.87 YIELD 6.43 ราคา 7.00 (0.00%)
POLY โชว์ผลงาน Q1/68 สุดปัง! โตสวนกระแสเศรษฐกิจ อนาคตสดใสด้วยกลยุทธ์เน้นสินค้าซับซ้อน
สวัสดีนักลงทุนทุกท่าน สำหรับผลประกอบการของ POLY ในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 วันนี้เราจะมาคุยกันใน 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ ภาพรวมปัจจัยภายนอกที่มีผลกระทบต่อบริษัท ผลการดำเนินงานของบริษัท และแนวโน้มในอนาคต
1. ภาพรวมผลกระทบต่อธุรกิจ (Business Impact Overview)
ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีการขยายตัว 3.1% โดยหลักมาจากการส่งออก อย่างไรก็ตาม สภาพแวดล้อมภายนอกยังมีความไม่แน่นอนจากสงครามการค้าของอเมริกา รวมถึงกำแพงภาษีระหว่างไทยกับอเมริกาในยุค Donald Trump ซึ่งอาจสร้างปัญหาและความไม่แน่นอนในการทำธุรกิจ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องสินค้าล้นตลาดจากจีนที่อาจรุนแรงขึ้นจากกำแพงภาษีของอเมริกา
ในส่วนของประเทศไทย ยอดผลิตรถยนต์ในประเทศลดลงค่อนข้างมาก โดยลดลงประมาณ 15% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว
2. โอกาสทางธุรกิจ (Business Opportunities)
บริษัทมีการเติบโตที่ชัดเจน แม้ว่าปัจจัยภายนอกส่วนใหญ่จะเป็นลบ สำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2568 ยอดขายเติบโต 31% อยู่ที่ 307.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิเติบโตเช่นกัน เพิ่มขึ้นเป็น 76 ล้านบาท อัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ประมาณ 25% และกำไรต่อหุ้นอยู่ที่ 17 สตางค์ต่อหุ้น เพิ่มขึ้นจากปีก่อนค่อนข้างมาก โดยอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มจาก 29% เป็นประมาณ 32-33%
3. ความเสี่ยงที่กำลังเผชิญ (Risks and Challenges)
ถึงแม้ผลประกอบการจะเติบโต แต่ก็ยังมีความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวัง โดยเฉพาะปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและการค้า
4. วิธีการแก้ไขปัญหาผลกระทบ (Problem-Solving and Mitigation)
บริษัทมีกลยุทธ์ในการรับมือกับความเสี่ยงต่างๆ โดยเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต การควบคุมค่าใช้จ่าย และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์
5. แนวโน้มและอนาคต (Outlook and Future Trends)
Automotive
- กลุ่ม Automotive ยังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่องจากไตรมาสที่ 1 จากคำสั่งซื้อของต่างประเทศที่เข้ามาตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปีที่แล้ว และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน
- คาดว่าจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่เข้ามาเติมเรื่อยๆ และยังสามารถรักษาอัตรากำไรในระดับปัจจุบันหรือใกล้เคียงไว้ได้
- บริษัทมุ่งเน้นชิ้นงานที่มีความซับซ้อนในการผลิต เพื่อลดจำนวนคู่แข่ง และคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจะทำให้ต้นทุนต่อหน่วยถูกลงจากการประหยัดต่อขนาด (Economy of Scale)
- โอกาสในอนาคต: ลูกค้าในอเมริกาจะมีชิ้นงานอื่นๆ เข้ามาเพิ่มเติม และตั้งเป้าส่งมอบแม่พิมพ์และเริ่ม Mass Production ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 ของปีนี้
- ขยายตลาดในประเทศญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นฐานลูกค้าเดิมที่มีแผนย้ายการผลิตออกจากญี่ปุ่น เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพ
- สินค้า Connector และสายไฟในรถยนต์ จะมีคำสั่งซื้อเข้ามาเพิ่มเติมในไตรมาสที่ 2-3
- ตลาดรถยนต์ในประเทศ: แม้ตลาดรถยนต์ในประเทศจะซบเซา แต่มีแผนเพิ่มผลิตภัณฑ์ในกลุ่มช่วงล่าง และคาดว่าจะเห็นรายได้ส่วนนี้ชัดเจนขึ้นในไตรมาสที่ 2
สินค้าอุปโภคบริโภค (Consumer Products)
- ปัจจุบันทำงานร่วมกับ Global Brand หลายยี่ห้อ และลูกค้ามอง POLY เป็นพันธมิตรในการสร้างผลิตภัณฑ์
- เพิ่มสายการผลิตโดยร่วมกับลูกค้าเดิมที่ประสบความสำเร็จแล้ว และจะเพิ่ม Product อีกหลาย SKU โดยมีแผนเจาะตลาดใหม่ในอาเซียนและตะวันออกกลาง
- POLY ใช้ความสามารถในการผลิตสินค้าคุณภาพสูง โดยใช้ความยืดหยุ่นในการผลิต เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ทันต่อเวลา
- ลูกค้ามุ่งเน้นผลิตตามสูตรเฉพาะ ซึ่ง POLY สามารถตอบโจทย์ได้ เพราะมีบริการครบวงจร ตั้งแต่ผลิตแม่พิมพ์ พัฒนาสูตรยาง และขึ้นรูปการผลิต
- มีการลงทุนในระบบ Automation เพิ่มเติม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต และรักษาความสามารถในการทำกำไร
- มี Project ในมือที่กำลังรอ Mass Production อยู่ 2 รายการหลัก ที่เป็น Global Brand:
- ชิ้นส่วนบรรจุภัณฑ์จากพลาสติก (คาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 3-4)
- บรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร (อาจจะเป็นปีหน้า)
Medical
- แนวโน้มตลาด Medical ยังเติบโตต่อเนื่องทุกปี โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยประมาณ 5-7% ต่อปี
- ตลาดในประเทศไทยยังมีอีกหลายส่วนที่สามารถเติบโตได้ เพราะยังไม่มีผู้ผลิตที่มีความแม่นยำและครบวงจรมากเท่าไหร่
- เครื่องมือแพทย์ส่วนใหญ่ที่ใช้ในประเทศยังถูกนำเข้า ทำให้มีราคาค่อนข้างสูง ซึ่งเป็นโอกาสให้ POLY เข้าไปแข่งขัน
- ผลิตภัณฑ์ที่ขายอยู่ในปัจจุบันยัง Maintain ระดับของกำไร เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นในระดับสูงต่อไป
- ขยายตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยจะเริ่มต้นในประเทศเกาหลี เนื่องจากมีสัดส่วนผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น
- การเติบโตในปีนี้:
- กล่องเก็บเลือด (Electronic Blood Collection Box): เริ่ม Mass Production แล้วในไตรมาสที่ 1 แต่ยอดที่เพิ่มขึ้นอาจยังไม่โดดเด่น เพราะมีชิ้นส่วนค่อนข้างเยอะ
- คาดว่าจะโยกมาผลิตทุกชิ้นส่วนภายในไตรมาสที่ 2-3 ทำให้รายได้ของกลุ่ม Medical ค่อยๆ เติบโตและ Stable ในอนาคต
- พัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่ผลิตจาก Thermoplastic คุณภาพสูง สำหรับบรรจุยา ซึ่งมีคุณสมบัติโปร่งใส เป็น Super Barrier ป้องกันอากาศไหลผ่านและลดการเกาะตัวของยา
อุปกรณ์และสายส่งในระบบสายส่งไฟฟ้า
- มีหลาย Product ที่กำลังพัฒนา และบางส่วนเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาสที่ 2
- POLY กำลังเป็นผู้ผลิตลูกถ้วยไฟฟ้า (ปัจจุบันใช้ Porcelain หรือดินเผา) แต่ในต่างประเทศใช้ Silicone ซึ่ง POLY มีความถนัดและเชี่ยวชาญ
- คาดว่าจะรับรู้รายได้เพิ่มเติมในไตรมาสที่ 2-3 และมีสินค้าบางผลิตภัณฑ์เริ่มไปประมูลและส่งมอบงานเรียบร้อยแล้ว
- ผลักดันให้สินค้าลูกถ้วยเป็นมาตรฐานสากล (มอก.) เพื่อให้ผู้ผลิตรายอื่นสามารถร่วมผลิตได้
