บทความ ข่าวสาร กิจกรรม

AMATA กำไร Q4 พุ่ง 50% โบรกฯ ชี้เป้า 33 บาท รับ Backlog สูงเป็นประวัติการณ์
P/E 6.72 YIELD 5.52 ราคา 14.50 (9.02%)
ไฮไลท์สำคัญ: AMATA กำไร Q4/67 เติบโตสูงเกินคาด
บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) (LHS) วิเคราะห์ AMATA (บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน)) โดยระบุว่ากำไรในไตรมาส 4/2567 เติบโตสูงถึง 50% YoY เป็นไปตามที่คาดการณ์ และเป็นจุดสูงสุดของปี เนื่องจากการโอนที่ดินที่แข็งแกร่ง ส่งผลให้กำไรทั้งปี FY2567 เติบโต 32% YoY LHS ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 33.00 บาท เนื่องจาก Backlog ที่สูงเป็นประวัติการณ์ จะช่วยหนุนกำไรในปีนี้ให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง
รายละเอียดผลประกอบการ: ยอดโอนที่ดินหนุนกำไร
AMATA รายงานกำไร 4Q67 ที่ 1.0 พันล้านบาท (+34%QoQ, +50%YoY) หากไม่รวมกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน (FX) กำไรปกติอยู่ที่ 977 ล้านบาท (+2%QoQ, +45%YoY) ปัจจัยหลักมาจาก:
- ยอดโอนที่ดิน 1,147 ไร่ (+154%QoQ, +280%YoY) แบ่งเป็นไทย 825 ไร่ และเวียดนาม 322 ไร่
- อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) จากการขายที่ดินลดลงเป็น 33.6% เนื่องจากสัดส่วนการโอนที่ดินจากเวียดนาม (ซึ่งมี GPM ต่ำ) เพิ่มขึ้น
- รายได้ค่าเช่าเติบโตต่อเนื่อง (+0%QoQ, +5%YoY) ตามลูกค้าใหม่ในนิคมฯ เพิ่มขึ้น
เป้าหมายธุรกิจ: ยอดขายที่ดินและงบลงทุน
AMATA ตั้งเป้าหมายยอดขายที่ดินปีนี้ FY68F อย่าง Conservative ที่ 1.8-2.0 พันไร่ (เทียบกับ 3.0 พันไร่ในปีที่แล้ว) แบ่งเป็นไทย 1.5 พันไร่ และเวียดนาม 500 ไร่ และคาดว่าจะเริ่มขายที่ดินในสปป.ลาว ได้เป็นปีแรก หากแนวโน้มแข็งแกร่งก็อาจปรับเป้าหมายการขายเพิ่มขึ้นระหว่างปี โดยในไทยมีที่ดินพร้อมขาย 2.3 พันไร่ และตั้งเป้างบซื้อที่ดินใหม่อีก 6 พันล้านบาท ณ สิ้นปีมี Backlog สูงเป็นประวัติการณ์ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท
ประมาณการกำไรของ LHS ในปีนี้อยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท (+5%YoY) อิงยอดโอนที่ดินเป็นจำนวนไร่ที่ลดลง (-15%YoY) แต่คาดราคาขายต่อไร่เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนการโอนในไทยเพิ่มขึ้น และ GPM ลดลงตามต้นทุนที่ดินเพิ่มขึ้น
คำแนะนำการลงทุน: คงคำแนะนำ "ซื้อ"
LHS คงคำแนะนำ "ซื้อ" เนื่องจากกำไร 4Q67 เติบโตสูงและเป็นจุดสูงสุดของปี แนวโน้มยอดขายที่ดินแข็งแกร่ง และการมี Backlog ที่สูงเป็นประวัติการณ์จะช่วยหนุนกำไรปีนี้ให้แข็งแกร่ง ราคาหุ้นที่ลดลงในช่วงที่ผ่านมาช่วยให้ FY68F P/E ลดลงเป็น 10x และ P/B 1.1x เทียบกับ ROE 11%
วิธีคิดราคาเป้าหมาย:
LHS ประเมินมูลค่า AMATA ด้วยวิธี Sum-of-The-Parts (SOTP) โดยพิจารณาจากมูลค่าของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม, ธุรกิจสาธารณูปโภค, และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมทุน รวมถึงปัจจัยด้านการเติบโต, ความเสี่ยง, และอัตราผลตอบแทนที่ต้องการของนักลงทุน
ปัจจัยเสี่ยง:
ความเสี่ยงด้านการลงทุนในไทยและต่างประเทศซึ่งมีผลต่อความต้องการที่ดิน ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย กฎระเบียบ และนโยบายของลูกค้าซึ่งมีผลต่อความต้องการที่ดินและบริการสาธารณูปโภค