เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
STC Oppday 2569 Q2
ข่าวสาร

STC Oppday 2569 Q2

STC P/E 24.41 YIELD 1.33
2 เดือน 07:39 น. 0 ความเห็น

STC Oppday 2569 Q2

STC Q2/2566: กำไรโตแรงจากงานภาครัฐและลดต้นทุน หนุนมาร์จิ้นพุ่ง

1. Highlights

  • คุณภาพกำไรดีขึ้น: กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น 133% YoY และ 10% QoQ แม้รายได้ทรงตัว สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน
  • อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่ง: GPM เพิ่มขึ้นจาก 13.7% ใน Q2/2565 เป็น 20.2% ใน Q2/2566 และจาก 18.2% ใน Q1/2566 เป็น 20.2% ใน Q2/2566 ซึ่งเป็นผลมาจากการลดต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
  • สัดส่วนงานภาครัฐเพิ่มขึ้น: สัดส่วนรายได้จากงานภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น 50% ของรายได้รวม (จาก 40% ใน Q1/2566) ซึ่งเป็นงานที่มีมาร์จิ้นดีและมีความแน่นอนสูง
  • การบริหารต้นทุนมีประสิทธิภาพ: บริษัทสามารถลดต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลงได้ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ที่ลดลง 10% QoQ
  • การปรับโครงสร้างธุรกิจ: มีการปรับโครงสร้างการดำเนินงานและกลยุทธ์การตลาดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและมุ่งเน้นงานที่มีมาร์จิ้นสูง

2. Hero Story

“ฮีโร่” ของไตรมาสนี้คือ การเติบโตของกำไรสุทธิที่โดดเด่นถึง 133% YoY และ 10% QoQ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มสัดส่วนงานภาครัฐที่มีมาร์จิ้นสูง และการควบคุมค่าใช้จ่ายที่ดีเยี่ยม ทำให้บริษัทสามารถสร้างผลกำไรที่แข็งแกร่งได้แม้ในสภาวะที่รายได้รวมไม่ได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

3. Outlook

  • เป้าหมายรายได้ปี 2566: คาดว่าจะเติบโต 10-15% จากปีก่อน โดยมี Backlog ณ สิ้น Q2/2566 อยู่ที่ 300-400 ล้านบาท
  • แนวโน้มครึ่งปีหลัง: คาดว่าผลประกอบการจะดีขึ้นต่อเนื่องจากครึ่งปีแรก โดยเฉพาะจากงานภาครัฐที่ยังคงมีเข้ามาอย่างต่อเนื่อง และการฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์ในบางพื้นที่
  • การขยายตลาด: มุ่งเน้นการขยายตลาดในพื้นที่ EEC และจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญ เช่น ภูเก็ต และเชียงใหม่
  • การลงทุน:
* โรงงานภูเก็ต: คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ใน Q4/2566 ซึ่งจะช่วยรองรับความต้องการในภาคใต้และเพิ่มกำลังการผลิต
* โรงงานชลบุรี: มีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับงานในพื้นที่ EEC
  • เป้าหมาย GPM: ตั้งเป้า GPM ที่ 20% ขึ้นไปในระยะยาว

4. ความเสี่ยง

  • ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ: ราคาปูนซีเมนต์และหินทรายยังคงมีความผันผวน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต (ผู้บริหารระบุว่าราคาปูนซีเมนต์เริ่มทรงตัว)
  • การแข่งขันในอุตสาหกรรม: การแข่งขันในตลาดผลิตภัณฑ์คอนกรีตยังคงสูง โดยเฉพาะในตลาดภาคเอกชน
  • การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ: ความล่าช้าหรือการเปลี่ยนแปลงนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณงาน
  • ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว: หากเศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการผลิตภัณฑ์คอนกรีตทั้งจากภาครัฐและเอกชน

5. Q&A Highlights

  • Q: (0:29:00) สัดส่วนรายได้จากภาครัฐและเอกชนใน Q2/2566 เป็นอย่างไร และแนวโน้มครึ่งปีหลัง?
* A: สัดส่วนงานภาครัฐเพิ่มขึ้นเป็น 50% จาก 40% ใน Q1/2566 ส่วนงานเอกชนอยู่ที่ 50% คาดว่าครึ่งปีหลังสัดส่วนงานภาครัฐจะยังคงสูงและมีงานเข้ามาต่อเนื่อง
  • Q: (0:30:00) การควบคุมต้นทุนทำได้อย่างไร และจะรักษา GPM ระดับ 20% ได้หรือไม่?
* A: การควบคุมต้นทุนมาจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การลดของเสีย และการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดีขึ้น บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถรักษา GPM ในระดับ 20% ขึ้นไปได้ในระยะยาว
  • Q: (0:31:00) แผนการลงทุนโรงงานภูเก็ตและชลบุรีมีความคืบหน้าอย่างไร?
* A: โรงงานภูเก็ตคาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ใน Q4/2566 ส่วนโรงงานชลบุรีมีแผนขยายกำลังการผลิตเพื่อรองรับงานในพื้นที่ EEC
  • Q: (0:32:00) แนวโน้มราคาวัตถุดิบ โดยเฉพาะปูนซีเมนต์เป็นอย่างไร?
* A: ราคาปูนซีเมนต์เริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลดีต่อต้นทุนการผลิตของบริษัท
  • Q: (0:33:00) Backlog ณ สิ้น Q2/2566 มีเท่าไหร่ และจะรับรู้รายได้เมื่อใด?
* A: Backlog อยู่ที่ประมาณ 300-400 ล้านบาท คาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในครึ่งปีหลังของปีนี้และต่อเนื่องไปถึงปีหน้า

ยังไม่มีความคิดเห็น