https://aio.panphol.com/assets/images/community/5606_A4C0F0.png

SINGER กำไร Q1/68 ทรงตัวที่ 20 ล้านบาท แม้รายได้รวมลดลง

P/E -100.00 YIELD 0.00 ราคา 4.76 (0.00%)

ไฮไลท์สำคัญ

บมจ. ซิงเกอร์ประเทศไทย (SINGER) รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2568 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 20 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับงวดเดียวกันของปีก่อนหน้า

รายได้และปัจจัยที่ส่งผลกระทบ

รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ ในไตรมาส 1 ปี 2568 อยู่ที่ 813 ล้านบาท ลดลง 35 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 23.3 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากการขาย โดยรายได้จากการขายแบบเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์เคลื่อนที่ลดลง 49 ล้านบาท หรือร้อยละ 57 เนื่องจากการลดลงของจำนวนพนักงานขายแฟรนไชส์และการปรับนโยบายสินเชื่อให้เข้มงวดขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พัฒนาแพลตฟอร์ม Application SG Finance+ เพื่อเพิ่มช่องทางการขายและลดระยะเวลาอนุมัติสินเชื่อ

ในขณะเดียวกัน ดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อและเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้น 149 ล้านบาท หรือร้อยละ 34.9 เนื่องจากการขยายการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (Locked Phone) ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2567 โดยมีการปล่อยสินเชื่อ Locked Phone ในไตรมาส 1 ปี 2568 จำนวน 1,698 ล้านบาท คิดเป็น 157,750 สัญญา นอกจากนี้ยังมีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 77 ล้านบาท หรือร้อยละ 233.3

ต้นทุน ค่าใช้จ่าย และอัตราส่วนทางการเงิน

ต้นทุนขายลดลง 5 ล้านบาท หรือร้อยละ 4.5 เนื่องจากการกลับรายการตั้งสำรองค่าเผื่อการปรับลดมูลค่าและการตัดจำหน่ายสินค้าคงเหลือ ในขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 29 ล้านบาท หรือร้อยละ 11 โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 42 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าที่ปรึกษาทางกฎหมาย, ค่าประกันของบริษัทย่อย, ขาดทุนจากการขายสินทรัพย์ของบริษัทย่อย ในส่วนต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 13 ล้านบาท

ต้นทุนทางการเงินลดลง 54 ล้านบาท หรือร้อยละ 77 เนื่องจากการจ่ายคืนหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระ อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้น 204 ล้านบาท หรือร้อยละ 141 เนื่องจากการตั้งประมาณการค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นเพิ่มขึ้นของกลุ่มลูกหนี้สินเชื่อ Locked Phone และ C4C

อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก 0.18 เท่า เป็น 0.05 เท่า เนื่องจากการลดลงของหนี้สินจากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ อัตราส่วนสินทรัพย์หมุนเวียนต่อหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจาก 4.33 เท่า เป็น 26.83 เท่า เนื่องจากการลดลงของหนี้สินหมุนเวียนจากการจ่ายชำระคืนหุ้นกู้ อัตราส่วนความสามารถในการชำระหนี้เพิ่มขึ้นจาก 0.24 เท่า เป็น 3.11 เท่า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของกำไรก่อนดอกเบี้ยจ่ายภาษีเงินได้ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) และการลดลงของภาระหนี้สิน

สรุปและมุมมองผู้บริหาร

ผู้บริหารยังมีมุมมองเชิงบวกต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงานในอนาคต จากการขยายการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อโทรศัพท์มือถือ (Locked Phone) ควบคู่ไปกับการควบคุมคุณภาพสินเชื่อ นอกจากนี้ บริษัทฯ มียอดขายเครื่องใช้ไฟฟ้าและโทรศัพท์มือถือที่สูงขึ้นจากการจำหน่ายในช่องทางที่หลากหลาย และมีเป้าหมายการขยายจุดติดตั้งตู้น้ำมันอย่างต่อเนื่อง

โพสต์ล่าสุด