CEN พลิกฟื้นขาดทุนลดลง 80% ใน Q2/2569 รับอานิสงส์ธุรกิจโทรคมนาคมต่างประเทศหนุน
รายได้จากงานโครงการและบริการในฟิลิปปินส์พุ่ง ดันผลประกอบการรวมฟื้นตัวชัดเจนแม้ยังอยู่ในช่วงปรับโครงสร้างธุรกิจ
บริษัท แคปปิทอล เอ็นจิเนียริ่ง เน็ตเวิร์ค จำกัด (มหาชน) หรือ CEN รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 2 ปี 2569 โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 14.48 ล้านบาท ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึงร้อยละ 80.69 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีผลขาดทุน 60.50 ล้านบาท แรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในต่างประเทศและการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยบริษัทมุ่งเน้นการปรับพอร์ตสู่ธุรกิจที่มีรายได้ประจำ (Recurring Revenue) เพื่อลดความผันผวนและสร้างความมั่นคงในระยะยาว
Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญของการฟื้นตัวในรอบนี้คือ "การเติบโตของธุรกิจโทรคมนาคมในต่างประเทศ" โดยเฉพาะในประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้น 15.59% จากการขยายทีมวิศวกรเพื่อรองรับงานติดตั้งอุปกรณ์ส่งสัญญาณ (Telecom Implementation Services) และการขยายฐานการให้บริการดูแลและบำรุงรักษาสถานีโทรคมนาคม (O&M) ที่ปัจจุบันมีสถานีภายใต้การดูแลมากกว่า 1,400 สถานี
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:
- การขยายตัวของรายได้: ธุรกิจโทรคมนาคมในต่างประเทศกลายเป็นเครื่องยนต์หลักที่สร้างรายได้ต่อเนื่อง (Recurring Revenue) ช่วยลดการพึ่งพาธุรกิจรับเหมาโครงการที่มีความผันผวนสูง
- ประสิทธิภาพการดำเนินงาน: บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมได้ดีขึ้น โดยค่าใช้จ่ายรวมลดลง 19.44% YoY ประกอบกับการปรับกลยุทธ์การขายลวดเหล็ก (RWI) ที่ทำให้ปริมาณการขายเพิ่มขึ้น 5.78%
- รายการพิเศษ: ผลประกอบการได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ทางการเงิน ซึ่งช่วยลดผลกระทบจากธุรกิจบางส่วนที่ยังอยู่ในช่วงปรับตัว
จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:
มีโอกาสต่อเนื่อง เนื่องจากบริษัทมีแผนขยายพื้นที่ให้บริการ O&M ไปยังภูมิภาคอื่นของฟิลิปปินส์ในปีถัดไป ประกอบกับการเริ่มรับรู้รายได้จากค่าเช่าอสังหาริมทรัพย์โครงการ Station One ซึ่งเป็นรายได้ประจำ อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงต้องติดตามความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นที่ได้รับแรงกดดันจากต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ในไตรมาสนี้
Highlight สำคัญ
- ผลขาดทุนลดลง: ขาดทุนสุทธิ 14.48 ล้านบาท ลดลง 80.69% YoY สะท้อนทิศทางการฟื้นตัว
- กำไรขั้นต้นฟื้น: ทำได้ 21.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82.32 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
- รายได้โทรคมนาคมต่างประเทศ: เป็นสัดส่วนหลักของรายได้งานโครงการและบริการ (84.72%) โดยเติบโตขึ้น 15.59%
- รายได้ใหม่: เริ่มรับรู้รายได้ค่าเช่าจากโครงการ Station One จำนวน 4.55 ล้านบาท เป็นครั้งแรก
- ฐานะการเงินแข็งแกร่ง: D/E Ratio อยู่ที่ 0.20 เท่า สะท้อนภาระหนี้สินที่ต่ำและสภาพคล่องที่เพียงพอ
ภาพรวมผลประกอบการ
รายได้รวมมีการปรับตัวดีขึ้นจากธุรกิจลวดเหล็กและธุรกิจโทรคมนาคมในต่างประเทศ แม้ต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้น 16.64% แต่การควบคุมค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนรวมที่ลดลงช่วยให้ผลขาดทุนสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างชัดเจน
โอกาส
- การขยายฐานลูกค้าและพื้นที่ให้บริการ O&M ในฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้นในอนาคต
- การรับรู้รายได้ค่าเช่าจากโครงการอสังหาริมทรัพย์ (Station One และ เออร์บิเทีย) อย่างต่อเนื่อง
- ความพร้อมของบุคลากรและเครื่องจักรเพื่อรองรับงานประมูลภาครัฐในประเทศ
ความเสี่ยง
- ต้นทุนขายและบริการที่เพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
- ความผันผวนของภาวะตลาดทุนที่ส่งผลต่อมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน
- การตั้งค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้น (ECL) จำนวน 9.89 ล้านบาท
สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
- การควบคุมต้นทุนขายและบริการให้สอดคล้องกับการเติบโตของรายได้
- ความคืบหน้าการขยายพื้นที่ให้บริการ O&M ในฟิลิปปินส์
- การบริหารจัดการลูกหนี้การค้าเพื่อลดความเสี่ยงด้านเครดิต
- การเร่งโครงการที่มีศักยภาพเพื่อพลิก ROA และ ROE ให้กลับมาเป็นบวก
รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
ธุรกิจลวดเหล็ก (RWI) มีรายได้ 127.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.78% จากการปรับกลยุทธ์การขาย ส่วนธุรกิจพลังงาน (ENESOL) รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 4% จากการปรับอัตราค่าพลังงาน ทั้งนี้ บริษัทให้ความสำคัญกับการเพิ่ม Utilization ของเครื่องจักรและบุคลากรเพื่อรองรับงานประมูลภาครัฐที่อาจเกิดขึ้น
ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
บริษัทมีฐานะการเงินที่มั่นคงด้วย D/E Ratio 0.20 เท่า และ Current Ratio 7.34 เท่า สะท้อนสภาพคล่องที่สูง สินทรัพย์รวมลดลงเล็กน้อยจากการปรับตัวของมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนตามภาวะตลาด
สรุปท้าย
CEN ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากมาสู่ทิศทางการฟื้นตัวที่ชัดเจนใน Q2/2569 โดยมีธุรกิจโทรคมนาคมในต่างประเทศเป็นหัวใจหลักในการสร้างรายได้ประจำ แม้บริษัทยังคงมีผลขาดทุนแต่เป็นการลดลงอย่างมีนัยสำคัญ หากบริษัทสามารถควบคุมต้นทุนและเร่งการรับรู้รายได้จากธุรกิจใหม่ๆ ได้ตามแผน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับความสามารถในการทำกำไรให้กลับมาเป็นบวกในอนาคต