ความเสี่ยงและเป้าหมาย
- ความเสี่ยงที่ต้องติดตาม: ความไม่แน่นอนทางการค้าของอเมริกา ซึ่งอาจกระทบภาคส่งออกของไทย
- เป้าหมายปี 2568: ตั้งเป้ายอดขายเติบโตอย่างน้อย 20% โดยคาดว่าจะมาจาก Automotive เป็นหลัก
- คงอัตรากำไรขั้นต้น: 26-31% โดยเน้นผลิตภัณฑ์ที่มีความซับซ้อน และใช้กำลังการผลิตที่มีประสิทธิภาพ
- ค่าใช้จ่ายขายและบริหาร: ใกล้เคียงเดิมที่ 8-9%
6. ช่วงถาม-ตอบ (Q&A Session) [เริ่ม Q&A Session นาทีที่ 49:29]
สัดส่วนรายได้ส่งออกไป US กับกำแพงภาษี: ปัจจุบันยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านราคา คำสั่งซื้อยังเข้ามาปกติ ไตรมาส 2 อาจมีผลกระทบกับโปรเจคใหม่ที่กำลังจะออกไป อาจมีการยืดระยะเวลาเพื่อรอดูท่าทีของรัฐบาลอเมริกา ต้นทุนวัตถุดิบสำคัญ Q2/68: ซิลิโคนและเม็ดพลาสติกมีแนวโน้มใกล้เคียงเดิม เพิ่มขึ้นหรือลดลงไม่เกิน 5% เหตุใดรายได้ธุรกิจการแพทย์ Drop ลง QOQ: ช่วงสิ้นปีมีการสั่ง Order ไป Stock ล่วงหน้า ทำให้ Q4 สูง และ Q1 Drop ลงเล็กน้อย งบลงทุนปี 68: เครื่องจักรและการขยายโรงงาน 80-100 ล้านบาท เพื่อรองรับผลิตภัณฑ์ใหม่ และทำระบบ Automation ในโรงงาน 20 ล้านบาท ความสามารถในการทำกำไรปี 68: ความสามารถในการทำกำไรค่อนข้างมีการพัฒนาและมีอัตรากำไรที่สูงขึ้น ถ้ามีคำสั่งซื้อเข้ามาเติมเรื่อยๆ และสามารถรักษาระดับนี้ไว้ได้ จะทำให้ตัวอัตรากำไรดีขึ้น กลุ่มอุปโภคบริโภคได้ลูกค้าใหม่หรือไม่: เป็นฐานลูกค้าเดิม (Global Brand เดิม) เพราะภายใต้ Global Brand จะมีสินค้า/Product ที่หลากหลาย และปัจจุบันมีอีกหลาย Product ที่ยังไม่ได้ผลิตให้เขา แต่ Product เหล่านี้จะค่อยๆ เข้ามาในไตรมาสที่ 1 น่าจะมีอยู่ 2-3 Product ที่ผลิตให้เขาเข้ามาเพิ่มเติม ทำให้เห็นตัวรายได้วิ่งเข้ามา ความเป็นไปได้ที่จะซื้อหุ้นคืนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ที่มีประเด็นกับ กลต.: น่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวของผู้ถือหุ้นใหญ่กับ กลต. ยังไม่ได้มีความเห็นอะไร รายได้ที่โตมาจากลูกค้าเดิมเพิ่มจำนวนชิ้น หรือมาจาก New Model: ส่วนใหญ่จะเป็น New Model Automotive เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่โยกการผลิตจากอเมริกามาผลิตที่ POLY ส่วนสินค้าอุปโภคบริโภคจะเป็นสินค้าใหม่เลย แนวโน้มผลการดำเนินงานใน Q2: Q2 จะ Drop เป็นปกติ เพราะวันหยุดค่อนข้างเยอะ ถ้าเทียบกับ Q1 อาจจะลดลง เป็นปกติของธุรกิจ ถ้ามองว่าเอา Q2 ปีนี้ไปเทียบกับปีที่แล้ว น่าจะดีกว่า มีความเกี่ยวข้องกับนักลงทุนที่มีประเด็นกับ กลต. หรือไม่: ไม่แน่ใจว่าถามในแง่ไหน แต่อยู่ นอกเหนือความรับผิดชอบ ปีนี้บริษัทจะมีการปรับเป้าหมายรายได้หรือไม่ การเติบโตของรายได้จะมาจากสินค้ากลุ่มใด หรือ New S-Curve ตัวไหน: เวลาหมดแล้ว จะตอบในหน้าเว็บเพิ่มเติม
สรุป
โดยสรุปแล้ว POLY มีผลประกอบการที่โดดเด่นในไตรมาสที่ 1 ปี 2568 แม้ว่าจะมีปัจจัยภายนอกที่ไม่เอื้ออำนวยหลายประการ บริษัทสามารถเติบโตได้จากการมีกลยุทธ์ที่แข็งแกร่ง การมุ่งเน้นสินค้าที่มีความซับซ้อน และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ต่างๆ ได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ บริษัทยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีในอนาคต จากการขยายตลาด การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการลงทุนในเทคโนโลยี