บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
AMATA: อมตะ คอร์ปอเรชัน จ่อปรับเป้าขายที่ดินเพิ่ม หลังดีมานด์ทะลุซัพพลาย
P/E 5.73 YIELD 5.13 ราคา 15.60 (0.00%)
ไฮไลท์สำคัญ
AMATA เตรียมปรับเพิ่มเป้ายอดขายที่ดินปีนี้ขึ้นเป็น 3,500 ไร่ จากเดิมที่ตั้งไว้ โดยมีปัจจัยหนุนจากดีมานด์ที่ยังคงมากกว่าซัพพลาย โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าอิเล็กทรอนิกส์จากจีนและ Data center
ดันเป้ายอดขายเพิ่มดีมานด์มากกว่าซัพพลาย
ถึงแม้ว่าสถานการณ์การกีดกันทางการค้าจะส่งผลให้เกิดความไม่แน่นอน และชะลอการตัดสินใจย้ายฐานการผลิตมายังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แต่ AMATA ยังไม่ได้รับผลกระทบด้านลบ บริษัทยังคงมียอด Backlog ที่สูงขึ้นต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างการเจรจากับลูกค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์จากจีนและ Data center นอกจากนี้ AMATA ยังได้ปรับราคาขายที่ดินในโซนระยองเพิ่มขึ้น 10-15% สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่ดินในพื้นที่ชลบุรีและระยองที่ยังคงสูง
AMATA ตั้งเป้ายอดขายที่ดินใหม่ที่ 3,500 ไร่ แบ่งเป็นในไทย 2,500 ไร่ เวียดนาม 500 ไร่ และลาว 500 ไร่ โดยการเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่มาจากไทยและลาว (นิคมใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2568) ในไตรมาส 1/2568 AMATA มียอดขาย 283 ไร่ และโอนที่ดิน 279 ไร่ มีรายได้จากธุรกิจนิคม 1,913 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.2% เมื่อเทียบกับปีก่อน อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 54.9% สูงขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน เนื่องจากการปรับราคาขายและ GPM ที่สูงขึ้นในเวียดนาม
ข้อสังเกตุและแนวโน้ม
Backlog ของ AMATA ยังคงสูงขึ้นต่อเนื่องที่ 21,491 ล้านบาท และยังมีที่ดินรอการขายและพัฒนาอีกกว่า 19,238 ไร่ (ชลบุรี 13,474 ไร่, ระยอง 5,764 ไร่) ซึ่งเพียงพอต่อการขายและพัฒนาในระยะยาว อย่างไรก็ตาม รายได้จากสาธารณูปโภคลดลง 17.5% เนื่องจากลูกค้าส่งออกไปอเมริกาลดลง แต่รายได้ค่าเช่าเพิ่มขึ้น 9.6% จากการให้เช่าพื้นที่เพิ่มขึ้น โดยมีอัตราการเช่า 98%
แนวโน้มในไตรมาส 2/2568 คาดว่ายอดขายจะดีขึ้นกว่าไตรมาสแรก โดยมียอดขายแล้ว 750 ไร่ในช่วงต้นไตรมาส และคาดว่าจะมียอดขายจากลูกค้า Data center เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 3/2568 อีก 50-100 ไร่ โดยรวมแล้ว AMATA คาดว่าจะมียอดขายจากลูกค้า Data center ราว 300-500 ไร่ในปีนี้ แนวโน้มกำไรคาดว่าจะสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจาก Backlog และราคาขายที่ปรับเพิ่มขึ้น
สรุปและคำแนะนำ
Phillip Securities (Thailand) คงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ AMATA โดยให้ราคาพื้นฐานที่ 22.00 บาท อิงจาก P/E 8.0 เท่า ถึงแม้ว่าผลประกอบการในไตรมาส 1/2568 จะดีขึ้นจาก Backlog ที่สะสมมา แต่ยังคงมีความไม่แน่นอนจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ดังนั้นจึงยังคงประมาณการกำไรปี 2568 ไว้คงเดิม อย่างไรก็ตาม หากนโยบายดังกล่าวเป็นประโยชน์ต่อการค้าของไทย อาจมีการปรับประมาณการเพิ่มขึ้นในอนาคต