BANPU พลิกฟื้นกำไรไตรมาส 2 รับอานิสงส์ธุรกิจถ่านหินสดใส โบรกฯ มองแนวโน้มครึ่งปีหลังโตต่อ
ไฮไลท์สำคัญ
บริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU รายงานผลประกอบการไตรมาส 2/2569 พลิกกลับมามีกำไรปกติได้สำเร็จ โดยได้รับแรงหนุนหลักจากธุรกิจถ่านหินที่มีราคาขายเฉลี่ยและปริมาณการขายปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่โบรกเกอร์ชั้นนำอย่าง บล.เอเซียพลัส (ASPS) ได้ปรับประมาณการและคงคำแนะนำ "ซื้อ" โดยให้ราคาเป้าหมายสิ้นปี 2570 ที่ 17.0 บาท พร้อมคาดการณ์การเติบโตต่อเนื่องในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569
เจาะลึกผลประกอบการและปัจจัยหนุน
ในไตรมาส 2/2569 BANPU มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1.6 พันล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยบวกจากธุรกิจถ่านหินที่ราคาขายเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 7.8% QoQ มาอยู่ที่ 85.6 เหรียญฯ ต่อตัน และปริมาณขายรวมเพิ่มขึ้น 9.5% QoQ มาอยู่ที่ 9.2 ล้านตัน จากการผลิตที่เพิ่มขึ้นในออสเตรเลีย นอกจากนี้ ธุรกิจก๊าซธรรมชาติในสหรัฐฯ ยังมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 6.8% QoQ อีกด้วย สำหรับแนวโน้มในไตรมาส 3/2569 คาดว่ากำไรปกติจะเติบโตต่อเนื่อง QoQ จากปริมาณการผลิตถ่านหินในอินโดนีเซียที่เพิ่มขึ้นหลังผ่านพ้นฤดูฝน ประกอบกับราคาขายที่ยังทรงตัวในระดับสูงจากสถานการณ์สงคราม
ข้อสังเกตและมุมมองนักวิเคราะห์
นักวิเคราะห์จาก ASPS ระบุว่า แม้ผลประกอบการจะฟื้นตัว แต่บริษัทฯ ยังคงเผชิญความท้าทายด้าน ESG โดยเฉพาะในส่วนของ Environment (E) ที่ได้รับแรงกดดันจากนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการจัดเก็บ Carbon Tax ซึ่งเป็นความเสี่ยงต่อธุรกิจเหมืองถ่านหินและโรงไฟฟ้าฟอสซิล นอกจากนี้ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตามคือความเสี่ยงด้านกฎระเบียบในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังมีความแข็งแกร่งจากการบริหารจัดการต้นทุนและการได้รับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่ปรับตัวดีขึ้นตามฤดูกาลการใช้ไฟฟ้า
สรุปภาพรวมการลงทุน
ภาพรวมการดำเนินงานของ BANPU ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2569 มีแนวโน้มสดใสกว่าครึ่งปีแรก จากปริมาณการผลิตถ่านหินที่เพิ่มขึ้นและราคาขายที่ยังอยู่ในเกณฑ์ดี นักลงทุนสามารถคาดหวังผลตอบแทนจากเงินปันผลระหว่างกาลที่ 0.4 บาทต่อหุ้น (ขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 11 กันยายน 2569) ทั้งนี้ การประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 17.0 บาท สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะยาว แม้จะมีปัจจัยกดดันด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องบริหารจัดการอย่างต่อเนื่องก็ตาม