บทความ ข่าวสาร กิจกรรม
THANI กำไร Q1/68 พุ่งเกินคาด! INVX ปรับคำแนะนำเป็น "NEUTRAL"
P/E 10.82 YIELD 4.22 ราคา 1.66 (0.00%)
INVX มอง Opex ลด, คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น ปรับราคาเป้าหมายใหม่เป็น 1.45 บาท
ไฮไลท์สำคัญ
THANI รายงานผลประกอบการ 1Q68 ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมีกำไรสุทธิ 254 ล้านบาท (+107% QoQ, -26% YoY) ปัจจัยหลักมาจากค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน (Opex) ที่ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้
เนื้อหา
InnovestX (INVX) ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิปี 2568 ของ THANI เพิ่มขึ้น 6% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับสมมติฐาน Opex (ขาดทุนจากการขายรถยึด) ลดลง ปัจจุบัน INVX คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 11% ในปี 2568 จาก Credit Cost และขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลง
INVX ปรับคำแนะนำสำหรับ THANI ขึ้นเป็น NEUTRAL จากเดิม เนื่องจากราคาหุ้นปรับตัวลงมาแล้ว 17% จากระดับสูงสุดในเดือนเมษายน และปรับราคาเป้าหมายเพิ่มขึ้นจาก 1.3 บาท มาอยู่ที่ 1.45 บาท อิงกับ PBV ปี 2568 ที่ 0.65 เท่า
คุณภาพสินทรัพย์: NPL ลดลง 16% QoQ ส่งผลให้ NPL Ratio ลดลง 38 bps QoQ มาอยู่ที่ 2.93% Credit Cost ลดลง 6 bps QoQ (+83 bps YoY) มาอยู่ที่ 2.16% LLR Coverage ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 131% ใน 1Q68 จาก 111% ใน 4Q67
การเติบโตของสินเชื่อ: -5% QoQ, -14% YoY INVX ปรับประมาณการการเติบโตของสินเชื่อปี 2568 ลดลงจาก -2% มาอยู่ที่ -5%
NIM: -4 bps QoQ (-4 bps YoY) อัตราผลตอบแทนจากการให้สินเชื่อลดลง 4 bps QoQ และต้นทุนทางการเงินลดลง 3 bps QoQ
Non-NII: +12% QoQ (+4% YoY) ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้หลักๆ เกิดจากรายได้อื่น
อัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้: -19.1 ppt QoQ (+2.9 bps YoY) มาอยู่ที่ 20.6% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ ซึ่ง INVX เชื่อว่าเกิดจากขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลง
ข้อสังเกต
INVX มองว่า THANI กำหนดเป้าหมายที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมกับไทม์ไลน์ที่แน่นอน และเปรียบเทียบผลการดำเนินงานที่เกิดขึ้นจริงกับเป้าหมาย
อย่างไรก็ตาม INVX ยังคงมีความเสี่ยงที่สำคัญที่ต้องจับตา ได้แก่:
- ความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์จากเศรษฐกิจชะลอตัวและสงครามการค้า
- ขาดทุนจากการผิดนัดชำระหนี้ที่สูงขึ้น เนื่องจากราคารถบรรทุกมือสองลดลง
- ความเสี่ยงขาลงต่อการเติบโตของสินเชื่อ อันเป็นผลมาจากยอดขายรถบรรทุกที่ลดลง
- ความเสี่ยงด้าน ESG จากการให้บริการลูกค้าอย่างเป็นธรรม (Market Conduct)
สรุป
INVX ปรับคำแนะนำ THANI ขึ้นเป็น NEUTRAL พร้อมปรับราคาเป้าหมายเป็น 1.45 บาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากผลประกอบการ 1Q68 ที่ดีกว่าคาด และการปรับประมาณการ Opex ลดลง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรพิจารณาถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นด้วย